ถ้าคืนวันเสาร์นี้คุณกำลังมองหาทีเด็ดมวยที่ทั้งมันส์และมีชั้นเชิงอยู่ในทีมเดียวกัน
ขอให้หยุดอยู่ที่คู่ไฟต์นี้ เพราะรายการ RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ จัดให้เพชรสมาน
ส.สมานการ์เม้นท์ ยอดมวยซ้ายวัย 27 ปี ต้องมาวัดของกับแก่นศักดิ์ จิตรเมืองนนท์
ปรมาจารย์มวยฝีมือที่กำลังกลับมาฮ็อตสุด ๆ ในเวทีระดับโลก นี่คือการชกในพิกัด 124
ปอนด์ที่ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อน และทีมงาน Pakyok
จะชวนคุณไล่เรียงฟอร์มล่าสุด อาวุธเด็ด และมุมของราคาต่อรองที่ควรรู้
เพื่อให้คุณเลือกข้างอย่างมีเหตุผลมากกว่าการเดาจากกระแส
คืนเสาร์ที่ 1
สิงหาคม 2569 กับไฟต์ 124 ปอนด์แห่งเวทีราชดำเนิน
โปรแกรมมวยรายการนี้ถูกวางไว้ในช่วงไพรม์ไทม์ของคอหมัด โดยเริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่ 19:00
น. และคู่หลักออกโรงประมาณ 20:05 น. แฟนมวยสามารถรับชมได้ทั้งทางช่อง Workpoint 23
รวมถึงช่องทางออนไลน์ของยูทูบ RWS และเฟซบุ๊ก RWS และถ้าอยากดูโปรแกรมครบทุกคู่
แนะนำให้เช็กที่หน้า วิเคราะห์มวย ราชดำเนิน เวิลด์
ซีรีย์ ที่เรารวบรวมลิงก์รับชมไว้ให้อย่างเป็นระบบ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| รายการแข่งขัน | RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ |
| วันแข่งขัน | วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 |
| เวลาเริ่มรายการ | 19:00 น. (คู่หลักประมาณ 20:05 น.) |
| สนาม | เวทีมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร |
| พิกัดน้ำหนัก | 124 ปอนด์ |
| ช่องทางรับชม | Workpoint 23, ยูทูบ RWS, เฟซบุ๊ก RWS |
นี่คือหนึ่งในไฟต์ที่สะท้อนโจทย์ใหญ่ของวงการมวยไทยยุคใหม่ได้ชัดที่สุด
เมื่อความเก๋าและชั้นเชิงระดับตำนานต้องมาปะทะกับความสดและพลังทำลายล้างของมวยรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในระบบ
RWS กติกาของรายการให้ค่ากับความดุเดือดและความพยายามทำแต้มอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่แค่การเตะเพื่อรักษาระยะ
จึงเป็นโจทย์ที่ทั้งคู่ต้องปรับตัวให้เข้ากับการตัดสินใจของผู้ตัดสินในแบบฉบับราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ การรับมือกับหมัดและศอก ของทั้งคู่
เพราะมันคือหัวใจของไฟต์นี้
เพชรสมาน
ส.สมานการ์เม้นท์ มวยซ้ายวัย 27 ที่แลกความเสี่ยงกับความดุดัน
เจาะลึกฝั่งแดงก่อน นักมวยชาวสุรินทร์รายนี้เริ่มต้นอาชีพในชื่อนิวแสนชัย ปกรณ์พรสุรินทร์
ผ่านช่วงตกอับที่ต้องกลับไปชกต่างจังหวัดก่อนจะกลับมาแจ้งเกิดในชื่อเพชรสมาน ส.สมานการ์เม้นท์
เขาไต่ขึ้นมาถึงแชมป์ประเทศไทยรุ่น 122 ปอนด์ รวมถึงแชมป์เวทีราชดำเนินและแชมป์ทรูฟอร์ยู
แต่เส้นทางในรายการ RWS ระยะหลังกลับเต็มไปด้วยบททดสอบที่โหดร้าย
มวยซ้ายครบเครื่องที่ทั้งเดินบุกและปล้ำตีเข่า
เพชรสมานเป็นมวยซ้ายที่อาวุธหลักทุกอย่างผูกกับจังหวะก้าวเท้า
เขาชอบเดินเบียดกดดันด้วยหมัดซ้ายยาว บรรจงด้วยเตะขวาที่ทรงพลัง
และเมื่อเข้าถึงตัวก็เปลี่ยนเป็นเกมปล้ำวงในทันที
ทักษะการกอดคอและการแทงเข่าในระยะประชิดของเขาคืออาวุธที่สร้างความกดดันให้คู่ต่อสู้ที่ถนัดชกวงนอกได้เป็นอย่างดี
จุดแข็งที่ชัดเจนคือความคล่องตัวของคนอายุ 27 ปีที่ยังไหลไปกับทุกสถานการณ์ในยกหลัง ๆ
แม้จะถูกมองว่าเป็นมวยฝีมือครบเครื่อง
แต่ความหมายของคำว่าครบเครื่องในแบบของเพชรสมานไม่ใช่การตั้งรับอย่างสุขุม
หากคือการรุกที่พร้อมเปลี่ยนระดับความรุนแรงได้ตลอดเวลา
เขาสามารถชกเก็บคะแนนได้อย่างมีเหลี่ยมมวย
หรือจะพลิกเป็นมวยบู๊ที่ยอมแลกหมัดแลกศอกเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
แต่การเลือกเดินเบียดเข้าหาแก่นศักดิ์ทั้งไฟต์อาจเป็นดาบสองคม
เพราะอีกฝ่ายคือสุดยอดนักดักทางที่รอบคอบที่สุดในรุ่น
จุดเปราะที่เพชรศิลาเปิดโปงถึงสองครั้ง
สิ่งที่ทำให้เรายังไม่กล้าการันตีเพชรสมานเต็มร้อยคือผลงานที่แพ้น็อกเพชรศิลา ว.อุรชา ในยก
2 ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 และครั้งล่าสุดในเดือนเมษายน 2569
ตัวเลขนี้สะท้อนอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงกว่าการแพ้ทั่วไป
นั่นคือปัญหาเชิงโครงสร้างในการรับมือมวยที่ดักทางและเล่นจังหวะไว้ก่อน
เมื่อเจอกับมวยที่มีระเบียบวินัยในการชกสูง เพชรสมานมักเสียตำแหน่งการยืน
โดนตั้งการ์ดสูงเล่นงานจนเสียสมาธิ และตกเป็นฝ่ายถูกชิงจังหวะก่อนในยกระยะประชิด
ถ้าเขาเจอเพชรศิลาซึ่งเป็นมวยฝีมือในระดับหัวแถวแล้วแพ้แบบนี้
คู่ต่อสู้อย่างแก่นศักดิ์ซึ่งคือที่สุดของสายมวยฝีมือก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก
นี่คือมุมที่ทำให้เซียนมวยจำนวนไม่น้อยมองว่าไฟต์นี้อาจจบลงด้วยฝั่งน้ำเงินอีกครั้ง
แก่นศักดิ์
จิตรเมืองนนท์ ปรมาจารย์ที่กลับมาเขย่าวงการด้วยสามน็อกติด
ฝั่งน้ำเงินคือชื่อที่การันตีด้วยประวัติศาสตร์ยาวนาน แก่นศักดิ์เคยสร้างชื่อในหลายนาม
ไม่ว่าจะเป็นชัยมงคล ภูเก็ตไฟต์คลับ, จ่ายุทธกองสืบ หรือป.อ่าวทะเลบางเสร่
ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักในชื่อแก่นศักดิ์ จิตรเมืองนนท์ เขาคว้าแชมป์มาทั้งแชมป์ประเทศไทย
เวทีราชดำเนิน เวทีอ้อมน้อย 7 สี และเวทีจิตรเมืองนนท์
เรียกได้ว่าแทบทุกเวทีใหญ่ในประเทศมีชื่อเขาอยู่ในทำเนียบ
แต่ที่น่าสนใจคือช่วงหลังเขากลับมาโชว์ฟอร์มได้ดุเดือดยิ่งกว่าเดิมในรายการ RWS
ขาสั่งตายกับการดักทางที่แม่นยำเกินมนุษย์
ฉายา ขาสั่งตาย ที่แฟนมวยตั้งให้ไม่ใช่แค่ความสวยงามของภาษา แต่ยืนยันด้วยผลงานจริง ๆ
ในสามไฟต์หลังสุดของรายการ RWS เขาชนะน็อกหยวน เสี่ยวหลงในยกแรก, ชนะน็อกจาวัต
อัซดารีในยกแรก และชนะน็อกยาเซอร์ คารามี ปูร์ในยก 2
ทั้งหมดคือชัยชนะที่มาจากการดักจังหวะด้วยแข้งและหมัดตรงที่คมกริบ
สิ่งที่ทำให้แก่นศักดิ์ต่างจากมวยเก๋าทั่วไปคือสายตาที่อ่านเกมได้ไวผิดปกติ
เขาไม่เคยเสียขาให้กับการเดินเข้าหาแบบไร้ทิศทาง เพราะเลือกใช้เตะสกัด เตะตัดล่าง
และการถีบทำลายจังหวะสลับกันไปจนคู่ต่อสู้เสียบาลานซ์ เมื่อเห็นจังหวะที่คู่ชกเผลอ
เขาจะสาดศอกกลับหรือฟันศอกที่รวดเร็วจนแทบไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน
แม้อายุจะมากแต่ความแม่นยำของอาวุธยังเป็นระดับท็อปของเมืองไทย
ร่างเก๋ากับคำถามเรื่องความอึดในยกท้าย
ข้อกังวลเดียวที่เรายอมรับว่าเป็นเรื่องจริงคือสภาพร่างกายที่ผ่านการชกมานับร้อยไฟต์
ความเร็วและความทนทานเมื่อต้องเจอการบดขยี้ต่อเนื่องอาจไม่เท่ากับวัยหนุ่มของเพชรสมาน
โดยเฉพาะถ้าไฟต์นี้ถูกลากไปถึงยกที่สามด้วยการปล้ำตีเข่ารัว ๆ
ความเสี่ยงเรื่องการยืนระยะก็จะเริ่มโผล่ให้เห็น
แต่จังหวะนี้แก่นศักดิ์ดูจะรู้ตัวดีว่าเขาไม่ควรปล่อยให้เกมยืดเยื้อ และสถิติการชนะน็อกในยกต้น ๆ
ที่ผ่านมาชี้ว่าเขายังปิดเกมได้เฉียบขาด อย่างไรก็ตาม
ถ้าเพชรสมานสามารถพาเกมข้ามไปถึงยกตัดสินได้สำเร็จ
แก่นศักดิ์ต้องพิสูจน์ว่าแบตเตอรี่ของร่างวัยเก๋ายังเพียงพอต่อการชกกับมวยหนุ่มที่เดินไม่หยุดตลอดสามยก
จุดนี้เองที่แฟนมวยบางส่วนมองว่าเป็นช่องทางให้เพชรสมานใช้ความสดแซงนำในยกท้ายได้
ฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดที่ฟ้องว่าใครกำลังไปข้างหน้า
เมื่อทั้งคู่ยังไม่เคยพบกันมาก่อน สิ่งที่ดีที่สุดในการเทียบเคียงคือฟอร์มการชก 5
ไฟต์ล่าสุดบนสังเวียนใหญ่
เพราะมันแสดงให้เห็นทั้งทิศทางความมั่นใจและปัญหาเรื้อรังที่แต่ละฝ่ายยังแบกมา
ตัวเลขเหล่านี้คือหลักฐานที่เราจะใช้ต่อยอดไปสู่บทวิเคราะห์ในหัวข้อถัดไป
เส้นทางที่ไม่เคยบรรจบของสองขั้วความต่าง
ย้อนกลับไปในสถิติการพบกันของสองนักมวย ค้นเท่าไรก็ไม่พบไฟต์ที่ทั้งคู่ขึ้นเวทีเดียวกันมาก่อน
นี่จึงไม่ใช่การล้างตา แต่เป็นการโคจรมาประทะกันครั้งแรกของสองขั้วที่ต่างกันสุดขั้ว
ฝั่งหนึ่งคือความสดของมวยรุ่นใหม่ที่กำลังหาทางก้าวกลับสู่เส้นทางแชมป์
ส่วนอีกฝั่งคือความเก๋าของตำนานที่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองยังอยู่จุดสูงสุดของวงการ
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของเพชรสมาน ส.สมานการ์เม้นท์ มีดังนี้
- 18 เมษายน 2569 – แพ้น็อกยก 2 ให้เพชรศิลา ว.อุรชา ในรายการ RWS
- 7 กุมภาพันธ์ 2569 – ชนะคะแนน ซีอุย สิงห์มาวิน ในรายการ RWS
- 8 พฤศจิกายน 2568 – ชนะคะแนน อาลามิส กาดิโอ้ ในรายการ RWS
- 13 กันยายน 2568 – แพ้น็อกยก 2 ให้เพชรศิลา ว.อุรชา ในรายการ RWS
- 3 สิงหาคม 2568 – ชนะคะแนน คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ ในมวยไทย 7 สี
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของแก่นศักดิ์ จิตรเมืองนนท์ มีดังนี้
- 30 พฤษภาคม 2569 – ชนะน็อกยก 1 หยวน เสี่ยวหลง ในรายการ RWS
- 25 เมษายน 2569 – ชนะน็อกยก 1 จาวัต อัซดารี ในรายการ RWS
- 28 กุมภาพันธ์ 2569 – ชนะน็อกยก 2 ยาเซอร์ คารามี ปูร์ ในรายการ RWS
- 17 มกราคม 2569 – แพ้คะแนน สุรศักดิ์ ครูดามยิมส์ ในรายการ RWS
- 15 พฤศจิกายน 2568 – ชนะน็อกยก 1 เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ ในศึกจิตรเมืองนนท์
เมื่อวางสองรายการข้างกัน จะเห็นว่าเพชรสมานมีสถิติชนะสลับแพ้
และแพ้ให้เพชรศิลาถึงสองครั้ง
ขณะที่แก่นศักดิ์ชนะน็อกสามไฟต์ติดก่อนมาแพ้คะแนนสุรศักดิ์เพียงไฟต์เดียวแล้วกลับมาชนะน็อกอีกสามไฟต์รวด
ฟอร์มในภาพรวมจึงโน้มเอียงไปทางฝั่งน้ำเงิน
แต่ก็ยังมีคำถามเรื่องความอึดของเพชรสมานในจังหวะที่ต้องเจอมวยฝีมือ
อาวุธเด็ดที่ต้องล็อกตาไว้ในยกแรก

การชกของทั้งคู่ในยกแรกจะเป็นตัวกำหนดสีของเกม
ใครออกอาวุธได้คมและบริหารระยะได้ดีกว่าจะครองสกอร์นำไปจนจบ
ยกเว้นว่าจะมีใครถูกจับพลาดจังหวะเดียวจนเกมพลิกทันที
อาวุธที่เราคิดว่าแฟนมวยไม่ควรละสายตามีดังนี้
- หมัดซ้ายยาวและเตะขวาสวนของเพชรสมาน ที่ใช้เปิดทางก่อนเข้าปล้ำ
เป็นอาวุธที่ทำแต้มได้ทั้งระยะไกลและระยะกลาง - การกอดคอและปล้ำตีเข่า ในจังหวะที่เพชรสมานเดินเบียดถึงตัว
จะเป็นตัวชี้ขาดว่าเขาจะทำให้แก่นศักดิ์เสียจังหวะได้หรือไม่ - เตะตัดล่างและการเตะสกัดของแก่นศักดิ์
ที่จะใช้ตัดโจทย์การเดินเข้าหาและทำให้เพชรสมานเสียการทรงตัว - ศอกกลับและแทงศอกสวน ของแก่นศักดิ์
ที่พร้อมจะเด้งสวนทุกครั้งที่เพชรสมานพุ่งเข้าใส่ - การคุมระยะด้วยการถีบทำลายจังหวะและการโยกหลบ
ที่จะทำให้เกมของเพชรสมานติดขัดและหงุดหงิด
ตัวชี้ขาดเกมอยู่ที่ใครคุมระยะได้ก่อนระหว่างเพชรสมานกับแก่นศักดิ์
เมื่อจับคู่สไตล์ของทั้งสองข้างลงบนกระดาน ภาพที่ชัดที่สุดคือการแย่งชิงพื้นที่กลางเวที
เกมนี้ไม่ได้ตัดสินที่ใครเตะแรงกว่ากันเพียงอย่างเดียว
แต่ตัดสินที่ใครบังคับให้อีกฝ่ายต้องเล่นในเกมของตัวเองได้ก่อน
เราเจาะลึกจากแทคติกทั้งสองด้านเพื่อตอบโจทย์นี้
มุมที่ราคาอาจพลาดเมื่อมองฟอร์มของเพชรสมาน
หลายคนอาจมองว่าฟอร์มชนะสลับแพ้ของเพชรสมานทำให้เขาเป็น มวยรอง
ที่ราคาน่าลงทุน แต่ถ้าดูให้ลึกจะพบว่าเกมที่เขาชนะล้วนเป็นการชนะคะแนนกับคู่ต่อสู้ที่เปิดแลกด้วย
ส่วนเกมที่แพ้คือการเจอคู่ต่อสู้ที่ปิดเกมและเล่นจังหวะไว้ก่อน
ช่องโหว่นี้คือสิ่งที่แก่นศักดิ์ทำได้เหนือกว่าใครในรายการนี้
แผนของฝั่งแดงจึงต้องเปลี่ยนจากการเดินเบียดแบบเดิมมาเป็นการใช้หมัดซ้ายยาวตั้งการ์ดแล้วค่อย
ๆ หาเหลี่ยมเข้าปล้ำ
บท วิเคราะห์มวย
ฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าเพชรสมานมีโอกาสพลิกเกมได้จริงถ้าเขายอมเล่นแบบมวยฝีมือมากกว่ามวยบู๊
ด้วยความที่เป็นมวยซ้าย ระยะเอื้อมที่ได้เปรียบในพิกัดนี้และเกมเข่าที่หนักหน่วง
เขาสามารถสร้างปัญหาให้แก่นักศักดิ์ได้ถ้าเลือกจังหวะชิงวงในอย่างมีชั้นเชิง
แต่ถ้ายังเดินเข้าหาแบบเดิม ต้องยอมรับว่าแก่นศักดิ์จะยิ่งได้เปรียบขึ้นทุกยก
ทีเด็ดมวยและมุมเดิมพันสำหรับไฟต์
124 ปอนด์
จากบทวิเคราะห์ทั้งหมด เราประเมินว่าแก่นศักดิ์ จิตรเมืองนนท์
คือฝ่ายที่ได้เปรียบในเชิงแทคติกและโมเมนตัม และมีแนวโน้มสูงที่สุดที่จะชนะด้วยการตัดสินคะแนน
ขณะที่เพชรสมานยังเป็นตัวเลือกที่อันตรายสำหรับคนที่ชอบรองบด
เพราะถ้าเขาทำเกมปล้ำวงในได้ต่อเนื่อง ไฟต์นี้อาจพลิกเป็นน็อกได้ทุกเมื่อ
ใครที่สนใจเดิมพันต้องเทียบราคาน้ำกับเรตมวยที่ออกมาให้ดี
- ทีเด็ดแรกคือการแทงแก่นศักดิ์ชนะคะแนน
เพราะเกมของเขาออกแบบมาเพื่อเก็บคะแนนจากมวยที่เดินบุกโดยเฉพาะ ยิ่งกรรมการ RWS
ให้ค่ากับอาวุธที่ชัดเจน ยิ่งเข้าทางมวยฝีมืออย่างเขา - มุมรองคือแทงเพชรสมานชนะน็อกในยก 2-3
สำหรับคนที่ชอบความเสี่ยงสูง เพราะถ้าเพชรสมานเปิดเกมปล้ำตีเข่าได้สำเร็จ
พลังทำลายล้างของเขาสามารถปิดเกมได้ในจังหวะเดียว - ระวังเกมยกแรก อย่าเพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ตอนราคาเปิด
เพราะคู่นี้มีโอกาสจบไวสูงมาก ถ้าจะเล่นสดให้รอดูฟอร์มสองยกแรกก่อนค่อยวางเดิมพัน - สำหรับคนที่ถือว่าทั้งคู่สูสีกัน
การแทงว่าชกครบยกอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
เพราะชั้นเชิงของทั้งคู่สูงพอที่จะทำให้ไฟต์ยืดเยื้อ
สำหรับใครที่ต้องการลุ้นมวยคู่นี้แบบเต็มอรรถรส แนะนำให้เลือกเว็บที่มั่นคงและได้มาตรฐาน
คุณสามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเตรียมทีเด็ดของตัวเองก่อนเริ่มค่ำวันเสาร์นี้ และอย่าลืมว่าการเดิมพันทุกครั้งต้องมีสติ
รู้จักหยุดเมื่อได้กำไร เพื่อให้การดูมวยเป็นเรื่องสนุกไม่ใช่ความเสี่ยงที่เกินควบคุม