ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 บนเวทีมวยไทย 7 สี
แฟนมวยจำนวนไม่น้อยได้ข้อสรุปชัดเจนข้อหนึ่งจากคู่ชกระหว่าง พลายทองคำ แอ๊ดสันป่าตอง กับ
เพชรเดือด โกลิตะมวยไทย นั่นคือคู่นี้ถูกกันอย่างถึงพริกถึงขิงจนกรรมการไม่สามารถชี้ขาดผู้ชนะได้
และผลเสมอในวันนั้นเองที่กลายเป็นที่มาของคู่รีแมตช์ในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569
ที่เวทีมวยราชดำเนิน พิกัด 109 ปอนด์ ซึ่งทางเว็บ Pakyok.org ได้รวบรวมข้อมูล ฟอร์มล่าสุด
และมุมมองเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองฝ่ายมาให้แฟนมวยใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างละเอียดในบทความนี้
รายการศึกเพชรยินดีเปิดสังเวียนราชดำเนินด้วยรีแมตช์
109 ปอนด์
ศึกเพชรยินดีในวันพฤหัสบดีนี้ถือเป็นโปรแกรมมวยที่แฟนมวยตั้งตารอ
เพราะนอกจากจะมีคู่เอกสุดมันส์แล้ว คู่รองอย่าง พลายทองคำ แอ๊ดสันป่าตอง พบ เพชรเดือด
โกลิตะมวยไทย ยังถูกวางเป็นไฮไลต์ของรายการเนื่องจากเป็นไฟต์ตัดสินจากผลเสมอครั้งก่อน
การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในช่วงแรกเวลา 18:00 น. ณ เวทีมวยราชดำเนิน
สนามมวยมาตรฐานที่เก่าแก่ที่สุดของไทย และมีการถ่ายทอดสดทางช่อง True4U
ให้แฟนมวยทั่วประเทศได้ลุ้นกันพร้อมๆ กัน
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| รายการ | ศึกเพชรยินดี |
| วันแข่งขัน | วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 |
| เวลาเริ่มชก | 18:00 น. (ช่วงแรก) |
| สถานที่ | เวทีมวยราชดำเนิน |
| พิกัดน้ำหนัก | 109 ปอนด์ |
| สถานะคู่มวย | คู่รอง |
| ถ่ายทอดสด | ช่อง True4U |
การกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบเดือนเศษด้วยพิกัด 109 ปอนด์เท่าเดิม
ทำให้ไฟต์นี้มีความหมายมากกว่าไฟต์จัดทั่วไป
เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าใครสมควรเป็นเบอร์หนึ่งของพิกัดนี้
และถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของโปรโมเตอร์เพชรยินดีในการคัดกรองดาวรุ่งกับมวยเก๋าว่าใครจะได้เดินหน้าต่อในเส้นทางใหญ่
แฟนมวยที่เตรียมตัวดูมวยสด ศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีนี้จึงควรเก็บรายละเอียดคู่รองคู่นี้ไว้ให้ดี
และสามารถเช็กโปรแกรมมวยราชดำเนินทั้งหมดของคืนนี้ได้ที่ วิเคราะห์มวย ศึกเพชรยินดี
ซึ่งทีมงานเราได้รวบรวมข้อมูลของทุกคู่ไว้ให้ครบถ้วนแล้ว
พลายทองคำ
แอ๊ดสันป่าตอง ดาวรุ่งหมัดหนักวัย 19 จากสุราษฎร์ธานี
พลายทองคำคือนักมวยดาวรุ่งวัย 19 ปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดค่ายมวยแอ๊ดสันป่าตอง
ซึ่งก่อนหน้านี้เคยชกในนาม ศิษย์ไทยแลนด์ เชียงใหม่ยิม และ ออโต้อาร์วัน
ก่อนจะเริ่มแจ้งเกิดบนเวทีมาตรฐานอย่างราชดำเนินและมวยไทย 7 สี
ด้วยสไตล์การชกแบบมวยขวาฝีมือครบเครื่องที่ผสมผสานอาวุธหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน
และจากไฟต์ที่ชกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 ครั้ง เขาก็ค่อยๆ
พัฒนาฝีมือจนกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งของพิกัด 109 ปอนด์
หมัดหนัก ศอกคม
และการคว้าคอปล้ำตีที่ครบเครื่องทุกมิติ
จุดเด่นที่ทำให้พลายทองคำเป็นมวยทรงดีที่น่ากลัวคือความหลากหลายของอาวุธ
หมัดของเขามีทั้งความหนักและความแม่นยำ
ใช้เป็นหมัดตรงหรือหมัดฮุกนำเพื่อเปิดทางเข้าทำได้ทุกจังหวะ
และลูกศอกก็เป็นอีกหนึ่งอาวุธที่อันตรายซึ่งเคยเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญในไฟต์ที่พบกับ เพชรพอใจ
ที่เขาพลิกสถานการณ์กลับมาชนะด้วยศอกอย่างน่าประทับใจ
นอกจากการชกระยะไกลแล้ว พลายทองคำยังมีทักษะการคว้าคอปล้ำตีที่เหนียวแน่นผิดกับวัย
ทำให้เขาสามารถคุมรูปเกมในระยะประชิดได้แม้ต้องเจอกับมวยเข่าโดยเฉพาะ
และด้วยสไตล์มวยน้ำไหลที่สลับบทบาทระหว่างตั้งรับโต้และเดินบดได้ตามสถานการณ์
เขาจึงเป็นมวยที่ปรับแผนได้หลากหลาย
ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่สุดในการรับมือกับเพชรเดือดที่ชอบบุกกดดันตลอดเวลา
จุดที่พลายทองคำยังเสียเปรียบเมื่อเจอเกมบีบคั้นจากเพชรเดือด
แม้จะมีอาวุธครบมือ แต่ด้วยวัยเพียง 19 ปี
ประสบการณ์ของพลายทองคำในการเจอกับเกมบีบคั้นหนักๆ ยังน้อยกว่าคู่ชกอย่างเห็นได้ชัด ฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดของเขามีทั้งชนะและแพ้สลับกัน โดยเฉพาะการแพ้คะแนนให้ทัพไทย ส.เปรมบุตร
และมังกรเพชร ทรายมูลสนุ๊กเกอร์ ในรายการศึกเพชรยินดี
แสดงให้เห็นว่าเขายังมีปัญหาเมื่อเจอคู่ที่กดดันไม่หยุด
ซึ่งเป็นจุดที่เพชรเดือดน่าจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
อีกรอยรั่วที่แฟนมวยต้องจับตาคือสภาพร่างกายในยกท้าย
เพราะรูปแบบการชกของเขายังมีจุดที่อาจเกิดอาการยุบปลายเมื่อถูกบดต่อเนื่อง
ยิ่งต้องเจอกับมวยเข่าสายบู๊ที่พร้อมเดินใส่ตลอด 5 ยก ยิ่งทำให้เขาต้องบริหารแรงให้ดี
และถ้าปล่อยให้เพชรเดือดคลุกวงในได้บ่อยๆ
โอกาสที่เกมจะพลิกไปในทางเสียเปรียบก็มีสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกยก
เพชรเดือด
โกลิตะมวยไทย จอมเข่าชัยภูมิที่เคยครองแชมป์ไทย 105 ปอนด์
เพชรเดือดคือนักมวยมากประสบการณ์วัย 23 ปีจากอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ
มีดีกรีเป็นอดีตแชมป์ประเทศไทยรุ่น 105 ปอนด์ ซึ่งเคยป้องกันแชมป์ด้วยการชนะคะแนนเพชรอันดา
เกียรติยอดยิ่งเมื่อปี 2565 ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาเขาชกมาแล้วมากกว่า 60 ครั้ง
ผ่านไฟต์ใหญ่มาหลากหลายทั้งในนาม วีเคเขาใหญ่ กระเป๋าลิงกี้ อ.อู๊ดอุดร ต.ไพโรจน์ และ
ส.เทียนชัย
ก่อนจะมาอยู่ในสังกัดโกลิตะมวยไทยและเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับค่ายเพชรเกียรติเพชร
เข่าในที่รุนแรงและการเดินบด
5 ยกที่ทำลายสมาธิคู่ชก
อาวุธเด็ดที่สุดของเพชรเดือดคือเข่าในที่ทั้งเหนียวและรุนแรง
เขาสามารถแทงเข่าได้ต่อเนื่องแม้โดนกอดรั้ง และยังมีลูกโยนเข่าในจังหวะที่คู่ต่อสู้เผลอ
สไตล์การชกของเขาเป็นการเดินติดไม่ให้อีกฝ่ายมีพื้นที่หายใจ
ซึ่งสร้างความอึดอัดและกดดันให้คู่ชกต้องตัดสินใจผิดพลาด
จุดนี้เองที่ทำให้เขาถูกยกให้เป็นมวยเข่าสายบู๊ที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งของพิกัด
ที่สำคัญ การเดินบดของเพชรเดือดไม่ได้มาแบบไร้เหลี่ยม
เพราะเขามีเชิงในการขวางหน้าและไล่แขนเพื่อหาช่องแทงเข่าที่แยบยล
พละกำลังที่แข็งแกร่งทำให้บดได้ครบ 5 ยกโดยไม่เห็นอาการเหนื่อย
และถ้าเป็นเกมที่เขานำคะแนนไว้ก่อน ยิ่งยากที่คู่ชกจะแย่งเกมคืน
เพราะเพชรเดือดจะคุมจังหวะด้วยการเดินบดอย่างชาญฉลาดและเลือกแทงเข่าในจังหวะที่กรรมการมองเห็น
ประสบการณ์เกมระดับแชมป์กับความนิ่งที่วัย
19 ยังเทียบไม่ถึง
สิ่งที่เพชรเดือดได้เปรียบพลายทองคำชัดเจนที่สุดคือประสบการณ์
การผ่านเกมชิงแชมป์และเจอคู่ปรับหลากหลายสไตล์ทำให้เขารู้วิธีทำคะแนนในจังหวะสำคัญ
โดยเฉพาะการแทงเข่าในวงในซึ่งเป็นอาวุธที่ทำแต้มได้ดีในสายตากรรมการเวทีราชดำเนิน
ฟอร์มล่าสุดของเขายังยืนยันความสม่ำเสมอด้วยการชนะ 3
ไฟต์ติดต่อกันก่อนจะพลาดท่าแพ้ให้ดอกไม้ไฟ สันติอุบล ในการชิงแชมป์ 108 ปอนด์
และปิดท้ายด้วยผลเสมอในไฟต์รีแมตช์กับพลายทองคำ
จุดที่ต้องระวังคือการเป็นมวยเดินบู๊ทำให้เปิดช่องให้คู่ต่อสู้ที่มีหมัดหรือศอกคมดักโจมตีได้
หากก้าวพลาดจังหวะเข้าทำเมื่อไหร่ อาจโดนศอกสวนจนเสียรูปเกมได้
แต่ด้วยความถึกและใจสู้ที่มีมาแต่กำเนิด เพชรเดือดจึงเป็นมวยที่ยากจะยอมแพ้ แม้จะโดนหมัดหนักๆ
หลายดอกก็ยังเดินหน้าบดต่อได้เสมอ
และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาอันตรายในสายตาของมวยฝีมืออย่างพลายทองคำ
ย้อนรอยไฟต์แรกที่เสมอและฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดของทั้งคู่
ทั้งสองฝ่ายเคยพบกันมาแล้วหนึ่งครั้งในวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 บนรายการมวยไทย 7 สี พิกัด
109 ปอนด์ และจบลงด้วยผลเสมออย่างสูสี
โดยในไฟต์นั้นพลายทองคำใช้ความเร็วกับหมัดศอกสกัดการบุก
ส่วนเพชรเดือดใช้ความแข็งแกร่งเดินบดเข่าใส่ ทำให้ไม่มีใครทำคะแนนนำขาดได้ตลอด 5 ยก
สถิติการพบกันของทั้งคู่จึงมีรายละเอียดดังนี้
วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ผลเสมอ รายการมวยไทย 7 สี พิกัด 109 ปอนด์
โดยทั้งคู่แลกอาวุธกันอย่างสูสีจนกรรมการต้องชี้ขาดให้เสมอกันในที่สุด
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของพลายทองคำ แอ๊ดสันป่าตอง
เรียงตามลำดับจากไฟต์ล่าสุดย้อนไปหาอดีตมีดังนี้ ก่อนเจอเพชรเดือด
เขาเพิ่งแพ้รวดสองไฟต์ติดในศึกเพชรยินดี ซึ่งเป็นช่วงที่ฟอร์มตกชัดเจน
และการได้เสมอในไฟต์รีแมตช์จึงถือเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาได้ระดับหนึ่ง
- เสมอ เพชรเดือด โกลิตะมวยไทย (มวยไทย 7 สี 5 ก.ค. 2569)
- แพ้คะแนน ทัพไทย ส.เปรมบุตร (ศึกเพชรยินดี 4 มิ.ย. 2569)
- แพ้คะแนน มังกรเพชร ทรายมูลสนุ๊กเกอร์ (ศึกเพชรยินดี 9 เม.ย. 2569)
- ชนะคะแนน เพชรสีแดง ศิษย์เจริญทรัพย์ (ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง 10 มี.ค. 2569)
- ชนะคะแนน แวววาว ว.วังพรม (ศึกเพชรยินดี 12 ก.พ. 2569)
ส่วนฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของเพชรเดือด โกลิตะมวยไทย มีบันทึกผลเรียงตามลำดับเป็น
ส พ ช ช ช ซึ่งแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้เขาชนะมา 3 ไฟต์ติดต่อกัน
และการแพ้ให้ดอกไม้ไฟ สันติอุบล ในการชิงแชมป์ 108
ปอนด์ก็เป็นจังหวะที่พลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รายละเอียดมีดังนี้
- เสมอ พลายทองคำ แอ๊ดสันป่าตอง (มวยไทย 7 สี 5 ก.ค. 2569)
- แพ้ ดอกไม้ไฟ สันติอุบล (ชิงแชมป์รุ่น 108 ปอนด์ เม.ย. 2569)
- ชนะ หนึ่งสยาม ส.เดชะพันธ์ (ก.พ. 2569)
- ชนะสองไฟต์ก่อนหน้านั้นติดต่อกัน
เมื่อเทียบสถิติกันแล้วจะเห็นว่า พลายทองคำเพิ่งแพ้ 2 ใน 3 ไฟต์ก่อนเจอเพชรเดือด
แต่กลับเก็บผลเสมอจากมวยเข่าหน้าด้านได้ ขณะที่เพชรเดือดมีจังหวะฟอร์มที่ดีกว่าชัดเจน
และการที่ทั้งคู่ยังถูกจัดในพิกัด 109 ปอนด์เท่าเดิม
ยิ่งบ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายตั้งใจเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่สำหรับไฟต์ตัดสินครั้งนี้
หัวใจของรีแมตช์นี้คือการชิงจังหวะเข้าทำก่อนใคร

ถ้าต้องสรุปหัวใจของไฟต์นี้ในประโยคเดียว คงหนีไม่พ้นเรื่องการชิงจังหวะเข้าทำ
พลายทองคำต้องใช้หมัดและศอกสกัดการเดินของเพชรเดือดให้ได้ตั้งแต่ยกแรก
และไม่ควรปล่อยให้อีกฝ่ายคลุกวงในง่ายๆ
ขณะที่เพชรเดือดต้องหาทางฝ่าด่านหมัดศอกเข้าไปคว้าคอปล้ำตีให้เร็วที่สุด
เพื่อเปลี่ยนเกมให้เป็นการชกในระยะที่ตัวเองถนัด ก่อนลงรายละเอียดเชิงแทคติก
เราขอสรุปภาพรวมอาวุธที่ต้องจับตาในไฟต์นี้ซึ่งเรียงตามความสำคัญได้ดังนี้
- หมัดตรงและหมัดฮุกของพลายทองคำที่หนักและแม่นยำ
ใช้เปิดทางและหวังผลปิดกล่องได้ทุกจังหวะ - ศอกตี ศอกกลับ และศอกงัดของพลายทองคำ
ซึ่งเคยเป็นอาวุธเปลี่ยนเกมมาแล้วในไฟต์กับเพชรพอใจ - เข่าในที่เหนียวหนึบและรุนแรงของเพชรเดือด ซึ่งเป็นอาวุธทำคะแนนหลักในวงใน
- การคว้าคอปล้ำตีและการไล่แขนของเพชรเดือด ที่จะตัดสินว่าใครครองวงในได้ก่อน
- การถอยคุมจังหวะและดักจังหวะสองของพลายทองคำ ที่ใช้สกัดการเดินบดของคู่ชก
เกมของพลายทองคำคือการตั้งการ์ดสูงและดักจังหวะสอง
การหยุดเพชรเดือดไม่ใช่เรื่องของการตั้งรับเฉยๆ แต่คือการวางกับดักด้วยจังหวะสอง
พลายทองคำควรใช้หมัดตรงและศอกตีสกัดจังหวะการเดินบดของคู่ชก
ก่อนจะสวนด้วยหมัดฮุกหรือศอกงัดในจังหวะที่เพชรเดือดกำลังยกเข่า
ซึ่งเป็นช่วงที่อีกฝ่ายเสียสมดุลมากที่สุด ถ้าทำแบบนี้ได้สม่ำเสมอ
เพชรเดือดจะเริ่มลังเลและถอดใจกับการเดินหน้า
นอกจากนี้ การถอยคุมจังหวะก็เป็นอาวุธสำคัญของพลายทองคำ
เพราะถ้าเขาถอยอย่างมีทิศทางและดักตอบโต้ได้แม่น เพชรเดือดจะเริ่มช้าลงในยกกลาง
แต่ความเสี่ยงคือถ้าถอยมากเกินไปจนหลังพิงเชือกเมื่อไหร่
เพชรเดือดจะได้จังหวะเดินบดเข่าใส่จนยากจะตั้งตัว
ดังนั้นการเลือกจังหวะตั้งหลักและหมุนตัวออกข้างจึงสำคัญไม่แพ้การออกอาวุธ
เกมของเพชรเดือดคือการเดินเบียดเข้าหาและหักงวงไอยรา
เพชรเดือดจะได้เปรียบก็ต่อเมื่อเขาสามารถพาเกมเข้าสู่ระยะประชิดได้สำเร็จ
ด้วยสไตล์การชกแบบบู๊ลืมตาย
เป้าหมายแรกของเขาคือการเดินเบียดผ่านหมัดหน้าของพลายทองคำให้ได้เร็วที่สุด
แล้วคว้าคอปล้ำตีทันที
ส่วนการหักงวงไอยราเพื่อสกัดลูกเตะของพลายทองคำก็เป็นอีกอาวุธที่เขาน่าจะใช้
เพราะการจับขาแล้วทำลายจังหวะจะทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าออกอาวุธไกลๆ บ่อยนัก
ประเด็นสำคัญคือความอดทนของเพชรเดือดในยกแรก
ถ้าเขารีบเร่งเดินบดหนักเกินไปและโดนศอกดักจนเสียรูปเกม
อาจกลายเป็นว่าเสียจังหวะให้พลายทองคำทำคะแนนนำก่อน
ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายสำหรับมวยที่ถนัดบุก
ดังนั้นการอ่านจังหวะของทั้งสองฝ่ายในยกแรกจึงเป็นตัวกำหนดทิศทางของทั้งไฟต์
และผู้ที่ปรับแผนได้เร็วกว่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในยกกลางเป็นต้นไป
ทรรศนะสุดท้าย
โอกาสชนะคะแนนของเพชรเดือดยังสูงกว่าพลายทองคำ
เมื่อรวมทุกปัจจัย ทั้งประสบการณ์ การคุมระยะประชิด และความสม่ำเสมอของแรงบด
ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าเพชรเดือดมีโอกาสชนะมากกว่าพลายทองคำเพียงเล็กน้อย
แม้พลายทองคำจะมีอาวุธที่หวือหวาและหลากหลายกว่า
แต่ผลเสมอในไฟต์แรกชี้ให้เห็นว่าเขายังหาทางทำคะแนนขาดจากมวยเข่ารายนี้ไม่ได้
และเกมที่ถูกบดต่อเนื่องทั้ง 5 ยกมักเป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับนักมวยวัย 19 ปี
เงื่อนไขที่ทำให้พลายทองคำพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ
แน่นอนว่าเส้นทางสู่ชัยชนะของพลายทองคำไม่ได้ปิดตาย
ถ้าเขาสามารถชิงความได้เปรียบตั้งแต่ยกแรกด้วยวงนอกที่คมทั้งหมัดตรงและเตะตัดล่างที่คุมระยะไว้ได้
ก่อนจะสวนด้วยศอกตีในจังหวะที่เพชรเดือดกำลังเข้าประชิด เขาก็มีโอกาสทำคะแนนนำก่อน 3
ยกแรกได้ และถ้าเข้าสู่ยกท้ายด้วยสกอร์ที่นำอยู่
การถอยตั้งรับอย่างมีสติเพื่อรักษาคะแนนก็อาจทำให้เขาเบียดชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว
แต่เงื่อนไขทั้งหมดจะพังทลายทันทีถ้าเขาถูกบดจนยุบปลายในยก 4-5 อย่างที่หลายคนกังวล
เพราะเมื่อไหร่ที่เพชรเดือดได้คลุกวงในและแทงเข่าได้ต่อเนื่อง เกมจะไหลไปทางฝ่ายชัยภูมิทันที
ดังนั้นคนที่เชื่อว่าพลายทองคำจะหักปากกาเซียนในไฟต์นี้ ต้องยอมรับความเสี่ยงนี้ให้ได้
และควรเลือกจังหวะเดิมพันอย่างรอบคอบมากกว่าการทุ่มเงินตั้งแต่ราคาเปิด
ในภาพรวม ทีมงานวิเคราะห์มวยของเราขอสรุปว่าผลที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ
เพชรเดือดชนะคะแนนแบบเบียดๆ
ขณะที่มุมการพลิกของพลายทองคำก็มีน้ำหนักพอที่จะเผื่อใจไว้เสมอ
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการอ่านบทวิเคราะห์คู่เด็ดอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้า วิเคราะห์มวย ของเรา
ซึ่งมีการอัปเดตทรรศนะทุกคู่ก่อนวันชกอย่างต่อเนื่อง
ทีเด็ดก่อนวางเดิมพันรีแมตช์ 109
ปอนด์ที่ต่อรองสูสี
ด้วยความที่ทั้งคู่มีระดับฝีมือใกล้เคียงกัน
คาดว่าราคามวยของคู่นี้จะเปิดมาในลักษณะเสมอหรือต่อเพียงเล็กน้อย
ซึ่งเป็นราคาที่ทำให้การเดิมพันสนุกแต่ก็เสี่ยง เพราะมวยราคาเสมอมักจบด้วยผลแพ้ชนะที่ไม่ห่างกัน
หรือบางไฟต์ก็ซ้ำรอยเสมออีกครั้ง เซียนมวยจึงต้องวางแผนการเล่นให้ดี ทั้งการรอราคาไหล
การเลือกราคาที่น้ำคุ้มค่า และการแทงสดในจังหวะที่รูปเกมชัดเจน
อีกมุมที่น่าสนใจคือการมองหามูลค่าจากตัวรอง
เพราะถ้าราคาเปิดออกมาให้พลายทองคำเป็นรองแบบมีน้ำเยอะ
คนที่เชื่อในฝีมือดาวรุ่งรายนี้อาจได้ราคาที่คุ้มค่ากว่าการเชียร์เพชรเดือดเสียอีก
แต่การเล่นแบบนั้นต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องอาการยุบปลายของพลายทองคำด้วย
ทางที่ดีคือแบ่งเงินเดิมพันเป็นสัดส่วน เล่นทรรศนะหลักไว้ส่วนหนึ่ง
แล้วค่อยสำรองเงินไว้แทงสดช่วงยกท้าย สำหรับทีเด็ดมวยของเราในไฟต์นี้
เรียงตามความมั่นใจจากมากไปน้อยได้ดังนี้
- เพชรเดือดชนะคะแนน เป็นทรรศนะหลักของทีมงาน
เพราะเกมเดินบดเข่ามักทำคะแนนได้ดีกับกรรมการราชดำเนิน
และเจ้าตัวมีประสบการณ์ชนะเกมเบียดมาแล้วหลายครั้ง - รองพลายทองคำชนะคะแนน
สำหรับคนที่เชื่อในฝีมืออันหลากหลายและลูกศอกเปลี่ยนเกมของดาวรุ่งรายนี้
แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องความสดในยกท้ายด้วย - เดิมพันยกต่อยกช่วงยก 4-5 เป็นจังหวะที่เพชรเดือดน่าจะได้เปรียบชัดเจนที่สุด
ถ้าพลายทองคำเริ่มเหนื่อยจากการโดนบดต่อเนื่อง - แทงสดรอจังหวะราคาไหล ถ้าราคาไหลลงเพราะเพชรเดือดถูกกดดันช่วงต้นไฟต์
การเลือกจังหวะเข้าสะสมราคาที่ดีกว่าย่อมคุ้มค่ากว่าการทุ่มเทตั้งแต่ราคาเปิด
แฟนมวยที่ต้องการร่วมลุ้นไฟต์นี้แบบเต็มรูปแบบสามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเริ่มต้นเดิมพันได้ทันที และอย่าลืมเลือกเดิมพันอย่างมีสติ รู้จักหยุดเมื่อได้กำไร
เพราะคู่มวยที่สูสีกันขนาดนี้ไม่มีใครการันตีผลแพ้ชนะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์