คำถามที่แฟนมวยจำนวนไม่น้อยผุดขึ้นในหัวก่อนคืนวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 คือ เพชรนิพนธ์
เพชรสี่หมื่น จะรับมือกับความสดของนักชกต่างชาติอย่างโมฮัมเหม็ด เอล-ฮัสโซนี
บนเวทีราชดำเนินได้หรือไม่ ไฟต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมมวยธรรมดา
แต่คือบทพิสูจน์ว่ามวยเข่าเดินหน้าสายไทยแท้จะยังครองเกมในรายการที่เน้นความดุเดือดแบบ RWS
ได้แค่ไหน ที่ Pakyok
เราจับตาคู่นี้ตั้งแต่ประกาศโปรแกรม
เพราะสไตล์ที่ต่างกันสุดขั้วของทั้งคู่มีโอกาสสร้างความสนุกและพลิกผันได้ทุกยก
เพชรนิพนธ์
เพชรสี่หมื่น พบ โมฮัมเหม็ด เอล-ฮัสโซนี ในโปรแกรมมวยคืนวันเสาร์ที่ราชดำเนิน
คู่ชกนี้ถูกจัดวางไว้ในช่วงเวลาประมาณ 20:05 น. ของรายการซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ 19:00 น. ณ
สนามมวยราชดำเนิน อันเป็นสังเวียนมาตรฐานที่นักมวยไทยทุกคนใฝ่ฝันจะได้ขึ้นชก ภายใต้กติกาของ
RWS ที่เหลือเพียง 3 ยก และเปิดเผยคะแนนหลังจบแต่ละยก
นักมวยทั้งสองฝ่ายจึงต้องเร่งเครื่องตั้งแต่ยกแรก ไม่มีเวลาให้ตั้งหลักหรือสำรวจคู่ต่อสู้
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการรับชมเกมนี้ สามารถติดตามผ่านช่องทางถ่ายทอดสดอย่าง Workpoint
23 ในประเทศไทย และ DAZN สำหรับผู้ชมทั่วโลก
ขณะเดียวกันคนที่อยากดูโปรแกรมคู่อื่นในค่ำคืนเดียวกันก็สามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า
วิเคราะห์มวย ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์
ซึ่งเราอัปเดตข้อมูลสำคัญของทุกคู่เอาไว้ให้ครบถ้วน
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| รายการแข่งขัน | RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ |
| วันแข่งขัน | วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 |
| เวลา | เริ่มรายการ 19:00 น. คู่นี้เริ่มประมาณ 20:05 น. |
| สนาม | สนามมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร |
| พิกัด | ประมาณ 116-118 ปอนด์ |
| ถ่ายทอดสด | Workpoint 23, DAZN และ PRYDE TV |
สไตล์มวยเข่าเดินหน้าของเพชรนิพนธ์
เพชรสี่หมื่น
ถ้าจะนิยามเพชรนิพนธ์ เพชรสี่หมื่น ในหนึ่งประโยค คงหนีไม่พ้นคำว่า มวยเข่าเดินหน้า
ที่ผสมกับความครบเครื่องของมวยไทยยุคใหม่ นักชกจากค่ายเพชรสี่หมื่น จังหวัดนครศรีธรรมราช
รายนี้มีอายุเพียง 21 ปี แต่สะสมประสบการณ์บนเวทีอาชีพมาแล้วมากกว่า 60 ไฟต์
ผ่านทั้งชนะและแพ้มาแล้วหลายรูปแบบ
ทำให้เขามีความเก๋าเกินวัยและรู้จังหวะการแก้เกมเป็นอย่างดี
ลูกเข่าและการปล้ำตีที่ทำให้คู่ต่อสู้หมดทางสู้
อาวุธที่ทำให้เพชรนิพนธ์ต่างจากมวยนอกทั่วไปคือการเข้าคลินช์ที่เหนียวแน่นและลึกล้ำ
เขามักใช้แขนรัดคอคู่ต่อสู้ไว้ก่อนจะแทงเข่าเข้าลำตัวซ้ำๆ ในจังหวะที่อีกฝ่ายเสียการทรงตัว
ลูกเข่าขวางหน้าเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่เขาใช้สวนกลับตอนคู่ต่อสู้พยายามถีบหรือเตะออก
หัวเข่าของเขาไม่ได้หนักเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมกับการวางตำแหน่งที่แม่นยำ
เมื่อเกมเข้าสู่ยกท้าย จุดที่เรียกว่าปลายแข็งของเขาจะเริ่มเห็นชัด
เพราะเพชรนิพนธ์เป็นมวยที่ฟิตและใจเด็ด ไม่เคยแสดงอาการตื้อไม่ออก
แม้จะโดนหมัดหรือเตะหนักๆ เขาก็ยังเดินหน้าเบียดบดจนคู่ต่อสู้ต้องถอยไปติดเชือก
ด้วยสไตล์นี้เองที่ทำให้เขาเป็นมวยบดที่สร้างความกดดันได้ตลอดสามยก
ฟอร์มล่าสุด 3 ชนะใน 5
ไฟต์จากศึกเพชรยินดี
ผลงานในช่วงครึ่งปีแรกของ 2569 บอกเราว่าเพชรนิพนธ์ยังคงรักษามาตรฐานได้ดี
แม้จะเพิ่งเสียสถิติให้มาลัยทอง นุ้ยสี่มุมเมืองไปในเดือนมิถุนายน
แต่ก่อนหน้านั้นเขาทำผลงานชนะรวดสามไฟต์ติดต่อกัน การชนะคะแนนทัพหน้า ส.เปรมบุตร
และภูสิงห์ คลองสวนพลูรีสอร์ท ในพิกัด 115-116 ปอนด์
ยืนยันว่าเขาสามารถเดินเกมเอาชนะมวยฝีมือระดับกลางบนของประเทศได้อย่างมีคุณภาพ
- 18 มิถุนายน 2569 แพ้คะแนน มาลัยทอง นุ้ยสี่มุมเมือง พิกัด 118 ปอนด์ ศึกเพชรยินดี
- 26 มีนาคม 2569 ชนะคะแนน ทัพหน้า ส.เปรมบุตร พิกัด 115 ปอนด์ ศึกเพชรยินดี
- 12 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะคะแนน ภูสิงห์ คลองสวนพลูรีสอร์ท พิกัด 116 ปอนด์
ศึกเพชรยินดี - 8 มกราคม 2569 ชนะคะแนน ตีโต้ เพชรยินดีอะคาเดมี่ พิกัด 116 ปอนด์
ศึกเพชรยินดี - 13 พฤศจิกายน 2568 แพ้คะแนน ภูสิงห์ คลองสวนพลูรีสอร์ท พิกัด 115/116 ปอนด์
ศึกเพชรยินดี
จากสถิติชุดนี้ เราจะเห็นว่าเพชรนิพนธ์ชกอยู่ในพิกัดประมาณ 115-118 ปอนด์เป็นหลัก
และคู่ที่เขาชนะล้วนเป็นมวยไทยด้วยกันทั้งสิ้น
การเจอโมฮัมเหม็ดซึ่งเป็นมวยต่างชาติจึงเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องวัดกันอีกครั้ง
โดยเฉพาะเรื่องการรับมือกับหมัดและจังหวะที่อาจเร็วผิดธรรมชาติ
โมฮัมเหม็ด
เอล-ฮัสโซนี นักชกต่างชาติที่ยังเป็นปริศนาของวงการ
สำหรับโมฮัมเหม็ด เอล-ฮัสโซนี
ข้อมูลสาธารณะของเขายังมีจำกัดทั้งเรื่องสถิติการชกและสังกัดค่ายมวย
ชื่อของเขาบ่งบอกถึงรากเหง้าจากแอฟริกาเหนือ
ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าเขาอาจเป็นนักมวยไทยเชื้อสายโมร็อกโกหรือมีพื้นฐานมวยสากลมาก่อน
การที่เขาได้ขึ้นชกใน RWS ถือเป็นการการันตีระดับหนึ่งว่าไม่ใช่นักชกประมือ
แต่การขาดข้อมูลเชิงลึกก็ทำให้การวิเคราะห์คู่นี้ต้องอิงกับแพทเทิร์นของมวยต่างชาติที่เข้ามาชกในราชดำเนินมาก่อนหน้า
จุดที่มวยต่างชาติมักเสียเปรียบเมื่อเจอวงในแบบไทย
ภาพจำของมวยต่างชาติที่บุกมาชกในเวทีไทยคือความเร็วของหมัดและเชิงมวยสากลที่ดี
แต่เมื่อเจอเกมในระยะประชิด โดยเฉพาะการกอดคอตีและการปล้ำตีแบบไทย อีกฝ่ายมักจะแก้ไม่ตก
เพราะต้องใช้เวลาปรับตัวกับน้ำหนักตัวและจังหวะการถีบที่แตกต่างจากมวยสากล
โมฮัมเหม็ดจะต้องพยายามรักษาระยะให้ห่างจากเพชรนิพนธ์ตลอดเวลา
ใช้หมัดแย็บและหมัดตรงดักทาง ไม่อย่างนั้นถ้าถูกเพชรนิพนธ์รัดคอได้เมื่อไหร่
การโดนสับด้วยเข่าในวงในจะเป็นฝันร้ายของเขาในคืนนั้น
อาวุธเด็ดที่ต้องจับตาในไฟต์นี้
ทั้งเข่า ศอก เตะและหมัด
การวิเคราะห์คู่นี้ถ้าดูแค่ชื่อชั้นอาจไม่พอ เพราะไฟต์ในกติกา 3
ยกเปิดโอกาสให้จบเกมได้ทุกวินาที อาวุธที่เพชรนิพนธ์จะใช้บดขยี้คือเข่าและคลินช์
ขณะที่โมฮัมเหม็ดน่าจะอาศัยหมัดฮุคและหมัดตรงสวนทางในจังหวะที่อีกฝ่ายเดินหน้า
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือจังหวะสองที่ทั้งคู่จะออกอาวุธตามหลังการบล็อกครั้งแรก
- เข่าแทงในคลินช์
ของเพชรนิพนธ์เป็นอาวุธที่สร้างความเสียหายได้มากที่สุดในคู่นี้ หากเขารัดคอได้เมื่อไหร่
คะแนนจะเริ่มเอียงมาทางฝั่งไทยทันที - ศอกตัดและศอกกลับ
เป็นอาวุธที่เพชรนิพนธ์อาจใช้เปิดแผลในจังหวะที่โมฮัมเหม็ดชะงัก
เพราะมวยไทยมักได้เปรียบเรื่องเชิงศอกเหนือมวยต่างชาติ - หมัดสวนทาง
ของโมฮัมเหม็ดคือคำตอบเดียวที่เขาจะยับยั้งการบุกของมวยเข่าได้
หากปล่อยหมัดตรงจังหวะที่เพชรนิพนธ์ก้าวเข้า เกมอาจพลิกได้ในพริบตา - เตะเจาะยาง
เป็นอีกเกมที่เพชรนิพนธ์ควรใช้ตัดกำลังขาหน้าของคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก
เพื่อลดความคล่องตัวของโมฮัมเหม็ดในยกท้าย - การถีบหน้าและการดักเตะ
ของโมฮัมเหม็ดจะเป็นตัวชี้วัดว่าเขาจะกันระยะห่างจากมวยเข่าได้ดีแค่ไหน
ถ้าถามว่าอาวุธไหนจะชี้ขาดไฟต์นี้
คำตอบของเราคือเข่าของเพชรนิพนธ์และหมัดสวนของโมฮัมเหม็ด
เพราะอาวุธทั้งสองชนิดทำงานตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ใครบังคับเกมให้เข้าทางอาวุธของตัวเองได้ก่อน จะเป็นฝ่ายขี่มวยในยกสาม
และถ้าเพชรนิพนธ์เปิดเกมด้วยการล็อกรัดตีได้สำเร็จตั้งแต่ยกแรก
โมฮัมเหม็ดจะถูกบีบให้เล่นในเกมที่ไม่ถนัดไปตลอดทั้งไฟต์
ใครจะคุมระยะและปิดเกมได้ก่อนในไฟต์ที่มวยเข่าปะทะมวยนอก

ถ้าไฟต์นี้ต้องสรุปเป็นสมการง่ายๆ คือเพชรนิพนธ์ต้องการระยะประชิดที่สั้นลงเรื่อยๆ
ขณะที่โมฮัมเหม็ดต้องการระยะกลางถึงไกลเพื่อปล่อยหมัดยาว เมื่อเกมเป็นแบบนี้
จุดชี้ขาดจึงไม่ได้อยู่ที่พละกำลังเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ว่าใครจะบังคับระยะได้เหนือกว่ากันตลอดสามยก ไฟต์นี้เป็นไฟต์แรกที่ทั้งคู่พบกัน
ดังนั้นจึงไม่มีสถิติการเจอกันมาเป็นตัวตั้งต้นได้
ตัวเลขและฟอร์มที่เราเก็บจากไฟต์ล่าสุดชี้ว่าเพชรนิพนธ์น่าจะได้เปรียบในเรื่องความอึดและประสบการณ์
ขณะที่โมฮัมเหม็ดมีความได้เปรียบในแง่ของความสดและแรงกดดันที่น้อยกว่าเพราะไม่มีอะไรจะเสีย
สำหรับใครที่อยากเทียบมุมมองกับคู่อื่นในรายการเดียวกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า วิเคราะห์มวย ของเรา
ซึ่งเรารวบรวมบทเจาะลึกไว้หลายคู่
มุมที่เพชรนิพนธ์ได้เปรียบในเวที RWS
ข้อได้เปรียบอันดับแรกคือเกณฑ์การให้คะแนนของ RWS
ที่ให้ค่ากับการเดินทำและสร้างความเสียหาย
มวยที่เดินหน้ากดดันตลอดเวลาอย่างเพชรนิพนธ์มักทำคะแนนได้สม่ำเสมอทุกยก
ขณะที่มวยที่ถอยหนีหรือตั้งรับเพียงอย่างเดียวจะเสียเปรียบกรรมการมอง
แม้จะป้องกันได้สวยงามก็ตาม
กติกาที่เปิดคะแนนให้เห็นทุกยกยิ่งกระตุ้นให้เขาต้องขยันทำเกมชัดเจนเพื่อแซงนำ
อีกหนึ่งข้อได้เปรียบคือการที่โมฮัมเหม็ดไม่เคยเจอเกมปล้ำตีแบบไทยที่ต่อเนื่องและหนักหน่วงขนาดนี้มาก่อน
หากเพชรนิพนธ์ใช้ลูกถีบและเตะตัดล่างเปิดทางก่อนเข้าคลินช์
แรงกดดันจะเพิ่มขึ้นทุกยกจนโมฮัมเหม็ดอาจเกิดอาการออกในยกสาม
ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าโอกาสที่เพชรนิพนธ์จะคว้าชัยในไฟต์นี้สูงกว่า
ไม่ว่าจะเป็นการชนะคะแนนหรือชนะน็อกในจังหวะที่คู่ต่อสู้หมดแรงป้องกัน
เงื่อนไขที่โมฮัมเหม็ดจะพลิกเกมได้
โมฮัมเหม็ดจะชนะได้ก็ต่อเมื่อเขาทำให้เพชรนิพนธ์เข้าถึงตัวไม่สำเร็จในยกแรกและยกสอง
ใช้การวนออกข้างและการถีบหน้าเพื่อตัดจังหวะ และชกหมัดสวนในจังหวะที่เพชรนิพนธ์กำลังย่างก้าว
ถ้าลูกฮุคหรือหมัดตรงของเขามีน้ำหนักพอ ไฟต์นี้อาจจบด้วยการน็อกเอาต์หรือ TKO
ได้เหมือนมวยต่างชาติหลายรายที่สร้างชื่อใน RWS
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขนี้ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมหาศาล
เพราะถ้าเขาถูกเพชรนิพนธ์กดดันจนถอยไปติดเชือกในยกท้าย แผนการชกทั้งหมดจะพังทลาย
การที่ไม่มีข้อมูลฟอร์มเก่าให้เทียบเคียงทำให้เราประเมินความสามารถที่แท้จริงของเขาได้ยาก
เราจึงมองว่ามุมนี้เป็นดาบสองคมมากกว่าจะเป็นแผนหลักที่มั่นคง และนี่คือไฟต์ที่
การเข้าคลินช์ในยกแรก จะกำหนดทิศทางของทั้งไฟต์
เล่นบนหรือเล่นล่างในไฟต์ที่เพชรนิพนธ์เป็นตัวตั้ง
สำหรับแฟนมวยที่กำลังมองหาทีเด็ดสำหรับคืนวันเสาร์นี้
เราขอไล่เรียงมุมที่เรามั่นใจที่สุดไปหามุมที่ต้องลุ้นดังนี้
การเลือกเล่นบนหรือเล่นล่างต้องดูน้ำแดงน้ำดำเป็นตัวตั้ง
โดยเฉพาะคู่ที่ฝั่งหนึ่งเป็นมวยเข่าเดินหน้าและอีกฝั่งเป็นมวยนอกที่ยังไม่มีข้อมูลราคาชัดเจน
ลองสังเกตดูว่าราคาเปิดออกมาแล้วน้ำไปทางฝั่งไหน และราคาไหลเปลี่ยนไปอย่างไรก่อนเวลาแข่ง
เพราะบางครั้งราคาที่นิ่งเกินไปก็ซ่อนความเสี่ยงไว้ในตัว
- วางเพชรนิพนธ์เป็นแกนหลัก ถ้าจะเล่นบน
มองว่าชนะคะแนนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเกมวงในควรพาเขาคว้าคะแนนทุกยก
แม้จะไม่ได้น็อกก็ยังกินขาดในสายตากรรมการ - ระวังมุมหักปากกาเซียนของโมฮัมเหม็ด
ถ้าราคารองมาให้สูงและน้ำมีการไหลลง แฟนมวยบางกลุ่มอาจเทเข้าข้างหมัดต่างชาติ
แต่นั่นคือกับดักที่ต้องใช้สติ เพราะเกมครบยกในราชดำเนินมักเป็นของมวยที่เดินทำได้ดีกว่า - เล่นรองเฉพาะจังหวะเสียเปรียบ
หากราคาไหลลงมาให้เพชรนิพนธ์ถูกมองเป็นต่อน้อยลง ควรกลับมาดูน้ำแดงของฝั่งรองอีกครั้ง
เพราะอาจมีมูลค่าซ่อนอยู่
แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงว่าแผนทั้งหมดของฝั่งรองพึ่งพาหมัดน็อกเพียงอย่างเดียว
ทั้งหมดนี้ยังต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและน้ำหนักในวันชกจริงด้วย เพชรนิพนธ์ขึ้นชกในช่วงพิกัด
116-118 ปอนด์เป็นประจำ แต่ถ้าวันชั่งมีอะไรผิดเพี้ยน แผนการเล่นอาจต้องปรับใหม่
ก่อนวางเดิมพันอย่าลืมตรวจสอบโปรแกรมและน้ำสุดท้ายแล้วค่อยตัดสินใจ
และถ้าต้องการเริ่มเดิมพันวันนี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
ได้ที่ลิงก์ที่เราแนบไว้