วิเคราะห์มวย น้องกิ๊ฟ vs รินะ โอคาโมโตะ 1 สิงหาคม 2569

เปิดราคาคู่มวยอินเตอร์ที่ทุกคนเฝ้ารอในคืนวันเสาร์นี้ ราคาเปิดถูกวางให้ รินะ โอคาโมโตะ
เป็นฝ่ายต่อทันทีที่ประกาศโปรแกรม แม้นี่จะเป็นไฟต์ประเดิมสนามครั้งแรกของเธอบนเวที RWS
ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ ก็ตาม แฟนมวยส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับพิกัดที่ลงตัว เรือนร่างสูง 165
เซนติเมตร และสถิติชนะน็อก 5 ครั้งของอดีตแชมป์คิกบ็อกซิ่งชาวญี่ปุ่น ขณะที่ฝั่งน้องกิ๊ฟ ช.ห้าพยัคฆ์
แม้ถูกวางเป็นมวยรองแต่ก็ไม่ใช่รองที่ใครมองข้าม
เพราะมวยเข่าลายแท้จากบุรีรัมย์ที่เดินสายชกมาแล้วกว่า 25
ไฟต์มีดีกรีความอันตรายในวงในสูงมาก และยิ่งเป็นการชกบนเวทีราชดำเนินซึ่งคือบ้านของเธอจริง
ๆ ยิ่งทำให้การบ้านของมวยต่อหนักขึ้นเป็นพิเศษ ใครที่ติดตาม Pakyok
เป็นประจำจะรู้ดีว่าไฟต์แบบนี้คือไฟต์ที่ราคามักพูดไม่ครบทุกมิติ
การที่ดาวต่างชาติถูกตั้งให้เป็นมวยต่อในบ้านเกิดของคู่ต่อสู้ไม่เคยเป็นสูตรสำเร็จเสมอไป
และนี่คือสิ่งที่น่าจับตาในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้

ราคาเปิดยกให้รินะเป็นมวยต่อแต่เซียนมวยยังถกกันไม่จบ

เหตุผลที่ราคาเปิดหนีไปทางฝั่งญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเมื่อเทียบเส้นทางอาชีพของทั้งคู่
รินะผ่านการชกในรายการระดับโลกอย่าง K-1 มาแล้ว มีเข็มขัดแชมป์จากเวที Knock Out และ
Rebels อยู่เต็มตู้
ขณะที่น้องกิ๊ฟเพิ่งก้าวจากเวทีมวยไทยพันธมิตรและมหกรรมมวยไทยท้องถิ่นขึ้นมาสู่แสงไฟของเวทีราชดำเนินในระดับนี้เป็นครั้งแรก
ความต่างของเรตติ้งชื่อและมาตรฐานการฝึกซ้อมทำให้นักมวยนอกส่วนใหญ่ได้เปรียบในสายตาเซียนมวยอยู่แล้ว
แต่การเป็นมวยต่อในไฟต์นี้ไม่ได้แปลว่าจะกินนิ่ม เพราะกติกา RWS
ที่อนุญาตให้ใช้ศอกเต็มรูปแบบพร้อมระบบ Open Scoring ที่เปิดเผยคะแนนให้เห็นทุกยก
ทำให้เกมพลิกได้ตลอดเวลา

คู่นี้ถูกวางโปรแกรมไว้ในศึก RWS Fight Night วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 เริ่มชกเวลา
19.00 น. ที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสดผ่านช่อง Workpoint 23
พร้อมช่องทางออนไลน์ทั้ง YouTube RWS และ Facebook RWS
ซึ่งแฟนคลับชาวญี่ปุ่นจะลุ้นติดขอบเวทีกันอย่างคับคั่ง
เพราะนี่คือการประเดิมสนามของซูเปอร์สตาร์ในบ้านเขา ส่วนโปรดักชันของ RWS
ที่เน้นความตื่นเต้นและความทันสมัยมาพร้อมนวมเล็กซึ่งทำให้พลังโจมตีสูงขึ้น
ยิ่งซ้ำเติมสไตล์มวยบู้ของทั้งคู่ให้มีโอกาสจบเกมด้วยการน็อกเอาต์ได้มากกว่ารายการมาตรฐาน

รายละเอียด ข้อมูล
รายการ RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีย์ (Rajadamnern World Series)
วันที่ วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
เวลา เริ่ม 19.00 น.
สนาม สนามมวยเวทีราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
พิกัด 109 ปอนด์
ถ่ายทอดสด Workpoint 23, YouTube RWS และ Facebook RWS
สถานะคู่ชก ไฟต์ประเดิมสนาม RWS ของ รินะ โอคาโมโตะ และเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่

อีกตัวแปรที่ทำให้ราคาน่าสนใจคือพิกัด 109 ปอนด์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างได้เปรียบสาวญี่ปุ่น
เพราะรินะมีน้ำหนักตัวอยู่ราว 48 กิโลกรัมหรือ 106 ปอนด์ แทบไม่ต้องลดอะไรมาก
ขณะที่น้องกิ๊ฟเคยชกในน้ำหนักที่ดีที่สุดแถว 42–46 กิโลกรัม หรือ 92–101 ปอนด์ การขยับขึ้นมาชกที่
109 ปอนด์จึงเท่ากับว่าฝั่งไทยต้องแบกน้ำหนักที่มากกว่าปกติ แต่ในทางกลับกัน
ถ้าเธอยังรักษาความแข็งแรงของร่างกายได้เต็มร้อย
ลำตัวที่หนักขึ้นก็แปลว่าแรงกดของเข่าที่ตกลงบนตัวคู่ต่อสู้จะหนักขึ้นตามไปด้วย
จุดนี้เองที่ทำให้เซียนมวยบางกลุ่มยังไม่กล้าปิดราคาทิ้ง
และเลือกที่จะรอดูสภาพร่างกายในวันชั่งน้ำหนักก่อน

ฟอร์มล่าสุดของน้องกิ๊ฟกับเส้นทางสู่เวทีราชดำเนินที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ก่อนลงลึกในรายละเอียดว่าทำไมน้องกิ๊ฟถึงถูกมองเป็นมวยรอง
เราขอย้อนฟอร์มสามไฟต์ล่าสุดของสาวบุรีรัมย์จากค่ายช.ห้าพยัคฆ์ หรือที่แฟนมวยรู้จักในชื่อ น้องกิ๊ฟ
พลวรรณ ให้เห็นภาพว่าเธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
เพราะเส้นทางของเธอไม่ใช่เส้นที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
และไฟต์ล่าสุดที่เพิ่งพลาดท่าแพ้คะแนนคือจุดที่เราต้องอ่านให้ลึกไปกว่าแค่ผลแพ้ชนะ

  1. 25 พฤษภาคม 2569 – แพ้คะแนน มาเฟียร์ ศิษย์อภิเดช ในศึกมวยไทยพันธมิตร
  2. 22 กันยายน 2568 – ชนะคะแนน หยกเพชร มวยหูหนึ่งชัยวัฒน์
  3. 9 สิงหาคม 2568 – ชนะน็อกยก 3 ไข่เค็ม สิงห์เนวินกาฬสินธุ์ ในมหกรรมของดีอีสาน

จุดเด่นของมวยเข่าลายแท้ที่ใช้การปล้ำตีเข่าเป็นเกมหลัก

สไตล์มวยเข่าของน้องกิ๊ฟเป็นมวยไทยดั้งเดิมที่เน้นการเดินเบียดกดดันและการใช้ร่างกายปะทะ
เธอมีประสบการณ์ชกมากกว่า 25 ไฟต์จากเวทีท้องถิ่นและศึกมวยไทยพันธมิตร
ทำให้เข้าใจจังหวะการให้คะแนนของกรรมการไทยเป็นอย่างดี
อาวุธที่อันตรายที่สุดคือการปล้ำตีเข่า
ซึ่งเธอใช้ทั้งเข่าตรงและเข่าโค้งสลับกันเพื่อทำลายซี่โครงและลำตัวคู่ต่อสู้
ยิ่งเธอจับวงในได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คู่ต่อสู้หมดแรงในการออกอาวุธระยะไกลเร็วเท่านั้น

นอกเหนือจากลูกเข่าแล้ว ลูกเตะขวาของเธอก็หนักหน่วงพอจะใช้เป็นมีดเปิดทาง
ก่อนจะขยับเข้าสู่ระยะคลินช์ และยังมีเข่าลอยไว้สวนกลับในจังหวะที่คู่ต่อสู้ถอยหลัง
รวมถึงศอกตัดกับศอกกลับไว้ใช้ตอนที่คู่ต่อสู้พยายามถอนตัวออกจากวงใน
ด้วยพื้นฐานมวยไทยสายบู๊ที่ผ่านการปะทะมานับครั้งไม่ถ้วน
ความใจสู้และความทนทานต่ออาวุธหนักจึงเป็นอาวุธที่มองไม่เห็นแต่มูลค่ามหาศาลในไฟต์ที่ต้องลุ้นถึงยกท้าย
แฟนมวยที่เคยเห็นเธอชกตามเวทีต่างจังหวัดจะรู้ดีว่า ยิ่งเกมลากยาว
ยิ่งเป็นรองแค่ในกระดาษเท่านั้น เพราะร่างกายของเธอถูกสร้างมาให้สู้ในยกที่ 4 และยกที่ 5

จุดเปราะที่นักมวยต่อจ้องโจมตีคือจังหวะหมัดและการตั้งการ์ด

จุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุดของน้องกิ๊ฟคือความเร็วของหมัดและการตั้งการ์ดเมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่ออกอาวุธเป็นชุด
เธอเพิ่งแพ้คะแนนมาในไฟต์ล่าสุด
และรูปแบบความเสียหายมักเกิดจากการโดนหมัดตรงกับหมัดฮุคสลับจังหวะจนเสียจังหวะเข้าทำ
อีกทั้งการเดินหน้าบุกแบบมวยเข่าทั่วไปมักเปิดช่องให้คู่ต่อสู้ใช้ถีบสกัดและเตะตัดล่างสวนกลับได้ง่าย
หากเธอปล่อยให้รินะยิงอาวุธนำระยะได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีการโยกหลบหรือเปลี่ยนเชิง
โอกาสโดนนับ 8 และแพ้น็อกด้วยหมัดชุดจะสูงขึ้นตามลำดับ
สิ่งที่น้องกิ๊ฟต้องทำคือลดเกมแลกหมัดในระยะประชิดแล้วพยายามดึงเข้าสู่เกมจับล็อกให้เร็วที่สุด

รินะ
โอคาโมโตะ ดาวคิกบ็อกซิ่งญี่ปุ่นกับปราการช่วงชก 165 เซนติเมตรที่รอวันประเดิม RWS

ฝั่งตรงข้ามคือ รินะ โอคาโมโตะ หรือที่แฟนคลับเรียกติดปากว่า Cutie Striker
สาววัย 32 ปีจากเมืองโทโยนากะ จังหวัดโอซาก้า
ที่เริ่มต้นชีวิตไม่ใช่สายมวยแต่เป็นนักว่ายน้ำมากว่า 10 ปี
ก่อนจะผันตัวเข้าสู่วงการคิกบ็อกซิ่งเมื่ออายุ 21 ปี
เธอคือตัวอย่างของนักสู้ที่ใช้ความมุ่งมั่นชดเชยการเริ่มต้นช้า และไต่เต้าจนคว้าแชมป์ Knock
Out-Black ทั้งรุ่น Minimumweight และ Atomweight รวมถึงแชมป์ Rebels-Black รุ่น 46
กิโลกรัม ภายใต้สังกัดค่าย Struggle

สิ่งสำคัญที่ต้องพูดถึงคือเรื่องสรีระ เพราะรินะสูง 165 เซนติเมตร
ถือว่าสูงมากสำหรับรุ่นน้ำหนักนี้ เธอจึงมีช่วงชกที่ยาวกว่าคู่ต่อสู้เกือบทุกคนที่เคยเจอมา
อีกทั้งน้ำหนักตัวราว 48 กิโลกรัมกับพิกัด 109 ปอนด์ถือว่าลงตัวพอดี
ทำให้ไม่ต้องลดน้ำหนักเยอะจนเสียความสด
และหัวใจของการชกของเธอคือการคุมระยะด้วยหมัดแย็บกับถีบตรง
ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้เอาชนะคู่ต่อสู้มาทุกเวที

แชมป์หลายเส้นจากสังเวียน
K-1 ที่ไม่ใช่เด็กใหม่ในกติกามวยไทย

เส้นทางของรินะน่าสนใจตรงที่เธอไม่ได้เป็นเพียงดาวดังจากโซเชียลที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเท่านั้น
แต่มีผลงานจริงในสังเวียนระดับสากลด้วย เธอเคยชนะคะแนน Koto Hiraoka ในเวที K-1
World MAX 2024 และเอาชนะ Suwanan Boonsorn ได้ด้วยคะแนนเอกฉันท์
โดยสถิติสมัครเล่นของเธออยู่ที่ชนะ 11 แพ้ 1 ก่อนเข้าสู่สายอาชีพและเก็บชัยชนะน็อกมาได้ 5 ครั้ง
แม้ในเดือนพฤษภาคม 2567 เธอจะเพิ่งรู้จักความพ่ายแพ้ครั้งแรกในอาชีพ
แต่นั่นคือบทเรียนที่ทำให้เธอกลับมาปรับแทคติกและพัฒนาฝีมือให้อาวุธครบเครื่องยิ่งขึ้น

อีกประเด็นที่แฟนมวยไทยต้องไม่มองข้ามคือ
เธอเคยเดินทางมาฝึกซ้อมมวยไทยในประเทศไทยหลายครั้ง
จึงไม่ใช่นักชกต่างชาติที่งงกับกติกาเมื่อต้องมาเจอเข่าและศอกเต็มรูปแบบ
แม้ชีวิตนอกเวทีของเธอจะเคยเจอวิกฤตจนต้องหยุดชกไประยะหนึ่ง
แต่การกลับมาคืนสังเวียนอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง
และการเลือกประเดิมสนาม RWS
ด้วยไฟต์แรกที่เจอกับมวยเข่าลายแท้ของไทยก็แสดงถึงความมั่นใจแบบแชมเปี้ยนที่พร้อมรับทุกความท้าทายของเวทีราชดำเนิน

หมัดชุดความเร็วสูงกับเตะเจาะยางคืออาวุธหลักในการตัดวงในของน้องกิ๊ฟ

อาวุธทำเงินของรินะคือหมัดชุดที่รวดเร็วและแม่นยำ
เธอใช้หมัดแย็บเป็นตัววัดระยะก่อนต่อด้วยหมัดตรงและหมัดขวาที่หนักหน่วงเหมือนค้อน
ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถปิดเกมได้ในหมัดเดียว
ประกอบกับลูกเตะเจาะยางที่ใช้ยิงใส่น่องและข้อเท้าของคู่ต่อสู้เพื่อทำลายการทรงตัว
และถ้ายิงซ้ำจุดเดิมเรื่อย ๆ จนขาของคู่ต่อสู้เริ่มตาย เกมเดินเบียดก็จะหยุดชะงักทันที
ส่วนลูกเตะตัดล่างใช้สกัดการบุกของมวยเข่า ก่อนจะจบชุดด้วยการวนออกข้างเพื่อตั้งหลักใหม่
สิ่งที่น่ากลัวคือเธอออกอาวุธได้ต่อเนื่องไม่ตกจังหวะ
ซึ่งในกติกามวยไทยที่นักมวยมักเล่นเกมรอจังหวะ ความต่อเนื่องแบบนี้จะสร้างความกดดันมหาศาล
และถ้าเธอสอดลูกเตะก้านคอเข้ากับจังหวะที่น้องกิ๊ฟก้มตัวเดินเบียดเข้ามา
เกมอาจพลิกได้ในเสี้ยววินาที

ทางแยกของเกมที่การคุมระยะของรินะกับเข่าวงในของน้องกิ๊ฟต้องพิสูจน์กันให้ได้

เมื่อทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อนบนสังเวียน ไฟต์นี้จึงเป็นด่านแรกที่ต้องวัดกันด้วยแทคติกมากกว่าสถิติ
และหัวใจของเกมคือการแย่งชิงจังหวะและระยะ ใครคุมระยะได้ก่อนเป็นฝ่ายได้ลุ้น
ใครพลาดเข้าไปติดวงในก่อนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
นี่คืออาวุธเด็ดของทั้งสองฝั่งที่เราคัดมาให้ดูกันเป็นข้อ ๆ

  • เข่าขวาและเข่าโค้งของน้องกิ๊ฟ – อาวุธหลักในวงใน
    ใช้ไล่ตีชายโครงและลำตัวเมื่อจับคลินช์ได้
  • การปล้ำตีเข่าแบบมวยไทยแท้ –
    การกอดคอหักเหลี่ยมเพื่อทำลายทรงของคู่ต่อสู้ก่อนแทงเข่าซ้ำ
  • หมัดชุดความเร็วสูงของรินะ – แย็บนำ หมัดตรงตาม
    และปิดท้ายด้วยฮุคหรือหมัดขวาที่มีพลังน็อก
  • เตะเจาะยางกับเตะตัดล่างของรินะ –
    ใช้ทำลายขานำและขาหยุดของน้องกิ๊ฟเพื่อตัดเกมเดินเบียด
  • ศอกตัดและศอกกลับของน้องกิ๊ฟ –
    จังหวะเด็ดเมื่อรินะพยายามถอนตัวออกจากระยะคลินช์
  • ถีบสกัดกับการวนออกข้างของรินะ –
    กำแพงระยะที่ใช้ตั้งเกมก่อนสวนกลับด้วยจังหวะสอง

อาวุธเด็ดที่ต้องจับตาเมื่อทั้งคู่แลกเกมกันในระยะประชิด

ถ้าดูจากสไตล์แล้ว
เกมนี้คือการชนกันระหว่างมวยบู้ที่เดินหน้าไม่หยุดกับมวยฝีมือที่เล่นกับระยะและจังหวะ
น้องกิ๊ฟจะพยายามเดินเบียดกดดันให้รินะถอยจนชิดเชือกแล้วเข้าประชิดทันที
ขณะที่รินะจะใช้แย็บกับถีบสกัดเป็นเข็มทิศคุมระยะ แล้วรอจังหวะที่น้องกิ๊ฟก้าวเข้ามาเพื่อยิงหมัดดักชก
หากฝั่งไทยถูกหมัดชุดเข้าใส่ตั้งแต่ยกแรก จังหวะการเดินหน้าจะฝืดลงเพราะต้องเริ่มระวังตัว
อีกทั้งการโดนนับ 8 หรือเสียจังหวะในเชิงภาพรวม
อาจทำให้กรรมการมองว่าเธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่ต้นเกม

ในทางกลับกัน ถ้าน้องกิ๊ฟฝ่าแนวหมัดเข้ามาจับวงในได้สำเร็จ
ความยาวช่วงแขนของรินะจะไร้ความหมายทันที เพราะในระยะคลินช์
สาวญี่ปุ่นเป็นฝ่ายที่ต้องพยายามเอาตัวรอดจากการปล้ำตีเข่าและเสี่ยงโดนศอกตัดเปิดแผลที่ใบหน้า
ยิ่งเกมยืดเยื้อถึงยกท้าย
ร่างกายของนักมวยต่างชาติที่ไม่ชินกับการชกห้ายกแบบมวยไทยเต็มรูปแบบอาจทรุดลงเรื่อย ๆ
และนั่นคือจังหวะที่มวยรองอย่างน้องกิ๊ฟจะได้เล่นเกมของตัวเองเต็มที่
นี่คือดาบสองคมของไฟต์นี้ที่ทำให้ราคามวยดูไม่น่าไว้ใจร้อยเปอร์เซ็นต์

เราประเมินว่าไฟต์นี้จบลงแบบไหนเมื่อเข่าเจอหมัดที่เร็วกว่า

ภาพประกอบ วิเคราะห์มวย น้องกิ๊ฟ vs รินะ โอคาโมโตะ 1 สิงหาคม 2569
วิเคราะห์มวย น้องกิ๊ฟ vs รินะ โอคาโมโตะ 1 สิงหาคม 2569

จากการวิเคราะห์มวยของเราที่ดูทั้งฟอร์ม สไตล์ และมิติของพิกัดแล้ว รินะ
โอคาโมโตะ ยังเป็นฝ่ายที่มีโอกาสชนะมากกว่า
ด้วยเหตุผลหลักสามข้อ
หนึ่งคือความได้เปรียบด้านช่วงชกและความเร็วในการออกอาวุธ
สองคือประสบการณ์บนเวทีระดับโลกที่ทำให้เธอชินกับแรงกดดัน
และสามคือพลังหมัดที่สามารถจบเกมได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในกติกา RWS ที่มาพร้อมนวมเล็ก
ยิ่งเพิ่มน้ำหนักของหมัดขวาของเธอให้อันตรายขึ้นไปอีก ในบท วิเคราะห์มวย
ของเราคู่นี้ถูกจัดเป็นไฟต์ที่มวยต่อต้องระวังมากที่สุดไฟต์หนึ่งของรายการ
เพราะมุมพลิกของน้องกิ๊ฟไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะคะแนนในระยะไกล
แต่อยู่ที่การเข้าถึงตัวให้ได้ก่อนระฆังยกสุดท้าย

ภาพที่น่าจะเกิดขึ้นคือ
รินะจะครองเกมระยะไกลในสองยกแรกด้วยหมัดแย็บและเตะเจาะยางเพื่อเก็บคะแนนนำ
ขณะที่น้องกิ๊ฟต้องอดทนรอจังหวะเข้าประชิด ถ้าเธอทำได้สำเร็จในยกที่ 3-4
เกมจะเข้าสู่ภาวะราคาพลิก
เพราะความเหนื่อยล้าของสาวญี่ปุ่นจะเริ่มแสดงออกมาในคลินช์ให้เห็นเป็นระยะ
แต่ถ้าเธอจับวงในไม่ได้เลย โอกาสที่รินะจะปิดเกมด้วยหมัดชุดในยกที่ 2 หรือ 3 ก็มีสูงมากเช่นกัน
ตัวเลขฟอร์มล่าสุดของทั้งคู่ชี้ว่านี่ไม่ใช่ไฟต์ที่จบง่าย
และการ์ดของน้องกิ๊ฟคือตัวแปรที่ทำให้ราคาเปิดไม่สามารถนิ่งได้จนถึงวันชก

โดยสรุป
เรามองว่าการจบด้วยคะแนนเป็นไปได้มากที่สุดในกรณีที่น้องกิ๊ฟทำให้เกมสกปรกและลากยาวจนครบ
5 ยก ขณะที่การน็อกของรินะจะมาในช่วงกลางเกมถ้าเธอคุมระยะได้ขาด
ตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ รินะ โอคาโมโตะ ชนะคะแนนหลังเกมสูสี หรือชนะน็อกยก 2-3
ด้วยพลังหมัดที่เหนือชั้น ใครที่อยากเทียบโปรแกรมคู่อื่นในค่ำคืนเดียวกันและดูสถิติของนักมวยทุกคู่
สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่หน้า วิเคราะห์มวย ราชดำเนิน
เวิลด์ ซีรีย์
ซึ่งเราจะอัปเดตข้อมูลก่อนระฆังแรกทุกสัปดาห์

ราคาที่คุ้มสุดกับจังหวะวางเดิมพันที่ควรเลือกเล่นในไฟต์นี้

จากบทวิเคราะห์ทั้งหมด เรามองว่าราคาเปิดที่ยกให้รินะเป็นมวยต่อเป็นราคาที่ยุติธรรมกับฟอร์ม
แต่ก็เปิดช่องให้แทงสวนได้ในบางจังหวะ
ใครที่ชอบเล่นมวยเต็งควรวางแผนเป็นขั้นตอนและอย่าเพิ่งทุ่มทั้งหมดในบิลแรก
เพราะราคาไหลในช่วงใกล้ชกอาจเปลี่ยนภาพของเกมได้เสมอ
โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเรื่องน้ำหนักหรือการเปลี่ยนแผนการชกจากฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

แนวทางแทงมวยเต็งกับมุมแทงสวนที่ควรพิจารณาก่อนเปิดบิล

แนวทางที่เราคิดว่าคุ้มทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทนคือการแยกพอร์ตออกเป็นสองส่วน
ส่วนแรกเล่นตามกระแสหลักคือวางรินะชนะแบบไม่ระบุวิธีจบ
ส่วนที่สองเก็บไว้เล่นมุมแทงสวนในกรณีที่ราคาไหลหนีไปฝั่งญี่ปุ่นจนเกินควร
เพราะอัตราต่อรองที่สูงเกินจริงในคู่มวยอินเตอร์ที่เจอกับมวยเข่าลายแท้ในบ้านเกิด
มักเป็นกับดักราคาที่ทำให้เซียนมวยเสียหูกันมานับไม่ถ้วน
ส่วนสายโพยที่เล่นมวยชุดหรือรูดหลายคู่ควรเลือกเฉพาะคู่ที่มั่นใจจริง ๆ
อย่าเอาไฟต์นี้ไปรวมกับคู่อื่นจนพอร์ตเสี่ยงเกินตัว

  1. รินะ โอคาโมโตะ ชนะคะแนน หรือชนะน็อกช่วงยก 2-3 –
    ทีเด็ดแรกที่มีน้ำหนักมากที่สุดจากการคุมระยะและพลังหมัดที่เหนือชั้น
  2. เล่นในยกท้ายกับมุมของน้องกิ๊ฟ – ถ้าเกมลากถึงยก 4-5
    ค่าเข่าวงในของเธอจะเริ่มแพงขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นจังหวะที่ราคามวยรองเริ่มน่าลงทุน
  3. แทงสวนฝั่งรองเมื่อ Open Scoring ชี้ว่าคะแนนสูสี –
    จังหวะราคาพลิกในไฟต์สไตล์มวยเข่าปะทะหมัดเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนคิด

ข้อควรจำสำหรับไฟต์นี้คือ อย่าเล่นเกินตัวในยกแรก
เพราะเกมของมวยเข่ามักเริ่มมีค่าเอาชนะจริง ๆ ในอีกสามยกถัดมา
ส่วนใครที่ต้องการล็อกเรตก่อนราคาจะปิด แนะนำให้จัดการบิลให้เรียบร้อยก่อนเวลา 19.00 น.
โดยสามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเริ่มเดิมพันได้เลยที่ลิงก์เดียวกับที่เราใช้ในคืนนี้ และอย่าลืมว่าระบบ Open Scoring
จะเป็นเข็มทิศชั้นดีให้เราแก้เกมเดิมพันระหว่างการชกได้แบบเรียลไทม์

คู่มวยอื่นๆ ในRWS ราชดำเนิน เวิลด์
ซีรีย์

Scroll to Top