วิเคราะห์มวย ปังตอ ภ.หลักบุญ vs เสาโท อ.อัจฉริยะ 4 กรกฎาคม 2569

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ปังตอ ภ.หลักบุญ
สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการชนะน็อกเสาโท อ.อัจฉริยะ ในยกที่ 3 ของศึกเพชรยินดี
ผลการชกครั้งนั้นทำให้ปังตอขยับขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งในรุ่นน้ำหนักนี้
และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เสาโทต้องกลับไปทบทวนเกมของตัวเองอย่างหนัก วันเสาร์ที่ 4
กรกฎาคมนี้ ทั้งคู่จะกลับมาเจอกันอีกครั้งในรายการ RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ ณ
เวทีมวยราชดำเนิน เวลา 19:00 น. ถ่ายทอดสดทาง Workpoint และ DAZN ในครั้งนี้ Pakyok
จะพาไปวิเคราะห์ทุกมิติของคู่รีแมตช์นี้ให้แฟนมวยได้อ่านกัน

เปิดรายการรีแมตช์ที่แฟนมวยรอคอย

ศึก RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้
จัดเป็นคู่เอกที่น่าสนใจที่สุดในรายการ เนื่องจากเป็นการรีแมตช์ระหว่างสองนักมวยชื่อดัง ปังตอ
ภ.หลักบุญ กับ เสาโท อ.อัจฉริยะ ที่ต่างก็ต้องการชัยชนะเพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมา รายการ RWS
หรือ Rajadamnern World Series ใช้กติกาที่เน้นความรวดเร็ว
และการทำคะแนนจากการเดินหน้าบุก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการวางแผนการชกของทั้งคู่

ไฟต์นี้จัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนิน สนามมวยไทยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยถ่ายทอดสดทางช่อง
Workpoint และสตรีมมิ่งผ่าน DAZN ให้แฟนมวยทั่วโลกได้ชม
สำหรับพิกัดน้ำหนักครั้งนี้ทั้งคู่ตกลงชกในพิกัด 118 ปอนด์ ซึ่งเป็นพิกัดที่ทั้งคู่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
การพบกันครั้งก่อนจบลงด้วยการน็อกในยกที่ 3 สร้างความประทับใจให้กับแฟนมวยทั่วประเทศ
และกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อเนื่องยาวนานถึง 5 เดือน
ว่าครั้งนี้เสาโทจะมีแผนการรับมือปังตอที่ดุดันกว่าเดิมได้หรือไม่
หรือปังตอจะตอกย้ำความเหนือกว่าด้วยชัยชนะอีกครั้ง

แรงจูงใจของทั้งคู่ในไฟต์นี้มีสูงมาก ปังตอต้องการพิสูจน์ว่าชัยชนะครั้งก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
และต้องการตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะมวยเข่าชั้นนำของรุ่น
ส่วนเสาโทต้องการเรียกศรัทธากลับคืนมา หลังจากฟอร์มตกและพ่ายแพ้ให้กับปังตออย่างหมดรูป
การแก้ตัวในครั้งนี้คือโอกาสเดียวที่เขาจะได้กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้ง

ปังตอ ภ.หลักบุญ –
จอมเข่าดุดันจากขอนแก่น

ปังตอ หรือที่แฟนมวยรู้จักกันในชื่อ โชคพันล้าน ภ.หลักบุญ เป็นนักมวยจากค่าย ภ.หลักบุญ
จังหวัดขอนแก่น ที่มีสไตล์การชกแบบเดินบดดุดัน เขาเป็นมวยเข่าที่มีพลังในการปะทะสูง
และไม่กลัวการแลกอาวุธกับใครทั้งนั้น ค่าย ภ.หลักบุญ
เป็นค่ายที่มีชื่อเสียงในการปั้นนักมวยเข่าทรงพลัง
ปังตอเป็นหนึ่งในผลผลิตที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด
ด้วยฟอร์มการชกที่แข็งแกร่งและหัวใจนักสู้ที่ไม่มีใครยอม
ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของโปรโมเตอร์รายการใหญ่ ๆ

ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของปังตอ

ดูจากฟอร์มล่าสุดของปังตอ เขากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน ผลการชก 5
ไฟต์หลังสุดคือ

  1. 14 พฤษภาคม 2569 – พบ สะเดาทอง นุ้ยสี่มุมเมือง (รอผลที่ชัดเจน)
  2. 22 มกราคม 2569 – ชนะน็อกยก 3 เสาโท อ.อัจฉริยะ (ศึกเพชรยินดี)
  3. 16 สิงหาคม 2568 – แพ้คะแนน เพชรเดช เพชรยินดีอะคาเดมี่ (RWS)
  4. 5 กรกฎาคม 2568 – ชนะน็อกยก 4 จอมโหด ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน (RWS)
  5. 28 ตุลาคม 2566 – ชนะคะแนน อิเซอิ ว.วันชัย (RWS)

จากสถิตินี้จะเห็นว่าปังตอแพ้เพียงครั้งเดียวใน 5 ไฟต์ล่าสุด
และนั่นคือการแพ้คะแนนให้กับเพชรเดช ซึ่งเป็นมวยฝีมือที่แข็งแกร่ง
แต่หลังจากนั้นเขากลับมาฟอร์มแรงด้วยการน็อกจอมโหดและเสาโทติดต่อกัน
ไฟต์กับเสาโทครั้งก่อนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าปังตอมีอาวุธที่ตรงสไตล์และสามารถปิดเกมได้ในเวลาอันรวดเร็ว
การที่เขาชนะน็อกตั้งแต่วันนั้น ทำให้ปังตอมีเวลาพักและเตรียมตัวสำหรับไฟต์นี้อย่างเต็มที่
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บ

อาวุธเด็ด จุดแข็ง
และจุดอ่อนของปังตอ

อาวุธที่ทำให้ปังตออันตรายที่สุดคือเข่า
ไม่ว่าจะเป็นการแทงเข่าตรงในระยะประชิด
หรือเข่าลอยในจังหวะที่คู่ต่อสู้ถอยหลัง
เขามีน้ำหนักตัวที่มากและแรงบิดที่ดีมาก ส่งผลให้เข่าแต่ละครั้งมีพลังทำลายล้างสูง
เมื่อเข้าปล้ำวงในคู่ต่อสู้มักจะโดนยัดไส้จนเสียทรง
ปังตอยังมีทักษะการไล่แขนและการหักเหลี่ยมที่แน่นอน
ทำให้การปล้ำของเขามีประสิทธิภาพมากกว่านักมวยเข่าทั่วไป

นอกจากเข่าแล้ว ปังตอยังมีศอกตีที่เฉียบคม
และหมัดตรงที่หนักหน่วง
เวลาเขาเดินบดจะใช้หมัดแย็บเพื่อวัดระยะก่อนเข้าปล้ำตีเข่าเสมอ
เรียกได้ว่าเป็นมวยบู๊ที่มีอาวุธครบมือ ใครที่คิดจะยืนแลกกับเขาต้องมีจังหวะที่เฉียบคมมากพอ
จุดแข็งที่เห็นได้ชัดคือหัวใจสิงห์และความสามารถในการยืนระยะ
ปังตอสามารถเร่งเครื่องได้ตลอด 5 ยก โดยไม่เหนื่อยง่าย
ทำให้คู่ต่อสู้ที่หวังจะเอาชนะคะแนนมักจะประสบปัญหาในยกท้าย

อย่างไรก็ตาม ปังตอก็มีจุดอ่อนที่เสาโทอาจใช้ประโยชน์ได้
นั่นคือการเปิดช่องว่างในจังหวะเดินบุก บางครั้งปังตอมัวแต่โฟกัสที่การบุกจนลืมป้องกัน
ทำให้โดนอาวุธสวนกลับ โดยเฉพาะศอกจากเสาโทที่รวดเร็ว นอกจากนี้
ปังตอยังมีปัญหาในการชกกับมวยที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา
ถ้าเสาโทสามารถใช้เชิงมวยวนออกข้างและยิงเตะสกัดได้ต่อเนื่อง
ปังตออาจเสียสมาธิและเปิดเกมรับมากขึ้น

เสาโท อ.อัจฉริยะ –
มวยฝีมือสายเก๋าจากค่าย อ.อัจฉริยะ

ฝั่งเสาโท หรือที่รู้จักในชื่อ แฝดผู้น้อง คู่แฝดมหาภัยกับเสาเอก เป็นมวยที่มีชั้นเชิงสูง
เคยคว้าแชมป์รุ่น 118 ปอนด์ของเวทีราชดำเนินมาก่อน เขามีจุดเด่นที่การใช้
ศอก และ เตะ ที่แม่นยำ
รวมถึงความสามารถในการอ่านเกมและดักทางคู่ต่อสู้
เสาโทเป็นนักมวยที่มีประสบการณ์การชกในเวทีใหญ่มาอย่างโชกโชน
เคยปะทะกับมวยชั้นนำของประเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน แม้ฟอร์มล่าสุดจะไม่สดใสเท่าที่ควร
แต่ด้วยความเก๋าและชั้นเชิงที่สั่งสมมา ทำให้เขายังคงเป็นนักมวยที่อันตรายเสมอ
ถ้าประมาทเมื่อไหร่เขาสามารถลงโทษได้ทันที

ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของเสาโท

ฟอร์มของเสาโทในระยะหลังอาจจะไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร ผลการชก 5
ไฟต์ล่าสุดของเขาคือ

  1. 9 เมษายน 2569 – แพ้คะแนน แอ๊ดเทวดา ต.สุรัตน์ (ศึกเพชรยินดี)
  2. 5 มีนาคม 2569 – ชนะคะแนน แอ๊ดเทวดา ต.สุรัตน์ (ศึกเพชรยินดี)
  3. 22 มกราคม 2569 – แพ้น็อกยก 3 ปังตอ ภ.หลักบุญ (ศึกเพชรยินดี)
  4. 4 ธันวาคม 2568 – ชนะคะแนน เจเจ เทพภาคิน (ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง)
  5. 2 ตุลาคม 2568 – แพ้คะแนน เหนือพยัคฆ์ ว.สังข์ประไพ (ศึกเพชรยินดี)

จะเห็นว่าเสาโทชนะสลับแพ้ ไม่สามารถคว้าชัยชนะติดต่อกันได้เลย
ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับนักมวยที่กำลังจะเจอกับคู่ปรับตัวสำคัญ
แม้เขาจะมีความเก๋าและประสบการณ์ แต่ความสดที่ลดลงเริ่มส่งผลต่อฟอร์มการชกอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม
ไฟต์กับแอ๊ดเทวดาที่เพิ่งชกไปเมื่อเดือนเมษายนแสดงให้เห็นว่าเสาโทยังมีดีพอที่จะสู้กับมวยรุ่นน้องได้
ถ้าเขาสามารถควบคุมจังหวะและใช้ประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่
การพบกับปังตอครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ว่ายังไม่หมดแรง

อาวุธเด็ด จุดแข็ง
และจุดอ่อนของเสาโท

อาวุธที่สร้างชื่อให้เสาโทคือศอก
โดยเฉพาะศอกสวนในจังหวะที่คู่ต่อสู้บุกเข้ามา
เขาใช้ความเร็วและความแม่นยำของศอกตัดสร้างแผลและทำให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิได้
ซึ่งเป็นอาวุธที่อันตรายมากสำหรับมวยที่ชอบเดินบุกแบบปังตอ
หากเสาโทสามารถยิงศอกสวนได้ตรงจังหวะ อาจทำให้ปังตอต้องคิดหนักก่อนเข้าประชิด

นอกจากศอกแล้ว เสาโทยังมีเตะซ้ายที่หนักหน่วงและแม่นยำ
เขามักใช้เตะตัดล่างและเตะกลางลำตัวเพื่อสกัดการเดินเข้าหาของคู่ต่อสู้
ซึ่งเป็นเกมที่เขาวางแผนไว้สำหรับไฟต์นี้
การสาดแข้งสลับกับการเคลื่อนที่วนออกข้างจะช่วยให้เสาโทสามารถควบคุมระยะและทำคะแนนนำได้
จุดแข็งอีกอย่างคือความเก๋าและประสบการณ์
เสาโทผ่านการชกมานับร้อยไฟต์ รู้วิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน
และสามารถปรับเปลี่ยนแทคติกได้ทันทีตามสถานการณ์

สำหรับจุดอ่อนของเสาโทคือการป้องกันตัวเองในวงใน เมื่อปังตอเข้าปล้ำตีเข่า
เสาโทมักจะเสียเปรียบในเรื่องพละกำลัง แม้จะพยายามไล่แขนและหักเหลี่ยม
แต่ก็ไม่สามารถหยุดการบุกของปังตอได้ ปัญหาอีกอย่างคือฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอ
ถ้าเสาโทเริ่มต้นช้าและเสียคะแนนในยกแรก จะเป็นการยากที่จะเร่งกลับมาในยกหลัง
โดยเฉพาะกับปังตอที่มีแรงบดต่อเนื่อง

เปรียบเทียบอาวุธและสถิติการเจอกัน

การเจอกันครั้งก่อนเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ปังตอเป็นฝ่ายชนะน็อกเสาโทในยกที่ 3
นั่นคือข้อมูลสำคัญที่บอกเราว่าปังตอมีสูตรสำเร็จในการเอาชนะเสาโทอยู่แล้ว
แต่เสาโทก็มีเวลาทบทวนข้อผิดพลาดและเตรียมเกมรับสำหรับไฟต์นี้ จากสถิติการเจอกันครั้งนั้น
จะเห็นว่าปังตอใช้ความสดและความดุดันในการเดินบดตลอด 2 ยกแรก ก่อนจะเร่งเครื่องในยกที่ 3
จนเสาโทรับไม่ไหว เสาโทรู้นดีว่าจุดอ่อนของเขาคือการโดนบดในวงในอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นการเตรียมเกมรับและแผนตั้งรับสำหรับไฟต์นี้จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องทำให้ดีกว่าครั้งก่อน

ด้านที่วัด ปังตอ ภ.หลักบุญ เสาโท อ.อัจฉริยะ
อายุ 27-28 ปี 28 ปี
สถิติ 5 ไฟต์ล่าสุด ชนะ 3 แพ้ 1 (1 ไฟต์รอผล) ชนะ 2 แพ้ 3
อัตราน็อก สูง (น็อก 2 ใน 3 ไฟต์ล่าสุด) ปานกลาง
จุดเด่น เข่า, เดินบด, หัวใจสู้ ศอก, เตะ, เชิงมวย
ความสด/ฟอร์ม ขาขึ้น ขาลง
โอกาสชนะที่เราประเมิน 60% 40%

การวิเคราะห์เชิงแทคติกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคู่นี้ เพราะทั้งคู่มีสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ปังตอเป็นมวยเข่าสายบุก ส่วนเสาโทเป็นมวยฝีมือสายดักทาง มาเปรียบเทียบอาวุธสำคัญกัน

  • เข่า – ปังตอเหนือกว่า:
    การปล้ำตีเข่าของปังตอมีความหนักหน่วงและต่อเนื่อง
    เขาสามารถยิงเข่าได้ทั้งสองข้างและมีพลังทำลายล้างสูง
  • ศอก – เสาโทเหนือกว่า: เสาโทมีศอกที่เฉียบคมและรวดเร็ว
    โดยเฉพาะศอกสวนที่ใช้ในจังหวะโต้กลับ
  • เตะ – เสาโทเหนือกว่าเล็กน้อย:
    เสาโทมีเตะซ้ายที่หนักและแม่นยำกว่า ขณะที่ปังตอใช้เตะเพื่อเปิดทางมากกว่าเป็นอาวุธหลัก
  • หมัด – สูสี: ทั้งคู่มีหมัดตรงที่หนัก แต่ปังตอดูก้าวร้าวกว่า
    ขณะที่เสาโทใช้หมัดสวนได้ดี
  • การคลินช์ – ปังตอเหนือกว่า: ปังตอมีพละกำลังและน้ำหนักที่มากกว่า
    ทำให้เขาคุมวงในได้ดีกว่า

จุดเปลี่ยนของเกมนี้อยู่ที่ว่าใครจะสามารถบังคับให้อีกฝ่ายเล่นในเกมของตัวเองได้
ปังตอต้องการให้ไฟต์อยู่ในวงใน ส่วนเสาโทต้องการให้ไฟต์อยู่ในวงนอก
ถ้าเสาโทสามารถสกัดการบุกและยิงแต้มจากระยะไกลได้ เขาจะมีโอกาสมากขึ้น
แต่ถ้าปังตอเข้าถึงตัวเมื่อไหร่ โอกาสของเสาโทจะลดลงทันที

วิเคราะห์เชิงลึก –
ปังตอยังคงได้เปรียบหรือเสาโทมีทางพลิกเกม

ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าโอกาสชนะของปังตออยู่ที่ประมาณ 60% ส่วนเสาโทอยู่ที่
40% แม้สัดส่วนจะดูไม่ห่างกันมาก แต่ปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างสนับสนุนให้ปังตอเป็นฝ่ายได้เปรียบ
สำหรับการวิเคราะห์เพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ วิเคราะห์มวย และ วิเคราะห์มวย ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์

ปัจจัยที่ทำให้ปังตอเหนือกว่า

ประการแรก ความมั่นใจทางจิตวิทยา – ปังตอเพิ่งชนะน็อกเสาโทมาเมื่อ 5 เดือนก่อน
ทำให้เขามีความมั่นใจสูง และรู้แล้วว่าจุดอ่อนของเสาโทคือการถูกบดในวงใน
การที่เคยชนะมาแล้วทำให้ปังตอไม่ต้องกังวลกับแผนการชกมากนัก แค่ทำซ้ำสิ่งที่เคยทำได้ก็เพียงพอ
ในขณะที่เสาโทต้องแบกรับความกดดันในการแก้ตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อสมาธิและจังหวะการชก

ประการที่สอง รูปแบบการให้คะแนนของ RWS ที่เน้นการเดินหน้าทำและความดุดัน
ซึ่งเป็นสไตล์ของปังตอพอดี เสาโทที่เน้นการตั้งรับและโต้กลับจะเสียเปรียบในเรื่องนี้
กรรมการมักจะให้คะแนนกับมวยที่เดินบุกมากกว่ามวยที่ถอยตั้งรับ แม้จะสวนได้สวยก็ตาม กติกา RWS
ยังเปิดให้นักมวยใช้ศอกได้เต็มที่ ซึ่งเป็นอาวุธที่ทั้งคู่มีความถนัด
แต่ปังตอใช้ศอกในจังหวะประชิดได้หนักหน่วงกว่า

ประการที่สาม ความสดของร่างกาย – ปังตออายุ 27-28 ปี อยู่ในช่วงพีคของนักมวย
ขณะที่เสาโทอายุ 28 ปีเท่ากัน แต่รูปแบบการชกที่เน้นการบุกของปังตอดูจะคงสภาพได้ดีกว่า
เสาโทที่ผ่านการชกมานานเริ่มมีอาการอ่อนล้าในยกท้ายให้เห็นบ่อยขึ้น
ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เขาต้องรีบปิดเกมตั้งแต่ยกต้น ถ้าปล่อยให้ยาวถึงยก 4-5
อาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

โอกาสของเสาโทในการพลิกเกม

อย่างไรก็ตาม เสาโทยังมีทางชนะ
ถ้าเขาสามารถใช้ศอกสวนและการเตะสกัดให้ปังตอช้าลง
และพาเกมไปสู่การตัดสินด้วยคะแนนในยกท้าย
การอาศัยจังหวะสวนกลับเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
เสาโทต้องบุกบ้างเป็นระยะเพื่อเรียกคะแนนจากกรรมการ
และต้องใช้เชิงมวยหักเหลี่ยมให้ปังตอเสียหลัก

ปัจจัยสำคัญอีกประการคือการเตรียมร่างกายของเสาโท ถ้าเขาสามารถยืนระยะครบ
5 ยกได้โดยไม่หมดแรง จะทำให้กรรมการมองเห็นความพยายามและอาจให้คะแนนในการตัดสิน
นอกจากนี้เสาโทยังต้องวางแผนการใช้พลังงานให้ดี อย่าเสียแรงไปกับการเตะที่ไร้ประโยชน์
ต้องเลือกอาวุธที่สร้างความเสียหายได้จริง และเน้นการโต้คืนทุกครั้งที่ปังตอเดินหน้า

เสาโทยังสามารถใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้กับมวยเข่าที่ผ่านมาเพื่อปรับแผนการชก
ถ้าเขาสามารถดึงปังตอให้ออกนอกกรอบและเล่นในจังหวะของตัวเองได้
โอกาสที่จะพลิกชนะก็มีอยู่ไม่น้อย

การคาดการณ์ยกต่อยก

ยกที่ 1-2: ปังตอจะเดินบุกอย่างหนักเพื่อทดสอบเกมรับของเสาโท
ขณะที่เสาโทจะใช้เชิงมวยสกัดและสวนกลับเป็นระยะ คะแนนน่าจะสูสี
แต่เสาโทอาจทำแต้มนำเล็กน้อยจากลูกเตะ

ยกที่ 3-4: ถ้าเสาโทยังยืนระยะได้ ปังตอจะเริ่มเร่งเครื่องหนักขึ้น
ใช้หมัดและศอกตีเปิดทางก่อนเข้าปล้ำตีเข่า หากเสาโทพลาดท่าเสียสมาธิในจังหวะนี้
ปังตอมีโอกาสน็อกได้อีกครั้ง ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในไฟต์ที่แล้ว

ยกที่ 5: ถ้าครบยก ปังตอจะยังคงมีแรงบดต่อเนื่อง
ขณะที่เสาโทอาจเริ่มหมดแรงและเสียคะแนนในยกสุดท้าย
ส่งผลให้ปังตอชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์

สถิติเปรียบเทียบ ปังตอ vs เสาโท

ราคามวยและทีเด็ดสำหรับคืนนี้

สำหรับนักเดิมพัน
ไฟต์นี้ราคาต่อรองน่าจะเปิดมาให้ปังตอเป็นต่อเล็กน้อยถึงปานกลาง
เนื่องจากความได้เปรียบจากผลการชกครั้งก่อน
แต่ทางเรามองว่าราคาอาจจะยังไม่สะท้อนฟอร์มที่แท้จริงของทั้งคู่เท่าที่ควร
การที่ปังตอเป็นมวยต่อในครั้งนี้มีความสมเหตุสมผล
แต่ราคาที่เปิดมาอาจทำให้การแทงตรงไม่คุ้มค่าเท่าการแทงวิธีการชนะ
อย่าลืมติดตามราคาไหลก่อนการชก
เพราะบางครั้งหน้าเสื่อดึงราคาอาจทำให้ราคาเปลี่ยนไปในนาทีสุดท้าย

ทีเด็ดสำหรับคู่นี้มีดังนี้

  1. ปังตอ ชนะน็อก: หากคุณมั่นใจว่าปังตอจะซ้ำรอยเดิม
    แทงปังตอชนะน็อกในยกที่ 3-5 ได้อัตราจ่ายคุ้มค่า
  2. ปังตอ ชนะคะแนน: หากเสาโทสามารถยืนระยะได้ครบยก
    ปังตอน่าจะชนะคะแนนจากการเดินบดตลอด 5 ยก
  3. เสาโท ชนะคะแนน:
    เสาโทมีทางชนะถ้าเขาคุมระยะและทำแต้มด้วยศอกสวน เตะสกัด ได้ดี แต่ความเสี่ยงสูง

นอกจากการแทงว่าใครจะชนะแล้ว นักเดิมพันยังสามารถแทงรูปแบบอื่น ๆ เช่น
การแทงว่ามวยคู่นี้จะจบภายในกี่ยก หรือแทงวิธีการชนะ ซึ่งให้อัตราจ่ายที่สูงกว่า
สำหรับท่านที่ต้องการร่วมสนุกกับการเดิมพัน ลงทะเบียนรับโบนัส
และวางเดิมพันในคู่มวยนี้ได้แล้ววันนี้

คู่มวยอื่นๆ ในRWS ราชดำเนิน เวิลด์
ซีรีย์

Scroll to Top