เสียงเชียร์จากอัฒจันทร์เวทีมวยราชดำเนินจะเริ่มร้อนแรงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 13
สิงหาคมนี้ เมื่อโปรแกรมศึกเพชรยินดี มวยไทยพรีเมี่ยมจัดคู่เอกพิกัด 118
ปอนด์ให้แฟนมวยได้ลุ้นกันแบบไม่ต้องรอนาน เสาโท อ.อัจฉริยะ จอมเก๋าวัย 28
ปีจากค่ายเดชรัตน์ที่เคยครองเข็มขัดแชมป์ราชดำเนิน กำลังกลับมาล้างตารอยพ่ายน็อกครั้งล่าสุด
ขณะที่หลานย่าแก้ว ก็อตชี้มวยชอบ ดาวรุ่งวัย 25 ปีจากแจ๊คกี่ยิมส์ จ.สกลนคร
เพิ่งเสียเข็มขัดแชมป์จิตรเมืองนนท์และต้องการพิสูจน์ฝีเท้าบนเวทีใหญ่แห่งนี้
ข้อมูลเชิงลึกของทั้งคู่ตั้งแต่มวยฝีมือ อาวุธเด็ด ไปจนถึงทิศทางเรตมวยมีครบในบทวิเคราะห์ของ Pakyok ฉบับนี้แล้ว
ทางแยกแรกของไฟต์นี้คือใครจะคุมระยะได้ก่อนระหว่างเสาโทกับหลานย่าแก้ว
ปมแรกที่ต้องกางออกก่อนเสียงระฆังคือเรื่องความได้เปรียบทางร่างกายซึ่งเห็นชัดตั้งแต่จับตามอง
เสาโทสูง 167 เซนติเมตร ส่วนหลานย่าแก้วสูง 160 เซนติเมตร
ตัวเลขต่างกันเพียงเจ็ดเซนติเมตรฟังดูไม่มาก แต่ในพิกัด 118
ปอนด์ที่อาวุธทุกชนิดต้องแลกกันในระยะประชิด ช่องว่างนี้กลายเป็นตัวกำหนดเกมได้ทั้งไฟต์
เพราะเจ้าของช่วงชกที่ยาวกว่าสามารถยืนนอกระยะแล้วเลือกจังหวะเข้าทำก่อนคู่ชกจะตอบโต้ได้ทัน
นี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่าเสาโทสมควรเป็นมวยต่อจากชื่อชั้นและสรีระที่เหนือกว่า
แต่ความยาวช่วงชกจะไร้ค่าทันทีเมื่ออีกฝ่ายเป็นมวยฝีมือที่ใช้การถอยวนและลูกถีบสกัดตัดจังหวะได้นิ้วมือ
ซึ่งคือสิ่งที่หลานย่าแก้วถนัดที่สุด การยืนระยะของดาวรุ่งรายนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อหนี
แต่มันคือการชักจูงให้เสาโทเดินเข้าหาแล้วสวนกลับในจังหวะสองด้วยศอกซ้ายที่แม่นยำ
คำถามที่แท้จริงของไฟต์นี้จึงไม่ใช่ใครหนักแน่นกว่ากัน
หากแต่คือใครจะบังคับระยะให้เป็นไปตามแผนของตัวเองได้นานกว่า ใครทำข้อนี้ได้ก่อน
เกมจะตกอยู่ในการควบคุมของคนนั้นทั้งไฟต์
ลูกถีบสกัดและถีบหน้าของหลานย่าแก้วที่ต้องทำให้เสาโทชะงักตั้งแต่ยกแรก
อาวุธแรกที่หลานย่าแก้วต้องงัดออกมาทันทีที่ระฆังดังคือลูกถีบสกัดและลูกถีบหน้า
เพื่อตัดจังหวะการเดินเข้าหาก่อนที่เสาโทจะเริ่มขยับร่างกาย อรรถรินทร์ ฟูกลิ่น
หรือเสาโทในชื่อชกปัจจุบันคือมวยเดินที่ชอบบดเบียดกดดันคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
ถ้าเขาถูกถีบให้ชะงักทุกครั้งที่พยายามปิดระยะ ความร้อนแรงในยกต้นจะค่อย ๆ
ระบายออกและกลายเป็นความหงุดหงิดสะสมแทน
หัวใจอยู่ที่ความแม่นยำในการถีบเข้าบริเวณช่วงท้องและหน้าอก ยิ่งเข้าเป้าบ่อยเท่าไร
เสาโทจะยิ่งไม่กล้าง้างศอกเต็มรูปแบบเพราะกลัวเสียหลัก และเมื่อใดที่คู่ชกหยุดนิ่ง
หลานย่าแก้วจะอาศัยจังหวะนั้นก้าวเข้าทำทันที ฟอร์มการเอาชนะคะแนน เป็นต่อ
สะแกทองรีสอร์ทในศึกจิตรเมืองนนท์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าตัวรู้วิธีจัดการกับมวยเดินได้ดีเพียงใด
เกมยกแรกของไฟต์นี้จึงมีโอกาสออกมาเนิบช้ากว่าที่หลายคนคาดคิด
ศอกสับและหมัดตัดลำตัวของเสาโทที่ต้องหาจังหวะเข้าทำก่อนโดนถีบไปเรื่อย
ๆ
ฝั่งเสาโทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหาทางปิดระยะแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเตรียมถีบไว้รอแล้ว
การใช้แย็บนำและหมัดตัดลำตัวเข้าที่ชายโครงเพื่อบังคับให้หลานย่าแก้วลดการ์ดลงคือขั้นตอนแรกที่จำเป็น
ก่อนจะง้างอาวุธเด็ดอย่างศอกสับหรือศอกกลับเข้าที่ใบหน้าและลำคอในจังหวะที่คู่ชกเผลอ
มวยเก๋าอย่างเสาโทมีชั้นเชิงในการล่อให้คู่ชกวางเท้าผิดจังหวะอยู่แล้ว
เหลี่ยมมวยแบบลงเอวและหักเหลี่ยมจะช่วยเปิดช่องให้เขาทำงานในวงในได้ง่ายขึ้นมาก
ปัญหาคือเจ้าตัวอายุ 28 ปีและผ่านการชกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ไฟต์
ร่างกายจึงไม่ตอบสนองไวเท่าสมัยที่ครองเข็มขัดราชดำเนินเมื่อเจ็ดปีก่อน
หากแผนปิดเกมไม่สำเร็จในสองยกแรก
เสาโทจะต้องเผชิญกับคู่ชกที่สดกว่าและยังมีเรี่ยวแรงเต็มร้อยในยกท้าย ๆ
ตรงนี้คือจุดที่ทำให้เขาต้องชกด้วยความเสี่ยงสูงตลอดทั้งไฟต์
และเป็นเหตุผลที่ทำให้เกมรับของเขาถูกจับตามองเป็นพิเศษในคืนนี้
ศอกสับของจอมเก๋าเดชรัตน์กับเชิงมวยแพรวพราวของแจ๊คกี่ยิมส์ที่ต้องวัดกันในวงใน
เมื่อมองข้ามเรื่องระยะห่างแล้ว
หัวใจของคู่นี้คือการปะทะกันของสองปรัชญาการชกที่ต่างกันสุดขั้ว
เสาโทคือมวยเดินสายพลังที่เน้นบดเบียดและปิดเกมด้วยอาวุธหนัก
ขณะที่หลานย่าแก้วคือมวยฝีมือสายเชิงที่ใช้การดักทาง การหลอกล่อ
และการออกอาวุธที่แม่นยำเป็นเครื่องมือเก็บคะแนน
แฟนมวยบางกลุ่มถึงขั้นเรียกคู่นี้ว่ารุ่นพี่ขวางทางเกิด
เพราะผลของไฟต์นี้จะตัดสินทิศทางของสายมวยทั้งสองสายในพิกัดนี้ไปอีกยาวนาน
อาวุธเด็ดของทั้งสองฝั่งที่แฟนมวยต้องล็อกตาไว้ว่าใครจะเข้าเป้าก่อน
- ศอกสับจากบนลงล่างของเสาโทที่รวดเร็วและรุนแรงในระยะประชิด
พร้อมสร้างบาดแผลเลือดอาบได้ทุกจังหวะที่คู่ชกเผลอ - หมัดตัดลำตัวและหมัดฮุกเหวี่ยงสั้นของเสาโทที่ใช้เปิดเกมบุกก่อนจะเปลี่ยนเป็นศอกในจังหวะซ้ำ
- ศอกซ้ายของหลานย่าแก้วที่แรงและแม่นยำในจังหวะการโต้กลับเมื่อเสาโทดาหน้าเข้ามา
- ลูกถีบสกัดและถีบหน้าของหลานย่าแก้วที่ใช้รักษาระยะและทำลายจังหวะการบุกของมวยเดิน
- เตะเจาะยางของหลานย่าแก้วที่บั่นทอนช่วงขาของเสาโทให้เคลื่อนไหวช้าลงในยกท้าย
ๆ - การโน้มคอและตีเข่าพุ่งของทั้งคู่ที่จะกลายเป็นอาวุธชี้ขาดเมื่อเกมเข้าสู่การรัดร่างในวงใน
อาวุธทุกชนิดมีพร้อมครบทั้งสองฝั่ง
แต่องค์ประกอบที่จะตัดสินคือจังหวะและความแม่นยำในการออกอาวุธมากกว่าความหนักหน่วงเพียงอย่างเดียว
เสาโทได้ชื่อว่าเป็นนักมวยศอกที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของรุ่น
ลูกสับศอกของเขาเข้าเป้าโดยไม่ต้องง้างท่าให้เสียเวลา
ส่วนหลานย่าแก้วก็มีกระดูกมวยที่แข็งแกร่งและใจสู้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะโดนอาวุธหนักเข้าใส่
ทั้งคู่เคยผ่านเวทีระดับสากลมาแล้ว โดยดาวรุ่งจากบึงกาฬเคยขึ้นชกในรายการ ONE
ลุมพินีมาแล้วครั้งหนึ่ง การวัดกันในวงในจึงเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของไฟต์นี้
เพราะทั้งคู่พร้อมจะฟันศอกสวนในทุกจังหวะที่อีกฝ่ายพลาดเพียงเสี้ยววินาที
ฟอร์มห้าไฟต์ล่าสุดของเสาโทกับหลานย่าแก้วที่ต่างก็เพิ่งพ่ายแพ้มา
ก่อนวางเดิมพันต้องย้อนดูโปรแกรมการชกห้าไฟต์ล่าสุดของทั้งคู่ซึ่งเราเก็บรวบรวมไว้ในหน้า วิเคราะห์มวย ศึกเพชรยินดี ของคืนวันพฤหัสบดีที่ 13
สิงหาคมนี้ โดยคู่เอกเริ่มชกเวลา 18:00 น. ณ เวทีมวยราชดำเนิน และมีถ่ายทอดสดผ่านทาง
PRYDE TV ให้แฟนมวยทั่วประเทศได้ติดตามกัน
อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ต้องย้ำไว้ก่อนคือ ทั้งคู่ไม่เคยขึ้นชกพบกันมาก่อนในสถิติอย่างเป็นทางการ
ไฟต์นี้จึงเป็นการเจอกันครั้งแรกโดยแท้ ไม่มีสถิติการชกคู่กันมาเทียบเคียง
เราจึงต้องอาศัยฟอร์มล่าสุดและสไตล์การชกของแต่ละคนเป็นหลักในการประเมินโอกาส
ซึ่งผลการชกที่ผ่านมาของทั้งสองฝ่ายบอกเล่าเรื่องราวที่ต่างกันอย่างน่าสนใจ
ลองเรียงโปรแกรมการชกย้อนหลังของเสาโทดู ปรากฏว่าห้าไฟต์ล่าสุดมีรายละเอียดดังนี้
- แพ้น็อกยก 2 ให้ปังตอ ภ.หลักบุญ ในการชิงแชมป์เฉพาะกาลราชดำเนิน 118 ปอนด์ เมื่อวันที่
4 กรกฎาคม 2569 - ขึ้นชกกับเพชรนรสิงห์ พีเค. แสนชัยมวยไทยยิมในศึกท่อน้ำไทยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569
โดยผลการชกไม่ปรากฏชัดเจน - พบทัช ว.วัฒนสุพงษ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 โดยผลการชกไม่ปรากฏชัดเจน
- พบเพชรสีทอง ส.ศักดิ์นรินทร์เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568
โดยผลการชกไม่ปรากฏชัดเจน - ชนะน็อกยก 2 เพชรนำโชคในศึกเพชรยินดีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567
ส่วนโปรแกรมของหลานย่าแก้ว หรือสายสัมพันธ์ ต.ศิลาพลในชื่อจริง มีรายละเอียดดังนี้
- พ่ายแพ้และต้องเสียแชมป์จิตรเมืองนนท์ไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569
- เสมอกับเจริญเงิน บุญลานนามวยไทยในศึกเพชรยินดีที่เวทีมวยราชดำเนินเมื่อวันที่ 11
มิถุนายน 2569 - ชนะคะแนน เป็นต่อ สะแกทองรีสอร์ทในศึกจิตรเมืองนนท์เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
- แพ้คะแนน เพชรมนตรี เพชรสุภานันท์ในศึกจิตรเมืองนนท์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569
- แพ้คะแนน ชูทรัพย์ ส.สละชีพในศึกจิตรเมืองนนท์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
ฟอร์มของเสาโทในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาน่ากังวลอย่างยิ่ง
เพราะชัยชนะน็อกครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปไกลถึงเดือนกันยายน 2567 และการแพ้น็อกยก 2
ในไฟต์ชิงแชมป์เฉพาะกาลเมื่อเดือนกรกฎาคมได้เปิดโปงจุดอ่อนด้านการป้องกันตัวให้เห็นชัดเจน
นี่คือสัญญาณอันตรายสำหรับมวยที่พึ่งพาพลังทำลายล้างเป็นหลัก เพราะเมื่อร่างกายเริ่มช้าลง
เกมรับที่เคยพอใช้ได้ก็จะกลายเป็นช่องโหว่ให้คู่ชกเจาะได้ง่ายขึ้น
ส่วนหลานย่าแก้ว ผลชนะ-แพ้ช่วงหลังอาจดูไม่สวยงามนัก
แต่คู่แข่งที่พบคือมวยคุณภาพระดับหัวแถวของวงการทั้งสิ้น
และการได้ขึ้นชกในศึกเพชรยินดีที่ราชดำเนินมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนทำให้เขาคุ้นเคยกับเวทีและกติกาของที่นี่เป็นอย่างดี
การเสมอกับเจริญเงินแม้จะไม่ใช่ชัยชนะ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขาสู้กับมวยแถวหน้าได้สูสี
ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนก้าวขึ้นชกคู่เอกในคืนนี้
ตารางเทียบสถิติเสาโทกับหลานย่าแก้วที่เซียนมวยควรพินิจก่อนวางเดิมพัน
การเทียบข้อมูลแบบเคียงข้างกันจะช่วยให้เห็นภาพของคู่นี้ชัดเจนกว่าการอ่านตัวเลขทีละตัว
เราจึงรวบรวมสถิติที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของทั้งสองฝ่ายมาไว้ในตารางเดียว
เพื่อให้แฟนมวยใช้ประกอบการตัดสินใจวางเดิมพันได้อย่างรอบคอบ
| ด้านที่วัด | เสาโท อ.อัจฉริยะ | หลานย่าแก้ว ก็อตชี้มวยชอบ |
|---|---|---|
| อายุ / ส่วนสูง | 28 ปี / 167 เซนติเมตร | 25 ปี / 160 เซนติเมตร |
| สังกัด | ค่ายเดชรัตน์ / อ.อัจฉริยะ | แจ๊คกี่ยิมส์ จ.สกลนคร |
| สไตล์การชก | มวยเดินบุกพลังทำลายล้าง | มวยฝีมือเชิงแพรวพราว |
| อาวุธเด็ด | ศอกสับ ศอกกลับ หมัดตัดลำตัว | ศอกซ้าย ลูกถีบสกัด เตะเจาะยาง |
| เกียรติยศ | อดีตแชมป์ราชดำเนิน 118 ปอนด์ | อดีตแชมป์จิตรเมืองนนท์ 118 ปอนด์ |
| ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด | แพ้น็อก-ไม่ระบุ-ไม่ระบุ-ไม่ระบุ-ชนะน็อก | แพ้-เสมอ-ชนะคะแนน-แพ้คะแนน-แพ้คะแนน |
| มุมมองทีมวิเคราะห์ | ต้องปิดเกมให้ได้ก่อนยก 3 | ยิ่งเกมยืดยาวยิ่งได้เปรียบ |
จากตารางจะเห็นว่าจุดที่ทั้งคู่ได้เปรียบเสียเปรียบกันนั้นแทบจะสลับข้างกันโดยสมบูรณ์
เสาโทเหนือกว่าในมิติของพลังและเกียรติยศที่สั่งสมมา
ส่วนหลานย่าแก้วเหนือกว่าในมิติของความสดและความหลากหลายของอาวุธ
เมื่อสองชุดข้อมูลมาบรรจบกันในไฟต์เดียว เกมจึงถูกกำหนดด้วยคำถามเดียวคือ
เสาโทจะปิดเกมได้ก่อนที่ข้อได้เปรียบของหลานย่าแก้วจะเริ่มทำงานหรือไม่
มุมมองเรตมวยของคู่นี้ที่เซียนกำลังถกกันว่าใครคือมวยต่อตัวจริง

ในแง่ของเรตมวย ชื่อชั้นของอดีตแชมป์ราชดำเนินเคยทำให้เสาโทถูกตั้งเป็นมวยต่อมาโดยตลอด
แต่หลังไฟต์แพ้น็อกครั้งล่าสุด ราคาเปิดของคู่นี้น่าจะถูกตั้งให้แคบลงอย่างมาก
หรืออาจออกมาในลักษณะเสมอควบต่อ หากราคาออกมาแบบนั้น
นั่นคือสัญญาณว่าเงินส่วนใหญ่เริ่มไหลไปทางหลานย่าแก้วซึ่งถูกมองเป็นมวยรอง
แต่กลับมีฟอร์มการชกที่สม่ำเสมอมากกว่า
มุมที่เราคิดว่าราคาอาจพลาดคือการให้น้ำหนักกับชื่อชั้นเก่า ๆ
มากเกินไปจนมองข้ามฟอร์มการชกที่ร่วงหล่นของเสาโท
และมองข้ามความจริงที่ว่าหลานย่าแก้วเพิ่งผ่านการชกในเวทีราชดำเนินมาแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน
หลายครั้งที่ราคาไหลลงจากมวยต่อเพราะรูปเกมบนเวทีไม่เป็นอย่างที่คาด
และคู่นี้ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นแบบนั้น เพราะถ้าเกมลากยาวถึงยกท้าย
เสาโทจะกลายเป็นฝ่ายตั้งรับแทนที่จะเป็นฝ่ายบุก
ทีเด็ดมวยไทยของเราในคู่นี้ไล่เรียงจากความมั่นใจสูงสุดลงมาตามลำดับดังนี้
- วางเดิมพันฝั่งหลานย่าแก้วชนะคะแนนเป็นตัวเลือกหลัก
เพราะเชิงมวยที่ครบเครื่องและความสดของวัย 25 ปีมีแนวโน้มสูงที่จะเอาชนะเกมยาวได้ - หากราคาเปิดให้เสาโทเป็นมวยต่อในเรตที่ห่างเกินจริง
การแทงสวนฝั่งหลานย่าแก้วในฐานะมวยรองคือมุมที่คุ้มค่าที่สุดของคู่นี้ - หลีกเลี่ยงการทุ่มเงินก้อนใหญ่ในยกแรก
เพราะเกมน่าจะเริ่มต้นอย่างระมัดระวังและต่างฝ่ายต่างวัดใจกันก่อน - สำหรับสายเล่นสด ควรจับตาอาการออกของเสาโทหลังผ่านยก 3
หากเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงหรือเสียจังหวะถีบ บวกเงินในฝั่งหลานย่าแก้วได้ทันที
การเดิมพันทุกครั้งควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน
และเมื่อศึกษาบทวิเคราะห์จนมั่นใจแล้วก็สามารถเริ่มเดิมพันได้ทันทีผ่าน ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนระฆังยกแรกจะดัง
ทีเด็ดหลักของเราคืนนี้คือหลานย่าแก้วชนะคะแนน
แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงของการชกมวยไทยไว้เสมอ ไม่ควรเทหมดหน้าตักกับไฟต์เดียว
คาดการณ์ผลไฟต์ที่ทีมวิเคราะห์โหวตให้หลานย่าแก้วชนะคะแนน
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน ทั้งความได้เปรียบด้านร่างกายของเสาโท
จุดอ่อนด้านการป้องกันที่เพิ่งถูกเปิดโปงในไฟต์ล่าสุด และเชิงมวยที่ครบเครื่องของหลานย่าแก้ว
ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าไฟต์นี้ถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขง่าย ๆ เพียงข้อเดียว
นั่นคือเสาโทจะจัดการเกมให้จบภายในสามยกแรกได้หรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ได้
โอกาสทั้งหมดจะไหลไปทางฝั่งดาวรุ่งทันที
แฟนมวยที่ต้องการเปรียบเทียบบทวิเคราะห์ของคู่นี้กับคู่อื่นในรายการเดียวกันสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า
วิเคราะห์มวย
ซึ่งเรารวบรวมทุกคู่ชกของคืนนี้ไว้ครบถ้วน สำหรับคู่นี้
ตัวชี้วัดสำคัญที่เรายึดถือคือความสามารถในการยืนระยะและความนิ่งในยกตัดสิน
ซึ่งเป็นจุดที่หลานย่าแก้วผ่านการพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งในเวทีใหญ่
เงื่อนไขที่หลานย่าแก้วต้องทำให้ได้เพื่อคว้าชัยในไฟต์นี้
เงื่อนไขแรกที่หลานย่าแก้วต้องทำได้คือการผ่านสองยกแรกไปให้ได้โดยไม่เสียอาการหนักจากการโดนสับศอกหรือหมัดหนักของเสาโท
เขาต้องใช้การถอยวนและลูกถีบสกัดรักษาระยะไว้จนกว่าเกมจะเข้าสู่ยกกลาง
แล้วค่อยเพิ่มปริมาณอาวุธทีละน้อย
วิธีนี้จะทำให้เสาโทที่รอจังหวะระเบิดพลังเริ่มหมดความอดทนและพลั้งเปิดเกมบุกแบบไม่ตั้งหลัก
ซึ่งเป็นจังหวะที่มวยฝีมืออย่างเขารอคอย
เงื่อนไขที่สองคือการทำคะแนนให้ชัดเจนในยกกลางด้วยเตะเจาะยางและศอกซ้าย
แม้ลูกเตะจะดูไม่ดุเดือดเท่าศอกสับของฝั่งตรงข้าม แต่ในเกณฑ์การตัดสินของเวทีราชดำเนิน
การออกอาวุธที่เข้าเป้าอย่างต่อเนื่องและคุมเกมได้ตลอดทั้งยกมีน้ำหนักมากพอจะชี้ขาดผลแพ้ชนะ
หากหลานย่าแก้วทำได้ถึงยก 4 ยก 5 เขาจะกลายเป็นฝ่ายเดินเกมและบีบให้เสาโทต้องไล่ตาม
ซึ่งไม่ใช่เกมที่จอมเก๋ารายนี้ถนัดเอาซะเลย
เงื่อนไขที่เสาโทต้องรีบปิดเกมก่อนที่เกมจะยืดยาวไปถึงยกท้าย
ส่วนเสาโท เงื่อนไขเดียวที่ทำให้เขาคว้าชัยคือการปิดเกมให้ได้โดยเร็วที่สุด
เขาต้องใช้จังหวะการกอดและรัดร่างเพื่อตีเข่าพุ่งและสับศอกในระยะที่หลานย่าแก้วใช้ลูกถีบไม่ถนัด
และต้องงัดหมัดฮุกออกมาเล่นงานในจังหวะที่คู่ชกก้าวถอยหลังเสมอ
ถ้าทำอาวุธเหล่านี้เข้าเป้าในสองยกแรก
เกมอาจจบลงด้วยการน็อกเอาต์แบบที่แฟนมวยหลายคนรอคอย
แต่ถ้าเกมลากยาวเกินยก 3 พละกำลังของเสาโทซึ่งผ่านการชกมามากกว่า 100
ไฟต์จะเริ่มร่อยหรอ และความแม่นยำของอาวุธจะลดลงตามลำดับ
เสี่ยงที่เขาจะถูกหลานย่าแก้วต้อนมุมแล้วเก็บคะแนนนำห่างในยกท้าย ๆ
เกมในลักษณะนั้นจะกลายเป็นการ กินนิ่ม ของดาวรุ่งทันที
และโอกาสที่เสาโทจะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะในยกตัดสินนั้นแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย
บทสรุปของเราคือ หากเสาโทไม่สามารถน็อกหลานย่าแก้วได้ภายในสามยกแรก
โอกาสชนะจะค่อย ๆ เลื่อนไปอยู่ฝั่งดาวรุ่งทุกนาที และเมื่อถึงยกตัดสิน
เรามองว่าไฟต์จะจบลงด้วยการที่หลานย่าแก้วยกมือขึ้นรับชัยด้วยคะแนน
ไฟต์นี้จะถูกจารึกในฐานะการล้มยักษ์ของดาวรุ่ง หรือการสกัดทางดังของจอมเก๋า
ขึ้นอยู่กับว่าใครจะยืนหยัดได้จนถึงเสียงระฆังยกสุดท้าย