วิเคราะห์มวย บั้งไฟโก้ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ vs ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน 6 สิงหาคม 2569

ไฟต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงคู่มวยเปิดรายการในศึกเพชรยินดีที่เวทีมวยราชดำเนิน
แต่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแฝดน้องตระกูลบูมเด็กเซียน วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ยอดเพชรโทจะได้ล้างตาบั้งไฟโก้ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ อีกครั้งในพิกัด 105 ปอนด์
หลังแพ้คะแนนมาเมื่อ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ฝั่งหนึ่งคือมวยขวาครบเครื่องวัย 22
ที่อาวุธหลากหลายและเก๋าเกม อีกฝั่งคือมวยซ้ายจังหวะฝีมือวัย 16 ที่มีความเร็วและหัวใจนักสู้
บรรดาเซียนมวยจึงจับตาราคามวยคู่นี้เป็นพิเศษ เพราะช่องว่างของทั้งคู่ดูไม่ห่างกันมากนัก
และสำหรับใครที่กำลังมองหามุมวิเคราะห์ก่อนเปิดบิล Pakyok.org
เราจะพาเจาะทุกเหลี่ยมของรีแมตช์นี้ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทางมวย ฟอร์มล่าสุด
จุดอ่อนที่ต้องระวัง และมุมวางเดิมพันที่น่าสนใจ

เปิดรายการศึกเพชรยินดีด้วยรีแมตช์ที่เวทีมวยราชดำเนิน

ไฟต์นี้ถูกวางไว้ในช่วงแรกของรายการศึกเพชรยินดีในรูปแบบเพชรยินดี Super fight
โดยจะเริ่มชกเวลา 18:00 น. ณ เวทีมวยราชดำเนิน ถ่ายทอดสดทาง True4U ด้วยพิกัด 105
ปอนด์ ซึ่งเป็นรุ่นน้ำหนักที่ทั้งคู่ชกกันได้ลงตัวพอดี บั้งไฟโก้มีน้ำหนักตัวปล่อยประมาณ 51 กิโลกรัม
ส่วนยอดเพชรโทก็อยู่ในเกณฑ์คุมน้ำหนักเดียวกัน
ทำให้ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเรื่องการตัดน้ำหนักก่อนขึ้นเวที
และนี่คือเหตุผลที่เซียนมวยส่วนใหญ่คาดว่ารูปเกมจะถูกตัดสินด้วยฝีมือล้วนๆ

สิ่งที่ทำให้คู่นี้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษคือการเป็นไฟต์รีแมตช์ เพราะทั้งคู่เพิ่งชกกันเมื่อวันที่ 22
มิถุนายน พ.ศ. 2569 ในศึกมวยไทยพันธมิตร และบั้งไฟโก้เป็นฝ่ายชนะคะแนนมาได้
การกลับมาเจอกันอีกครั้งใน วิเคราะห์มวย
ศึกเพชรยินดี
ภายในเวลาประมาณเดือนกว่าจึงเท่ากับการชกล้างตาของยอดเพชรโท
และเป็นการพิสูจน์ว่าไฟต์แรกที่แพ้นั้นเกิดจากอะไรกันแน่
ระหว่างทางมวยที่โดนข่มหรือความสดที่ยังไม่พอ

บั้งไฟโก้
ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ วัย 22 กับชั้นเชิงที่เหนือชั้นกว่า

บั้งไฟโก้หรือที่แฟนมวยบางกลุ่มเรียกติดปากว่า “บั้งไฟพิฆาต” คือ
มวยขวาครบเครื่อง จากค่ายทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ จ.ยโสธร วัย 22 ปี
ส่วนสูง 165 เซนติเมตร และมีประสบการณ์บนเวทีไม่ต่ำกว่า 70 ไฟต์
เขาผ่านทั้งเวทีศึกเพชรยินดีและรายการระดับโลกอย่าง RAJADAMNERN WORLD SERIES
เรียกได้ว่าเป็นนักมวยที่คุ้นเคยกับแรงกดดันในเวทีมาตรฐานมานับครั้งไม่ถ้วน

จุดที่ทำให้เขาน่ากลัวไม่ใช่แค่พละกำลังหรือความเร็ว แต่เป็นไอคิวมวยและหลักเหลี่ยมที่แน่นหนา
การที่อายุยังน้อยแต่ชกมาแล้วมากมายทำให้เขารู้จังหวะดัก รู้จังหวะถอย และรู้จังหวะโต้กลับ
นักมวยวัยเดียวกันส่วนใหญ่ยังต้องเรียนรู้การคุมเกมในเวทีใหญ่
แต่บั้งไฟโก้ทำได้ราวกับมวยเก๋าที่ชกมานาน
การควบคุมระยะและการทรงตัวคือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถชกได้ครบทั้งวงนอกและวงในโดยไม่เสียเปรียบ

สไตล์มวยขวาครบเครื่องและอาวุธสาดแข้งที่สร้างความเสียหาย

อาวุธที่ขึ้นชื่อที่สุดของบั้งไฟโก้คือการสาดแข้งขวาที่หนักหน่วงและแม่นยำ
เขาใช้เตะตัดล่างทำลายขาหน้าของคู่ต่อสู้ตั้งแต่จังหวะแรกที่เดินเข้าหากัน
แม้คู่ชกจะพยายามยกเข่าหรือถีบสกัด
เขายังมีตัวเลือกในการเปลี่ยนจังหวะเป็นศอกกลับหรือแทงเข่าในวงใน
ทำให้ใครก็ตามที่ยืนวัดกับเขาในระยะกลางต้องเจอกับอาวุธหลากหลายที่คาดเดาได้ยาก

นอกจากนี้ เขามีการทำงานเท้าที่ดีเยี่ยม รู้จักใช้การวนออกเพื่อหลบหลีกแรงบุก
และใช้การถีบทำลายจังหวะเพื่อกันไม่ให้คู่ต่อสู้ตั้งตัว
จากนั้นค่อยเก็บแต้มด้วยหมัดแย็บและเตะกลางลำตัว
การสลับอาวุธได้หลากหลายขนาดนี้ทำให้การชกของเขาดูเป็นมวยครบเครื่องสมชื่อ
และเป็นเหตุผลที่เขามักเป็นฝ่ายคุมเกมได้ในยกท้าย แม้ไฟต์จะดุเดือดแค่ไหน

จุดเปราะของฝ่ายแดงเมื่อเจอแรงกดดันแบบไม่หยุด

แต่บั้งไฟโก้ก็มีจุดที่ต้องระวังอยู่บ้าง หากโดนมวยบู๊ที่เดินบุกไม่หยุดกดดันเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง
เขาอาจถูกบีบให้ถอยร่นเข้ามุม และต้องใช้เวลาสักพักในการเรียกจังหวะกลับมา การเจอกับเสือดำ
อ.เพชรขุนศึก หรือน้ำพุ
กอบหทัยราษฎร์ในอดีตเคยแสดงให้เห็นว่าถ้าเขาตกเป็นฝ่ายตั้งรับนานเกินไป
สกอร์อาจเสียเปรียบและเสียภาพมวยที่คุมเกมได้

จุดนี้อาจเป็นช่องให้ยอดเพชรโทใช้ความสดและความเร็วเร่งเครื่องได้
แต่อย่าลืมว่าบั้งไฟโก้ผ่านเกมหนักมานับครั้งไม่ถ้วน
และในไฟต์ที่เจอกันครั้งแรกเขาก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถยืนหยัดรับมือกับเกมบุกของแฝดน้องได้โดยไม่เสียรูปทรงมวย
จึงต้องจับตาดูว่ายอดเพชรโทจะหาทางกดดันให้หนักกว่าเดิมได้หรือไม่ในไฟต์นี้

ยอดเพชรโท
บูมเด็กเซียน แฝดมวยเงินล้านวัย 16 ผู้หิวล้างตา

ยอดเพชรโทคือ มวยซ้ายจังหวะฝีมือ จากค่ายยูฟ่าบูมเด็กเซียน
จ.นนทบุรี อายุเพียง 16 ปี แต่มีประสบการณ์บนเวทีไม่ต่ำกว่า 60 ไฟต์
เขาเป็นที่รู้จักในฐานะแฝดน้องของยอดเพชรเอก บูมเด็กเซียน
คู่แฝดที่วงการมวยไทยขนานนามว่าแฝดมวยไทยเงินล้าน
ความเร็วและความดุดันเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก และชื่อเสียงของเขาก็โตขึ้นเรื่อยๆ
จากการเป็นมวยบู๊ที่เดินหน้าหาคู่ต่อสู้ไม่หยุด

แม้อายุจะน้อย แต่ยอดเพชรโทถูกจัดอยู่ในกลุ่มยอดมวยเด็กฝีมือดีของรุ่น
เขาเคยขึ้นชกมาแล้วทั้งศึกมวยไทยพันธมิตรและศึกมวยไทยพลังใหม่
ซึ่งรายการหลังเป็นเวทีที่เขาได้พิสูจน์ฝีมือกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มากกว่า
จุดเด่นของเขาคือการเป็นมวยซ้ายที่เดินเบียดเข้าใส่ตลอดเวลา
ทำให้คู่ชกที่ถนัดขวาต้องปรับตัวเยอะ
และถ้าใครดูเขาชกบ่อยครั้งจะเห็นว่ายอดเพชรโทไม่เคยหนีการแลก
ขอแค่มีช่องว่างเขาก็พร้อมจะระเบิดอาวุธใส่ทันที

มวยซ้ายจังหวะฝีมือที่ต้องอาศัยการเดินเบียดเข้าใส่

การชกมวยซ้ายของยอดเพชรโทไม่ได้มีดีแค่การสลับการ์ด แต่เขามีหมัดซ้ายที่หนักทั้งแย็บและฮุค
ใช้การไล่แขนเปิดทางก่อนกระโดดเข้าหาเพื่อกอดคอตีเข่า จุดแข็งของเขาคือการไม่กลัวการแลก
และพร้อมจะยัดไส้เข่าใส่กลางลำตัวเมื่อเจอช่องว่างในวงใน
ถ้าได้จังหวะเขาก็สามารถบินเข่าลอยได้เช่นกัน
ทำให้คู่ต่อสู้ตั้งรับยากเพราะต้องคอยอ่านว่าจะโดนหมัดหรือโดนเข่าก่อนกันแน่

การเดินเบียดเข้าใส่คือกุญแจสำคัญของเขาคู่กับการใช้ความเร็ว
ยิ่งเกมลากไปถึงยกสามและยกสี่ที่บั้งไฟโก้อาจเริ่มช้าลง ยอดเพชรโทจะยิ่งได้เปรียบเรื่องความสด
อย่างไรก็ตาม การบุกตลอดเวลาโดยไม่มีการวางแผนอาจทำให้โดนดักเตะหรือโดนศอกสวนได้ง่าย
แต่ถ้าเขาสามารถพาบั้งไฟโก้เข้าสู่เกมแลกได้เมื่อใด ไฟต์นี้ก็จะเดือดไม่แพ้ไฟต์แรก
และเขาก็จะมีโอกาสล้างตาได้จริง

สถิติการเจอกันและฟอร์มล่าสุดที่การันตีความต่างของสองสไตล์

สถิติการเจอกันของทั้งคู่นั้นมีอยู่เพียงครั้งเดียว
และผลปรากฏว่าบั้งไฟโก้เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปได้ในศึกมวยไทยพันธมิตรเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน
พ.ศ. 2569 นี่คือไฟต์ที่สองของรีแมตช์
ซึ่งยอดเพชรโทย่อมกลับมาพร้อมบทเรียนและสูตรรับมือที่ต่างไปจากเดิม
แต่ในขณะเดียวกันบั้งไฟโก้ก็รู้ดีว่าอะไรที่ทำให้เขาชนะ
จึงมีแนวโน้มว่าเขาจะใช้สูตรเดิมที่ได้ผลและปรับปรุงให้แน่นขึ้นอีก

คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันมาแล้วหนึ่งครั้ง:

22 มิถุนายน 2569 – บั้งไฟโก้ ชนะคะแนน ยอดเพชรโท (ศึกมวยไทยพันธมิตร)

ถ้าดูฟอร์มล่าสุดของบั้งไฟโก้หลังจบไฟต์แรก เขายังคงรักษามาตรฐานได้อย่างสม่ำเสมอ
ด้วยผลงานชนะ 4 ไฟต์และเสมอ 1 ไฟต์จาก 5 ไฟต์หลังสุด โดยเฉพาะการชนะน็อกยก 1
ฉลามชล ว.อุรชา ใน RAJADAMNERN WORLD SERIES
ที่แสดงให้เห็นว่าอาวุธหนักของเขายังคมกริบและพร้อมปิดเกมได้ทุกเมื่อ

ผลงาน 5 ไฟต์ล่าสุดของบั้งไฟโก้:

  1. 22 มิถุนายน 2569 ชนะคะแนน ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน (ศึกมวยไทยพันธมิตร)
  2. 28 พฤษภาคม 2569 ชนะคะแนน ไททันเล็ก ไกรศิระบ๊อกซิ่งยิม (ศึกเพชรยินดี)
  3. 10 มกราคม 2569 ชนะน็อกยก 1 ฉลามชล ว.อุรชา (RAJADAMNERN WORLD
    SERIES)
  4. 16 ตุลาคม 2568 เสมอ ขุนหาญ ดาบทิตบางรัก (ศึกเพชรยินดี)
  5. 24 สิงหาคม 2568 ชนะน็อกยก 3 มนต์พระราม ศิษย์เพชรฉลูกัณฑ์ (ศึกมวยไทย 7 สี)

ส่วนยอดเพชรโท ข้อมูลฟอร์มล่าสุดเท่าที่ปรากฏคือการชนะคะแนน เตโช ส.เดชะพันธ์
ในศึกทายาทลูกงูเห่า และการแพ้คะแนนต่อบั้งไฟโก้ในไฟต์ที่เจอกันครั้งแรก
ประวัติการชกของเขายังมีชื่อของเพชรชัยนาท เพชรศรีทองยิมส์, เคน แจ๊คสันมวยไทยยิม,
ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ และพันโท พี.เค.เสี่ยต้อมอะไหล่ยนต์
ซึ่งล้วนเป็นนักมวยฝีมือดีที่ช่วยหล่อหลอมให้เขามีความแกร่ง แม้ยังไม่ถึงระดับเดียวกับบั้งไฟโก้
แต่พัฒนาการของเขาก็เร็วมาก

อาวุธและมุมเวลาที่ตัดสินเกมรีแมตช์

ภาพประกอบ วิเคราะห์มวย บั้งไฟโก้ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ vs ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน 6 สิงหาคม 2569
วิเคราะห์มวย บั้งไฟโก้ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ vs ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน 6 สิงหาคม 2569

การอ่านไฟต์นี้ต้องเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ใครจะครองวงนอกได้ก่อน
เพราะบั้งไฟโก้ถนัดสาดแข้งและดักเตะจากระยะไกล
ส่วนยอดเพชรโทอยากได้วงในเพื่อกอดคอตีเข่าและใช้หมัดซ้ายทำงาน
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งครอบครองระยะที่ตัวเองถนัดได้ เกมจะไหลไปทางนั้นทันที
และอีกฝ่ายจะต้องแบกภาระในการปรับเกมตลอดทั้งไฟต์

ตัวแปรสำคัญอีกตัวคือเวลาของการชก ยอดเพชรโทอายุ 16 ปี ร่างกายฟิตและฟื้นตัวไว
ไฟต์ที่ผ่านมาหลายไฟต์เขาเร่งเครื่องได้ดีในช่วงยกสามถึงยกสี่ ขณะที่บั้งไฟโก้แม้อายุ 22
ปีจะไม่ใช่รุ่นเก๋า แต่การชกมาแล้วกว่า 70 ไฟต์ทำให้เขารู้จักบริหารเรี่ยวแรงมากกว่า
การที่เกมนี้อยู่ในพิกัด 105 ปอนด์บนเวทีราชดำเนินที่มีกรรมการเข้มงวด
จึงมีโอกาสที่ไฟต์จะถูกตัดสินด้วยแต้มในยกท้ายมากกว่าจะจบด้วยการน็อก และ
โอกาสที่ไฟต์นี้จะจบด้วยการน็อกมีไม่สูงนัก

อาวุธเด็ดที่ต้องจับตาในไฟต์นี้

อาวุธที่จะเป็นตัวตัดสินเกมมีอยู่หลายอย่าง แต่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษมีดังนี้

  • สาดแข้งขวาของบั้งไฟโก้ที่ใช้เป็นทั้งเตะตัดล่างและเตะเจ็บตัว
    ตั้งเป้าทำลายขาหน้าของยอดเพชรโทตั้งแต่ยกแรก
  • การกอดคอตีเข่ากับแทงยัดไส้ในวงใน
    ซึ่งเป็นอาวุธทำแต้มระยะประชิดที่ยอดเพชรโทต้องระวังที่สุด
  • ศอกกลับของบั้งไฟโก้ในจังหวะที่ยอดเพชรโทบุกพลาดและต้องหมุนตัวกลับเพื่อหาจังหวะใหม่
  • หมัดแย็บกับหมัดฮุคซ้ายของยอดเพชรโทที่ใช้ไล่แขนเปิดทางก่อนเข้าประชิดตัว
  • การถีบทำลายจังหวะของฝ่ายแดงเพื่อกันไม่ให้มวยซ้ายสาวเท้าเข้ามาในระยะออกอาวุธ

ถ้ายอดเพชรโทปล่อยให้บั้งไฟโก้ออกอาวุธจากวงนอกได้ตลอดทั้งไฟต์
เกมนี้จะจบลงด้วยการโดนสาดแข้งเก็บแต้มไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าเขาบุกเข้าไปได้ในยกกลางและทำให้บั้งไฟโก้เสียการทรงตัว โอกาสพลิกเกมก็ยังเปิดอยู่
การดูว่ายอดเพชรโทจะโดนดักเตะในช่วงยกแรกอย่างไรจะบอกเราได้ว่าแผนการบุกของเขาจะสำเร็จหรือไม่

บทวิเคราะห์มวยและคำทำนายผลไฟต์รีแมตช์

จากการวิเคราะห์มวยของเรา ทีมงานมองว่าไฟต์นี้ยังเป็นไปตามแนวทางของไฟต์แรกสูงมาก
นั่นคือบั้งไฟโก้จะใช้ประสบการณ์และชั้นเชิงคุมเกมไว้ได้
ขณะที่ยอดเพชรโทอาจมีช่วงเวลาที่ทำแต้มได้บ้างจากการบุก แต่จะไม่มากพอที่จะพลิกสกอร์
เพราะบั้งไฟโก้รู้ทางมวยของยอดเพชรโทเป็นอย่างดีจากการเจอกันครั้งล่าสุด
และความเก๋าเกมบนเวทีราชดำเนินก็เป็นแต้มต่อที่สำคัญของฝั่งแดง

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างจะช่วยให้เห็นภาพความต่างของทั้งคู่ชัดขึ้น

ด้านที่วัด บั้งไฟโก้ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ ยอดเพชรโท บูมเด็กเซียน
อายุ 22 ปี 16 ปี
ส่วนสูง 165 เซนติเมตร ประมาณ 160 เซนติเมตร
สไตล์การชก มวยขวาครบเครื่อง มวยซ้ายจังหวะฝีมือ
ประสบการณ์ มากกว่า 70 ไฟต์ มากกว่า 60 ไฟต์
ฟอร์มล่าสุด ชนะ 4 เสมอ 1 ชนะ 1 แพ้ 1 (ข้อมูลเท่าที่พบ)
สถิติการพบกัน เอาชนะคะแนนได้ แพ้คะแนน
แนวโน้มเกม คุมจังหวะและเก็บแต้ม บุกแลกและลุ้นปลายยก

ตัวเลขของทั้งคู่บอกเราว่าบั้งไฟโก้เหนือกว่าในแทบทุกหมวดของประสบการณ์และความสม่ำเสมอ
ขณะที่ยอดเพชรโทได้เปรียบเรื่องความสดและพลังมวยบู๊ อย่างไรก็ตาม
บนเวทีที่แรงกดดันสูงและกฎกติกาเข้มงวดอย่างราชดำเนิน
ความเก๋าเกมมักเป็นตัวชี้ขาดมากกว่าความเร็วเพียงอย่างเดียว และด้วยเหตุนี้
บทวิเคราะห์ของเราจึงยังคงเลือกบั้งไฟโก้เป็นฝ่ายชนะ โดยคาดว่าเขาจะเอาชนะคะแนนได้อีกครั้ง
อาจจะด้วยสกอร์ที่ห่างกว่าไฟต์แรกเล็กน้อย
หรืออย่างแย่ที่สุดก็ชนะขาดในช่วงยกท้ายเมื่อยอดเพชรโทเริ่มมวยไหล

อีกมุมที่ต้องจับตาคืออารมณ์ของไฟต์ ถ้ายอดเพชรโทสามารถชนะยกแรกได้ด้วยการบุกที่หนักหน่วง
ราคาสดอาจไหลมาให้บั้งไฟโก้มีค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะที่นักเดิมพันบางคนเลือกแทงฝั่งต่อ
เพราะเชื่อว่าบั้งไฟโก้จะปรับเกมได้ในยกถัดไป
แต่นี่คือความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างมวยสดกับมวยเก๋าให้ดี
สำหรับใครที่ต้องการเทียบมุมมองกับคู่อื่นๆ ในรายการเดียวกัน
เรารวบรวมบทวิเคราะห์ของทุกคู่ไว้แล้วที่หน้า วิเคราะห์มวย
เพื่อให้เห็นภาพรวมของโปรแกรมมวยก่อนตัดสินใจวางเดิมพัน

ทีเด็ดและมุมวางเดิมพันสำหรับไฟต์รีแมตช์

ราคามวยของคู่นี้มีโอกาสเปิดมาในรูปแบบที่บั้งไฟโก้เป็นมวยต่อ
เพราะผลงานและสถิติการพบกันหนุนอยู่แล้ว
ขณะที่ยอดเพชรโทจะถูกมองเป็นมวยรองที่มีน้ำราคาให้น่าลอง
แต่การแทงมวยรองในไฟต์นี้ต้องคิดให้รอบคอบ
เพราะบั้งไฟโก้ไม่ใช่มวยประเภทที่จะเปิดเกมแลกแบบหมดเปลือก
เขาชอบคุมจังหวะและเล่นอย่างระมัดระวัง ยิ่งผ่านไปหลายยกเขาจะยิ่งนิ่งและเก็บแต้มได้ต่อเนื่อง
ซึ่งเป็นลักษณะของมวยต่อที่ดีในเวทีราชดำเนิน ยิ่งถ้าราคาออกมาไม่ห่างกันมาก
การเลือกข้างที่เก๋าเกมมักให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว

สำหรับมุมวางเดิมพัน เรียงตามความมั่นใจได้ดังนี้

  1. เลือกบั้งไฟโก้เป็นตัวหลักในการแทงคะแนน
    เพราะเขามีทางมวยและชั้นเชิงเหนือกว่าอย่างชัดเจน
  2. ถ้าราคาไหลมาให้มวยรองคุ้มค่า
    มองยอดเพชรโทเฉพาะช่วงยกสามถึงยกสี่ที่เขายังมีความสดเต็มร้อย
  3. หลีกเลี่ยงการแทงน็อก เนื่องจากเกมนี้น่าจะตัดสินด้วยคะแนนมากกว่าการปิดเกม
  4. สายแทงสดควรจับจังหวะที่บั้งไฟโก้เริ่มปล่อยอาวุธสาดแข้งเป็นชุด
    แล้วค่อยทุบฝั่งต่อในราคาที่ไหลมา

นอกจากนี้ควรเช็กผลชั่งน้ำหนักและราคาสดก่อนชก เพราะไฟต์นี้อยู่ในพิกัด 105 ปอนด์
ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ราคาจะกระโดดทันที
และเมื่อตัดสินใจได้แล้วก็สามารถเข้าไปเตรียมทีเด็ดได้ที่ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนเปิดบิลในค่ำคืนนี้

คู่มวยอื่นๆ ในศึกเพชรยินดี

Scroll to Top