โปรแกรมมวยวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่เวทีมวยเวิล์ด สยาม สเตเดี้ยม
เตรียมปิดท้ายต้นสัปดาห์ด้วยคู่ชกที่แฟนมวยย่านบางกะปิรอคอย ระหว่างขุนศึกเอิร์ธ ส.สมหมาย
จอมเข่าหน้าตึงจากจังหวัดตรัง กับทหารเอก ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์
มวยดุจากสระบุรีที่ยังเป็นปริศนาในวงการ ไฟต์นี้ถูกวางไว้ในช่วงหัวค่ำเวลา 18:00 น.
และถ่ายทอดสดทาง True4U ทำให้เป็นการวัดเส้นทางของนักมวยกลุ่มพลังใหม่บนเวทีมาตรฐาน
หากใครพลาดชมต้องเสียดาย
เพราะนี่คือเกมวัดใจระหว่างมวยเดินบดกับมวยที่ยังไม่มีใครเห็นฝีมือเต็มร้อย ทีมงาน มวยพักยก รวบรวมทุกมิติของคู่นี้ไว้แล้ว
ตั้งแต่อาวุธเด็ดไปจนถึงมุมเดิมพันที่ควรจับตา
โปรแกรมมวยวันจันทร์ที่เวทีตะวันนากับคู่ชกที่การันตีความมันส์
ศึกมวยไทยพันธมิตรเป็นรายการที่เปิดพื้นที่ให้ดาวรุ่งและนักมวยกลุ่มพลังใหม่ได้พิสูจน์ตัวเองบนเวทีมาตรฐานมาโดยตลอด
คืนวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 รายการจะจัดขึ้นที่เวทีมวยเวิล์ด สยาม สเตเดี้ยม (World
Siam Stadium) หรือที่แฟนมวยเรียกติดปากว่าเวทีตะวันนา ในพื้นที่ตลาดนัดตะวันนา
เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เริ่มชกเวลา 18:00 น. เป็นต้นไป โดย True4U และ
TrueVisions NOW ทำหน้าที่ถ่ายทอดสดให้แฟนมวยทางบ้านได้รับชมกันอย่างทั่วถึง
การจัดคู่ ขุนศึกเอิร์ธ พบ ทหารเอก ในรายการนี้ไม่ใช่แค่โปรแกรมมวยธรรมดา
หากแต่คือการกระทบกันระหว่างมวยบุกจากค่าย ส.สมหมาย กับมวยดุจากค่ายลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์
ซึ่งทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างผลงานให้โปรโมเตอร์และกรรมการจับตามอง
การที่รายการเลือกให้ทั้งคู่ชกในช่วงหัวค่ำของวันชก
สะท้อนว่าทางรายการเชื่อมั่นในความมันส์ของสไตล์การชกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในเรื่องพิกัดน้ำหนัก ทั้งคู่ต้องทำน้ำหนักตามที่รายการกำหนด โดยขุนศึกเอิร์ธเคยชกในพิกัด 119
ปอนด์มาแล้ว ขณะที่ทหารเอกยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าชกในพิกัดนี้บ่อยแค่ไหน
การชั่งน้ำหนักก่อนชกจึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่แฟนมวยต้องติดตาม
เพราะถ้าฝ่ายใดเสียสภาพร่างกายตอนลดน้ำหนัก เกมในยกท้ายจะเปลี่ยนไปทันที
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการวางแผนดูมวยทั้งรายการ
อย่าลืมเช็กโปรแกรมและเวลาชกของทุกคู่ก่อน เพราะคืนเดียวกันยังมีคู่ชกที่น่าสนใจอีกหลายคู่
เราขอแนะนำให้เข้าไปดูรายละเอียดที่ วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทยพันธมิตร
เพื่อไม่ให้พลาดทุกจังหวะสำคัญของค่ำคืนนี้
ขุนศึกเอิร์ธ
ส.สมหมาย จอมเข่าเดินไม่หยุดจากตรังที่แฟนมวยเรียกค่ายใจถึงพึ่งได้
ขุนศึกเอิร์ธ ส.สมหมาย คือนักมวยที่แฟนมวยรู้จักในฐานะมวยบู๊วัยหนุ่มจากจังหวัดตรัง
อยู่ภายใต้การดูแลของค่าย ส.สมหมาย ซึ่งมีโปรโมเตอร์ชื่อดังอย่างสมหมาย
สกุลเมตตาเป็นเจ้าของ ค่ายนี้มีสโลแกนติดปากว่า “ใจถึงพึ่งได้”
และชื่อนี้ก็สะท้อนสไตล์การชกของขุนศึกเอิร์ธได้เป็นอย่างดี
เพราะเขาไม่เคยยอมถอยแม้ต้องเจอกับแรงบีบจากคู่ต่อสู้หนักแค่ไหน
ก่อนจะมาใช้ชื่อขุนศึกเอิร์ธ ส.สมหมาย ในปัจจุบัน เขาเคยชกในนาม อ.ขวัญเมือง, เวียร์
เอ็นนี้มวยไทย, วิเศษเล็ก ศ.อรรถชัย และ ป.ปัญญวัฒน์ มาก่อน
ซึ่งการเปลี่ยนสังกัดหลายครั้งไม่ได้ทำให้สไตล์การชกเปลี่ยนไป
เขายังคงเป็นจอมเข่าที่เดินหน้าหาคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
และความขยันนี้เองที่ทำให้เขากลายเป็นมวยที่น่ากลัวสำหรับคู่ต่อสู้ทุกคน
ฟอร์ม 12
ชนะรวดกับบทเรียนจากการพลิกเกมชนะขจรศักดิ์ สีโอปอล
สถิติการชกของขุนศึกเอิร์ธที่ปรากฏในวงการคือชนะ 12 ไฟต์รวด
ยังไม่มีใครทำให้เขาพ่ายแพ้ได้ และทุกไฟต์ที่ผ่านมาล้วนมาจากความขยันในการเดินเกม
ไฟต์ล่าสุดที่มีบันทึกชัดเจนคือการชนะคะแนนขจรศักดิ์ สีโอปอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567
ซึ่งเป็นไฟต์ที่เขาถูกมองว่าเป็นรองในช่วงต้น
แต่กลับเร่งเครื่องอัดแข้งแทงเข่าจนคู่ต่อสู้หมดแรงในยกสุดท้าย
การพลิกกลับมาชนะในยก 5
ของไฟต์นั้นคือหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงพละกำลังและหัวใจนักสู้ที่เหนือระดับ
นักมวยส่วนใหญ่เมื่อเสียจังหวะในยกแรก ๆ มักจะหาทางถอยหรือตั้งการ์ดรับ
แต่ขุนศึกเอิร์ธเลือกที่จะเพิ่มความกดดันและบดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยการเดินติดไม่เว้นจังหวะ
นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้เขากลายเป็นมวยที่น่ากลัวในช่วงท้ายเกม และเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่า
หากเกมนี้ลากยาวถึงยก 4-5 เขาจะได้เปรียบอย่างชัดเจนเพราะคู่ต่อสู้จะเริ่มยืนระยะไม่อยู่
จุดเด่นในวงใน
เข่าตรง แข้งขวา และการไล่แขนที่คุมเกมได้ทุกจังหวะ
อาวุธที่ทำให้ขุนศึกเอิร์ธแตกต่างจากมวยเดินบดทั่วไปคือเกมในวงในที่เหนียวแน่น
เขามีเข่าตรงและเข่าโค้งที่ใช้ได้ทั้งตอนจับคอและตอนกดทับ
ประกอบกับการไล่แขนที่แม่นยำทำให้คู่ต่อสู้หักเหลี่ยมหนีลำบาก
ยิ่งเมื่อจับวงในได้เขาจะตีเข่าเป็นชุดจนกว่ากรรมการผู้ห้ามจะแยก
หรือไม่ก็ผลักคู่ต่อสู้ให้เสียหลักแล้วตามด้วยแข้งขวา
รูปร่างที่สูงยาวของเขายิ่งเพิ่มความได้เปรียบในเรื่องระยะเอื้อม
แข้งขวาและหมัดขวาที่ใช้เปิดทางก่อนเข้าปล้ำนั้นยาวกว่าคู่ต่อสู้ในรุ่นเดียวกัน
ทำให้การดักเตะของฝั่งตรงข้ามต้องเสี่ยงกับการโดนเตะตัดล่างสวนกลับมา
การที่เขาสลับอาวุธไกลและอาวุธใกล้ได้ในจังหวะเดียว
คือสิ่งที่ทำให้การ์ดของคู่ต่อสู้เสียสมดุลตลอดทั้งยก และถ้าคู่ต่อสู้เลือกยืนระยะไกลเกินไป
เขาก็จะใช้เตะก้านคอตามราวีได้ทันที
ทหารเอก
ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ มวยดุจากสระบุรีที่การันตีด้วยสายค่ายนักสู้
ฝั่งน้ำเงิน ทหารเอก ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ คือนักมวยที่ข้อมูลในวงการยังมีไม่มาก
แต่ชื่อของค่ายลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี พูดได้เต็มปากว่าเป็นแหล่งปั้นนักมวยสายดุ
หัวหน้าค่ายอย่างคมเพชร ลูกพระบาท ขึ้นชื่อเรื่องการสอนลูก ๆ ให้ชกหนัก เดินหน้า
และไม่กลัวการแลก การที่ค่ายนี้ส่งทหารเอกมาชกในรายการศึกมวยไทยพันธมิตร
ย่อมหมายความว่าเขาคืออีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการปั้นมาอย่างดี
มวยปริศนาที่ไฟต์นี้อาจพลิกความคาดหมายของเซียนมวยทั้งเวที
สิ่งที่ทำให้ทหารเอกเป็นรองในสายตาแฟนมวยไม่ใช่ฝีมือ แต่คือความไม่ชัดเจนของข้อมูลสถิติ
เพราะไม่มีบันทึกฟอร์มล่าสุดหรือสถิติการเจอกันกับคู่ชกระดับเดียวกันให้เทียบเคียง
การที่ค่ายลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ส่งเขามาเจอกับมวย 12 ชนะรวดในรายการมาตรฐาน
ย่อมหมายความว่าทางค่ายมองเห็นศักยภาพบางอย่างที่คนภายนอกยังไม่เห็น
ในมุมของยุทธวิธี การเป็นมวยปริศนาก็คือข้อได้เปรียบเช่นกัน
เพราะขุนศึกเอิร์ธและมุมเสี่ยของค่าย ส.สมหมาย
ไม่สามารถเปิดเทปการชกของทหารเอกเพื่อวางแผนรับมือได้
หากทหารเอกมีอาวุธเด็ดอย่างหมัดหนักหรือศอกที่ซ่อนไว้
เกมยกแรกอาจเป็นยกที่ทั้งคู่ต้องวัดใจกันมากกว่าการเดินหน้าสู้ตามสไตล์ที่คาดหวัง
และนี่คือเหตุผลที่ราคามวยของคู่นี้ยังไม่นิ่งจนถึงช่วงใกล้ชก
ย้อนกลับไปดูแนวทางของค่ายลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ที่เคยส่งนักมวยขึ้นชกในรายการใหญ่ทั้งศึกช้างมวยไทย
และเกียรติเพชร จะเห็นว่านักมวยจากค่ายนี้ส่วนใหญ่มีพื้นฐานการชกที่ดุดันและแข็งแกร่ง
ทหารเอกจึงไม่ใช่นักมวยที่มาออกรายการเพื่อเก็บประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เขามาเพื่อชนะ
และถ้าเขาทำได้ ไฟต์นี้จะกลายเป็นใบเบิกทางครั้งสำคัญของชีวิตการชก
เมื่อวงในของขุนศึกเอิร์ธต้องเจอกับดักเตะของทหารเอกคือจุดตัดสินของเกม
เมื่อมองภาพรวมของคู่นี้ จุดตัดสินไม่ได้อยู่ที่ใครหมัดหนักกว่า
แต่อยู่ที่ใครจะควบคุมระยะกลางและวงในได้ดีกว่า ขุนศึกเอิร์ธต้องการประชิดตัวเพื่อใช้เข่า
ขณะที่ทหารเอกจำเป็นต้องรักษาระยะด้วยการถีบและเตะสกัดให้ได้ก่อนที่ขุนศึกเอิร์ธจะจับกอด
เราสรุปภาพรวมของทั้งคู่ไว้ในตารางด้านล่าง
เพื่อให้เห็นความต่างของคุณสมบัติและอาวุธอย่างชัดเจน
เปรียบเทียบสถิติ ฟอร์ม
และอาวุธเด่นของทั้งคู่ก่อนชก
การเทียบข้อมูลบนกระดาษของทั้งคู่ชี้ให้เห็นว่าขุนศึกเอิร์ธได้เปรียบในเรื่องประสบการณ์และฟอร์มการชกที่ต่อเนื่อง
ขณะที่ทหารเอกได้เปรียบในเรื่องความสดและความไม่แน่นอนที่คู่ต่อสู้คาดเดาไม่ได้ ตัวเลขสถิติชนะ
12
ไฟต์รวดของขุนศึกเอิร์ธคือเครื่องยืนยันว่าการเดินเกมของเขามีประสิทธิภาพมากพอที่จะเอาชนะนักมวยหลากสไตล์มาแล้ว
ส่วนทหารเอกที่ยังไม่มีสถิติเปิดเผยนั้น
ต้องถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงของฝ่ายรองที่อาจพลิกเป็นเพชรได้ทุกเมื่อ
| ด้านที่วัด | ขุนศึกเอิร์ธ ส.สมหมาย | ทหารเอก ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ |
|---|---|---|
| สถิติชนะ-แพ้ | 12 ชนะ 0 แพ้ | ไม่ปรากฏข้อมูล |
| ไฟต์ล่าสุด | ชนะคะแนน ขจรศักดิ์ สีโอปอล | ไม่ปรากฏข้อมูล |
| ภูมิลำเนา, ค่าย | ตรัง, ส.สมหมาย | สระบุรี, ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ |
| สไตล์การชก | มวยบู๊ เดินบด เกมวงใน | มวยดุตามสายค่าย ยังไม่เปิดเผยเต็มรูปแบบ |
| อาวุธเด่น | เข่าตรง เข่าโค้ง แข้งขวา | รอพิสูจน์ในเวที |
| จุดแข็ง | พละกำลังสูง เกมปลายดี | ความลึกลับและความสด |
| ความเสี่ยง | โดนดักเตะเปิดช่องว่าง | ข้อมูลน้อยอาจรับมือวงในไม่ทัน |
จากตารางจะเห็นว่าขุนศึกเอิร์ธได้เปรียบในแทบทุกมิติที่มีการบันทึกไว้
แต่การชกมวยไม่ได้ตัดสินกันที่สถิติบนกระดาษ
ความลึกลับของทหารเอกคือตัวแปรที่ทำให้ราคามวยไม่สามารถฟันธงได้ง่าย ๆ
เซียนมวยหลายคนจึงเลือกที่จะรอดูจังหวะการออกอาวุธในยกแรกก่อนตัดสินใจลงเงิน และนี่คือไฟต์ที่
มวยพลิก เกิดขึ้นได้เสมอถ้าฝ่ายรองมีของดีพอ
เงื่อนไขพลิกเกม
เมื่อการดักเตะต้องชนะการรวบตีเข่าให้ได้
ถ้าทหารเอกจะสร้างเซอร์ไพรส์
หนทางเดียวคือการดักเตะสกัดการเดินของขุนศึกเอิร์ธให้ได้ตั้งแต่ยกแรก
เขาต้องใช้เตะตัดล่างและถีบสลับกันเพื่อไม่ให้ขุนศึกเอิร์ธตั้งหลักได้
เมื่อจังหวะเริ่มช้าลงค่อยสอดหมัดตรงตามระยะ
แต่วิธีนี้ต้องแลกกับความเสี่ยงที่จะถูกขุนศึกเอิร์ธอาศัยจังหวะเตะเข้ามารวบขาแล้วตีเข่าสวนกลับ
ซึ่งเป็นจุดที่เขาถนัดที่สุด
ในทางกลับกัน ถ้าขุนศึกเอิร์ธฝ่าเตะเข้ามาถึงวงในได้เมื่อไหร่
โอกาสที่ทหารเอกจะยืนระยะครบ 5 ยกก็จะลดลงเรื่อย ๆ
เพราะการรับเข่าชุดในวงในต้องใช้พลังงานมหาศาล และเมื่อหมดแรง
การเดินบดของฝั่งแดงจะยิ่งหนักขึ้นเป็นเท่าตัว
เกมนี้จึงเป็นปริศนาที่รอคำตอบจากจังหวะแรกที่ทั้งคู่ได้ลองเชิงกัน
อีกมุมที่หลายคนอาจมองข้ามคือเกมจิตวิทยา
ขุนศึกเอิร์ธเป็นมวยที่ชอบเดินเบียดกดดันให้คู่ต่อสู้ถอยร่นจนมุม
ซึ่งสร้างความอึดอัดได้มากกว่าอาวุธเสียอีก
ถ้าทหารเอกปล่อยให้ตัวเองถูกเบียดเข้าเวทีจนมุมบ่อยครั้ง
กรรมการอาจให้คะแนนความกล้าหาญและการครองเกมกับฝั่งแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นทหารเอกต้องหาทางสลับมุมและใช้จังหวะสองสวนกลับเพื่อไม่ให้เสียพื้นที่ในเวทีมากเกินไป
สำหรับใครที่อยากอ่านข้อมูลและมุมมองของคู่อื่นในรายการเดียวกัน
หรือต้องการเทียบมุมมองกับทีเด็ดของเรา ทีมงานได้รวบรวมไว้อย่างละเอียดที่ วิเคราะห์มวย
ซึ่งปรับปรุงทุกโปรแกรมมวยก่อนวันชกจริง เพื่อให้แฟนมวยมีข้อมูลครบก่อนวางเดิมพัน
สถิติการเจอกันครั้งแรกและโจทย์ที่ทหารเอกต้องแก้ในยกเปิด

ย้อนดูบันทึกการเจอกันของทั้งคู่ ไม่พบข้อมูลว่าขุนศึกเอิร์ธและทหารเอกเคยขึ้นเวทีพบกันมาก่อน
ไฟต์นี้จึงเป็นการเจอกันครั้งแรกซึ่งทำให้การอ่านเกมในยกแรกเป็นเรื่องยากสำหรับทั้งสองฝ่าย
โดยเฉพาะทีมงานมุมแดงที่ไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับอาวุธอะไรจากทหารเอกบ้าง
ทว่าจากสไตล์การชกที่ปรากฏ เราพอจะสรุปอาวุธและจังหวะที่ต้องจับตาได้ดังนี้
- การดักเตะของทหารเอก ถ้าทำได้สำเร็จในยกแรก
เกมจะเปลี่ยนเป็นมวยวัดฝีมือที่ขุนศึกเอิร์ธต้องเร่งเครื่องหนักขึ้น - การเข้าถึงวงในของขุนศึกเอิร์ธ
หากฝ่าเตะมาได้และรวบตีเข่าได้ตามสไตล์ โอกาสที่ทหารเอกจะเอาคืนแทบไม่มี - ความสดของทหารเอก ในช่วงยก 1-2 ยังไม่มีการเปิดซิงไฟต์ใหญ่
เกมของเขาอาจดุเดือดเป็นพิเศษก่อนที่จะหมดแรงในยกท้าย - เกมปลายของขุนศึกเอิร์ธ เคยพิสูจน์มาแล้วว่ายก 4-5
คือช่วงเวลาที่เขาทำคะแนนได้ชัดเจนที่สุด
สี่จุดข้างต้นคือหัวใจของไฟต์นี้ ถ้าทหารเอกปล่อยให้ขุนศึกเอิร์ธตั้งเกมเดินบดได้ตั้งแต่ยกแรก
ความอดทนในยกท้ายจะถูกทดสอบอย่างหนัก แต่ถ้าเขาดักเตะได้และสวนหมัดได้ทันจังหวะ
ก็มีโอกาสที่ไฟต์นี้จะพลิกเป็นมวยพลิกของคืนนี้ให้แฟนมวยได้เห็น
การ์ดของทหารเอกต้องนิ่งพอที่จะไม่เปิดช่องให้ขุนศึกเอิร์ธสอดเข่าเข้ามาในจังหวะที่ตัวเองเพิ่งออกอาวุธ
อีกมุมที่ต้องจับตาคือการชั่งน้ำหนักก่อนชก
ถ้าทหารเอกสามารถทำน้ำหนักได้ตามพิกัดโดยไม่เสียสภาพร่างกาย
ความได้เปรียบเรื่องความสดจะยิ่งชัดเจนขึ้น ขณะที่ขุนศึกเอิร์ธซึ่งเคยชกในพิกัด 119 ปอนด์มาแล้ว
ดูจะคุ้นเคยกับน้ำหนักในรุ่นนี้มากกว่า แต่การชกจริงยังมีตัวแปรอีกมากที่ต้องวัดกันบนเวที
และถ้าทหารเอกโชว์ฟอร์มได้ดีในยกแรก
ราคามวยรองอาจเริ่มได้รับความสนใจจากเซียนมวยที่มองหามุมพลิก
ทีเด็ดมวย
ราคามวย และมุมเดิมพันในไฟต์ขุนศึกเอิร์ธ vs ทหารเอก
ในแง่ของราคามวย
ไฟต์นี้ถูกมองว่าขุนศึกเอิร์ธเป็นมวยต่อจากฟอร์มที่เหนือชั้นและประสบการณ์บนเวทีใหญ่ที่มากพอ
ขณะที่ทหารเอกตกเป็นมวยรองเพราะข้อมูลในวงการยังน้อย
แต่การที่ราคายังไม่มีการเคลื่อนไหวชัดเจนจนถึงช่วงใกล้ชก
บอกเราว่าเซียนมวยจำนวนไม่น้อยกำลังรอดูการชั่งน้ำหนักและฟอร์มการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนตัดสินใจ
การเล่นฝั่งรองในไฟต์แบบนี้ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องน้ำ
เพราะถ้าขุนศึกเอิร์ธทำน้ำหนักได้ตามพิกัดและซ้อมดี
ราคาอาจไหลขึ้นจนทำให้ผู้ที่รอเล่นรองไม่ได้ค่าการเดิมพันที่คุ้มค่า
สำหรับคนที่ชอบแทงสด เกมนี้แนะนำให้รอดูจังหวะยกแรกก่อน
เพราะถ้าทหารเอกยังยืนระยะได้และดักเตะได้เรื่อย ๆ
ราคามวยรองจะเริ่มไหลลงหรือมีน้ำที่จูงใจมากขึ้น แต่ถ้าขุนศึกเอิร์ธเข้าถึงวงในได้เร็ว
ราคาของมวยต่อก็จะไหลขึ้นตามกระแส เกมอาจจบก่อนครบยกด้วยซ้ำ
การเลือกแทงให้ถูกจังหวะสำคัญกว่ารีบวางเงินตอนเปิดตลาด และสำหรับใครที่ชอบแทงยก
การรอจังหวะที่ขุนศึกเอิร์ธเริ่มเร่งเครื่องในยก 4 คือช่วงที่หลายคนมองว่ามีค่าการเดิมพันที่สุด
ทีเด็ดของเราในไฟต์นี้เรียงตามความมั่นใจได้ดังนี้
เริ่มจากมุมที่เรามองว่าชัวร์ที่สุดไปจนถึงมุมที่ต้องอาศัยจังหวะการชกจริง
ใครที่ชอบความเสี่ยงต่ำควรโฟกัสข้อแรก
ส่วนใครที่มองหาค่าการเดิมพันที่สูงกว่าอาจเลื่อนไปข้อสองหรือข้อสาม
- ขุนศึกเอิร์ธชนะคะแนน
คือทีเด็ดหลักของเราจากเกมปลายที่แข็งแกร่งและพละกำลังที่เหนือกว่า
ต่อให้เสียยกแรกไปก็ยังมีโอกาสพลิกกลับมาเก็บแต้มได้ในยกท้าย - แทงยก 4-5 ให้ขุนศึกเอิร์ธ
เพราะเป็นช่วงที่เขามักเร่งเครื่องและทำแต้มขาดจากคู่ต่อสู้ที่เริ่มยืนระยะไม่อยู่ - แทงโอเวอร์ 4 ยก สำหรับคนที่มองว่าเกมจะลากยาว
เพราะทหารเอกน่าจะตั้งรับได้ในยกแรก ๆ กว่าจะถูกบดจนแพ้ต้องใช้เวลา
อย่าลืมว่าการเดิมพันทุกครั้งต้องใช้สติและตั้งงบประมาณไว้ให้ชัดเจน
สำหรับใครที่ยังไม่มีบัญชีและต้องการร่วมสนุกกับไฟต์นี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนราคาจะปิด
และอย่าลืมติดตามการวิเคราะห์มวยของเราทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้พลาดทีเด็ดมวยคุณภาพ