วิเคราะห์มวย ณัฐพล ศิษย์อ๊อดพิบูล vs ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การเปิดราคามวยคู่ระหว่าง ณัฐพล ศิษย์อ๊อดพิบูล กับ ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย
ในรายการศึกเพชรยินดี คืนพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่เวทีมวยราชดำเนิน
ยังคงมีความลังเลจากเซียนมวยหลายสำนัก เพราะเป็นไฟต์ที่สองนักมวยต่างสไตล์มาเจอกัน
โดยฝั่งหนึ่งเป็นมวยเข่าบู๊จากค่ายศิษย์อ๊อดพิบูลแห่งอุบลราชธานี ที่เพิ่งโชว์พลังน็อกในไฟต์ล่าสุด
แต่อีกฝั่งเป็นมวยซ้ายฝีมือจากค่ายเกียรติฉัตรชัยที่มีประสบการณ์ชกในเวทีราชดำเนินมาอย่างโชกโชน
การวิเคราะห์ของ มวยพักยก
ในครั้งนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกมิติของไฟต์นี้

ปูมหลังและความสำคัญของไฟต์
ณัฐพล vs ตวงพลอย

การแข่งขันในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการศึกเพชรยินดี ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม
พ.ศ. 2569 เวลา 18:00 น. ณ เวทีมวยราชดำเนิน อันเป็นเวทีมวยมาตรฐานของประเทศไทย
ถ่ายทอดสดทาง True4U ซึ่งเป็นการการันตีความสำคัญของไฟต์นี้ว่าเป็นหนึ่งในคู่เอกของรายการ
สำหรับคู่อื่นๆ ในรายการเดียวกัน ท่านสามารถติดตามบท วิเคราะห์มวย ศึกเพชรยินดี เพิ่มเติมได้

นักมวยทั้งสองคนมีเส้นทางที่แตกต่างกัน ณัฐพล ศิษย์อ๊อดพิบูล
เป็นนักมวยจากค่ายศิษย์อ๊อดพิบูลในจังหวัดอุบลราชธานี มีดีกรีเป็นมวยเข่าบู๊ที่กำลังมาแรง
หลังจากเอาชนะน็อกในไฟต์ล่าสุด ส่วนตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย เคยชกในนามพานทองยิมมาก่อน
ก่อนย้ายมาอยู่ค่ายเกียรติฉัตรชัย และขึ้นชกในเวทีราชดำเนินเป็นประจำ
ทำให้เขามีความคุ้นเคยกับบรรยากาศและแรงกดดันในเวทีแห่งนี้เป็นอย่างดี

ณัฐพล ศิษย์อ๊อดพิบูล
มวยเข่าบู๊หมัดหนักจากอุบลราชธานี

ณัฐพลมาพร้อมกับสไตล์การชกที่เน้นการเดินบุกและใช้พลังหมัดที่รุนแรง
โดยเฉพาะอาวุธเด็ดที่เป็นหมัดตรงและหมัดฮุกที่สามารถปิดเกมได้ในชั่วพริบตา
การที่เขาสามารถเอาชนะน็อกเพชรปราจีน ศ.ชัยเจริญ ได้ในยกที่ 3
แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการอ่านจังหวะและปล่อยหมัดหนักออกมาได้อย่างแม่นยำ
แต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์การชกในเวทีราชดำเนินของเขายังมีน้อยกว่าคู่ชก
ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา

อาวุธเด็ดของณัฐพลที่ทำให้คู่ต่อสู้ต้องระวัง

จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของณัฐพลคือพลังหมัดที่หนักหน่วง
โดยเฉพาะหมัดตรงที่เขามักใช้เป็นอาวุธเปิดเกมและหมัดฮุกที่ใช้เมื่อเข้าประชิดระยะ
จากการชกที่ผ่านมา เขาสามารถหาจังหวะลงน้ำหนักได้อย่างเต็มที่
และเมื่อถูกหมัดของเขาเข้าเต็มๆ คู่ต่อสู้มักจะเสียอาการทันที นอกจากหมัดแล้ว
เขายังมีเข่าที่ใช้ในคลินช์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถสร้างความเสียหายในระยะประชิดได้

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของเขาคือการชกในเวทีมาตรฐานที่มีจำนวนจำกัด
ทำให้เขาอาจยังไม่ชินกับรูปแบบการตัดสินของกรรมการที่ราชดำเนิน
และหากเขาถูกสกัดไม่ให้เข้าประชิดตัว เขาอาจเสียสมาธิและเปิดช่องให้คู่ต่อสู้เล่นงานได้ง่ายขึ้น
นั่นเป็นเหตุผลที่การบุกของเขาต้องมาพร้อมกับแผนการที่ชาญฉลาด
ไม่ใช่แค่เดินหน้าทุ่มเทอย่างเดียว

ฟอร์มล่าสุดของณัฐพลจากไฟต์น็อก

ในไฟต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ณัฐพลพบกับเพชรปราจีน ศ.ชัยเจริญ
และสามารถเอาชนะน็อกได้ในยกที่ 3
ซึ่งถือเป็นไฟต์ที่สร้างชื่อและทำให้เขาได้ขึ้นชกในรายการใหญ่ครั้งนี้ ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายน
2567 เขามีไฟต์ชกกับรณศักดิ์ กรพญาไก่บิน ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ข้อมูลผลการชกยังไม่ชัดเจน
ทำให้โดยรวมแล้วเขามีสถิติการชกในระดับมาตรฐานไม่มากนักเมื่อเทียบกับคู่ชกในไฟต์นี้
อย่างไรก็ตาม ไฟต์น็อกดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปิดเกมที่เฉียบขาด
ซึ่งเป็นอาวุธที่คู่ต่อสู้ทุกคนต้องเกรง

ตวงพลอย
เกียรติฉัตรชัย ซ้ายยาวกับประสบการณ์บนเวทีราชดำเนิน

ตวงพลอยขึ้นชกในเวทีราชดำเนินมาแล้วหลายครั้ง
และเป็นนักมวยที่มีอาวุธซ้ายที่ยาวและแม่นยำเป็นจุดขาย สไตล์การชกของเขาเน้นการยืนชกวงนอก
(Out-fighting) ใช้แย็บซ้ายและเตะซ้ายสกัดคู่ต่อสู้ไม่ให้เข้าประชิด
หากคู่ต่อสู้ฝ่าเข้ามาได้ เขาก็มีลูกคลินช์และเข่าที่ใช้ป้องกันตัวและทำคะแนนได้เป็นอย่างดี
ความเก๋าเกมของเขาจะเป็นอาวุธสำคัญในการรับมือกับความดุดันของณัฐพล

อาวุธซ้ายยาวของตวงพลอยที่อันตราย

สิ่งที่ทำให้ตวงพลอยเป็นนักมวยที่อันตรายคือความสามารถในการใช้แย็บซ้ายเป็นอาวุธวัดระยะและสร้างความรำคาญให้คู่ต่อสู้
แย็บของเขาไม่เพียงแต่ใช้ก่อกวน แต่ยังหนักพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้เสียการทรงตัว
ทำให้เขาสามารถตามด้วยเตะซ้ายหรือหมัดตรงขวาได้ทันที
ข้อได้เปรียบนี้จะช่วยให้เขาสามารถควบคุมเกมในระยะที่ตนเองถนัด

นอกจากอาวุธซ้ายแล้ว ตวงพลอยยังมีประสบการณ์ในการสู้กับมวยเดินบุกมาหลายครั้ง
ทำให้เขาอ่านทางคู่ต่อสู้ได้ดี และรู้จังหวะที่จะเปลี่ยนจากการรับเป็นการรุก
เขาเป็นนักมวยที่ใจเย็นและไม่ค่อยเสียสมาธิง่ายๆ แม้จะถูกกดดันอย่างหนัก
ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการเจอกับมวยบุกที่รุนแรงอย่างณัฐพล

5 ไฟต์ล่าสุดของตวงพลอย

  1. 21 เมษายน 2569 – พบ แบงค์แสน จันทร์งามรีสอร์ท
    ในศึกมวยมันส์สนั่นเมืองที่เวทีรังสิต มีการชกถึงยก 4
  2. 12 มีนาคม 2569 – พบ ยิ้มสยาม ท.เทพซุนกวน
    ในศึกเพชรยินดีที่เวทีราชดำเนิน ชกครบ 3 ยก
  3. 14 ตุลาคม 2568 – ในชื่อตวงเพชร พบ เพชรอนุชิต ส.ชัยเจริญ
    ในศึกมวยมันส์สนั่นเมืองที่เวทีรังสิต มีการประกาศผู้ชนะหลังยก 1
  4. 2 ตุลาคม 2568 – พบ เขตตะวัน มกช.สุพรรณบุรี
    ในศึกเพชรยินดีที่เวทีราชดำเนิน ชกครบ 4 ยก
  5. 29 พฤษภาคม 2568 – พบ ขุนเดช ส.เปรมบุตร
    ในศึกเพชรยินดีที่เวทีราชดำเนิน ชกครบ 5 ยก

จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า ตวงพลอยขึ้นชกในเวทีราชดำเนินเป็นประจำ
และสามารถยืนระยะได้ถึงยก 4–5 เกือบทุกไฟต์
ซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายและหัวใจนักสู้ รวมถึงความคุ้นเคยกับเวทีใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น
การที่เขามีไฟต์ที่ชกครบ 5 ยกบ่อยครั้ง แสดงให้เห็นว่าเขามีแผนสำรองเมื่อเกมยืดเยื้อ
และไม่ใช่คนที่หมดแรงง่ายๆ ในยกปลาย

เปรียบเทียบอาวุธและแทคติกระยะที่ชี้ชะตาของ
ณัฐพล และ ตวงพลอย

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะตัดสินผลของไฟต์นี้คือ การควบคุมระยะห่าง
ณัฐพลต้องการเดินเข้าไปในระยะที่เขาสามารถใช้หมัดหนักและเข่าได้เต็มที่
ในขณะที่ตวงพลอยต้องการรักษาระยะวงนอกเพื่อใช้ซ้ายยาวของเขา
ดังนั้นเกมนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าใครจะบังคับให้อีกฝ่ายเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดได้มากกว่ากัน

หากณัฐพลสามารถบุกฝ่าซ้ายยาวของตวงพลอยเข้ามาประชิดตัวได้ในช่วงต้นเกม
เขาอาจสามารถใช้หมัดหนักปิดเกมได้เร็ว แต่ถ้าตวงพลอยสามารถรักษาระยะและใช้แย็บสกัดไว้ได้
เกมจะเข้าทางตวงพลอยมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่ยกท้าย
การที่ตวงพลอยมีประสบการณ์ในการสู้กับมวยบุกมาหลายครั้งจะช่วยให้เขาอ่านทางและปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที

อาวุธเด็ดของทั้งคู่ที่ต้องจับตา

  • หมัดหนักของณัฐพล: สามารถปิดเกมได้ทุกเมื่อ
    หากเขาบุกเข้าประชิดระยะได้สำเร็จ
    การปล่อยหมัดตรงและหมัดฮุกในจังหวะที่เหมาะสมสามารถเปลี่ยนผลการชกได้ในพริบตา
  • ซ้ายยาวของตวงพลอย:
    แย็บซ้ายและเตะซ้ายที่แม่นยำจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นแรก
    คอยสกัดการบุกของณัฐพลไม่ให้เข้ามาในระยะอันตราย
  • เข่าในคลินช์: ทั้งคู่มีเข่าที่ใช้ในระยะประชิดได้ดี
    แต่ตวงพลอยอาจเสียเปรียบหากถูกณัฐพลรัดคอและปล้ำตีเข่าในคลินช์
    ซึ่งเป็นความถนัดของมวยเข่าบู๊จากอีสาน
  • ความอดทนในยกท้าย: ตวงพลอยมีประวัติชกครบ 5 ยกหลายครั้ง
    แสดงถึงความแข็งแกร่งปลายแรง ส่วนณัฐพลยังไม่เคยถูกทดสอบในเกมที่ยืดเยื้อ
    ดังนั้นสภาพร่างกายในช่วงยกที่ 4–5 อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกมพลิกได้

ใครจะชนะและจุดพลิกเกมของ
ณัฐพล vs ตวงพลอย

เมื่อมองจากข้อมูลที่มีและสไตล์ที่แตกต่างกันของทั้งคู่
การคาดการณ์ผลไฟต์นี้จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์บนเวทีใหญ่
พลังหมัดที่รุนแรง และความสามารถในการควบคุมระยะ
ซึ่งเราจะมาวิเคราะห์ให้ละเอียดในส่วนนี้

ไม่มีประวัติการเจอกันมาก่อน

ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อนในสังเวียน ดังนั้นไฟต์นี้จึงเป็นบทพิสูจน์แรกของกันและกัน
ไม่มีข้อมูลการชกเก่ามาอ้างอิง ทำให้การวิเคราะห์ต้องพึ่งพาฟอร์มล่าสุด สไตล์การชก
และประสบการณ์เป็นหลัก ซึ่งตวงพลอยดูจะมีข้อได้เปรียบในด้านประสบการณ์และความคุ้นเคยกับเวที
ในขณะที่ณัฐพลมีอาวุธที่พร้อมพลิกเกมได้ตลอดเวลา

ผลลัพธ์ที่คาดและแนวโน้มของเกม

ในการวิเคราะห์มวยของเรา วิเคราะห์มวย มองว่า
ตวงพลอยมีความได้เปรียบในเรื่องประสบการณ์และความคุ้นเคยกับเวทีราชดำเนิน
ซึ่งจะช่วยให้เขาคุมเกมได้ดีกว่า แต่หากณัฐพลสามารถบุกเข้ามาประชิดตัวในยกต้นๆ
และใช้หมัดหนักเข้าทำลาย ตวงพลอยอาจเจอปัญหาหนัก

ด้านที่วัด ณัฐพล ศิษย์อ๊อดพิบูล ตวงพลอย เกียรติฉัตรชัย
ฟอร์มล่าสุด ชนะน็อกยก 3 ชกครบ 4-5 ยกสม่ำเสมอ
อาวุธเด่น หมัดหนัก, เข่าบุก ซ้ายยาว, เตะซ้าย
ประสบการณ์เวทีราชดำเนิน น้อย มาก
ความอดทนในยกปลาย ยังไม่ทดสอบ ดีเยี่ยม
โอกาสชนะที่เราประเมิน 45% 55%

จากตารางจะเห็นว่าตวงพลอยมีโอกาสชนะมากกว่าหากเกมเป็นไปตามแผนที่เขาถนัด
แต่ถ้าญัตพลสามารถเปลี่ยนเกมด้วยพลังหมัดของเขาได้ การพลิกโผก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แฟนมวยควรจับตาดูการออกสตาร์ทในยกแรกให้ดี เพราะหากณัฐพลเปิดเกมบุกได้สำเร็จใน 2
ยกแรก โอกาสที่เขาจะชนะน็อกมีสูง แต่ถ้าตวงพลอยสามารถผ่านพ้นช่วงอันตรายไปได้
เกมในช่วงยกกลางถึงยกท้ายจะเป็นของเขาอย่างแน่นอน

สามมุมเดิมพันในไฟต์ ณัฐพล vs
ตวงพลอย

สำหรับคอเดิมพันที่กำลังมองหาแนวทางในการแทงมวยคู่นี้
ในมุมมองของเรามีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  1. แทงตวงพลอยชนะคะแนน – นี่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
    หากราคามวยไม่สูงจนเกินไป
    ตวงพลอยมีประสบการณ์ในการชกครบยกและทำคะแนนในเวทีราชดำเนินได้ดี
    อาวุธซ้ายยาวของเขาจะช่วยเก็บคะแนนได้เรื่อยๆ ทุกยก
  2. แทงว่าชกครบยก (Over)
    คาดการณ์ว่าไฟต์นี้มีโอกาสจบไม่ครบยกน้อย
    เนื่องจากตวงพลอยเป็นมวยที่รับมือดีและไม่ค่อยโดนน็อกง่าย แม้ถูกกดดันเขาก็ยังยืนหยัดได้
    การแทงว่าชกครบ 5 ยกจึงมีโอกาสเป็นไปได้สูง
  3. แทงสดหรือรอราคาไหล – หากราคามวยมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
    หรือเปิดมาแล้วตวงพลอยเป็นต่อมาก การรอแทงในราคาที่ดีขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

สำหรับผู้ที่สนใจวางเดิมพันในคู่นี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับประสบการณ์การเดิมพันที่ดีที่สุด หรือเลือกเดิมพันผ่านเว็บตรงของเราได้เลย

คู่มวยอื่นๆ ในศึกเพชรยินดี

Scroll to Top