กว่า 100 ไฟต์บนสังเวียนในวัยเพียง 19 ปีคือตัวเลขแรกที่ทำให้ทุกสายตาจ้องมองไฟต์นี้
เดชอนันต์ ว.เวียงสระ นักมวยจากอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะก้าวขึ้นเวทีเวิล์ด สยาม
สเตเดี้ยม ท่ามกลางบรรยากาศตลาดตะวันนา บางกะปิ ในคืนวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569
เพื่อพบกับ ปฏักทองคำ ซินบีมวยไทย ดาวรุ่งจากค่ายซินบีมวยไทย จังหวัดภูเก็ต ที่มีสถิติชนะในระบบ
11 ไฟต์จาก 17 ไฟต์ที่ปรากฏ สำหรับแฟนมวยที่ต้องการมุมมองครบเครื่องทั้งฟอร์ม ราคามวย
และจังหวะแทง มวยพักยก
ได้รวบรวมไว้ในบทวิเคราะห์นี้แล้ว
คำถามที่ทุกคนอยากได้คำตอบคือประสบการณ์ที่โชกโชนจะเอาชนะความสดและระเบียบวินัยของค่ายภูเก็ตได้จริงหรือไม่
ตัวเลขวันชกและพิกัดที่ทำให้ไฟต์นี้ต้องดูให้ครบทุกยก
ศึกมวยไทยพันธมิตรในคืนวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 จะเริ่มต้นที่เวทีมวยเวิล์ด สยาม
สเตเดี้ยม ภายในตลาดตะวันนา บางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลาประมาณ 18:00 น.
เป็นต้นไป ถ่ายทอดสดทาง True4U และ TrueVisions NOW
ซึ่งแฟนมวยที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถตามดูได้แบบเรียลไทม์
จุดที่หลายคนให้ความสนใจไม่แพ้โปรแกรมการชกคือพิกัดของคู่นี้ เพราะเดชอนันต์ ว.เวียงสระ
ชกประจำในพิกัดประมาณ 119 ปอนด์ ขณะที่ปฏักทองคำ ซินบีมวยไทย มักชกในพิกัด 105–107
ปอนด์ ซึ่งเป็นส่วนต่างที่อาจส่งผลต่อความหนักของอาวุธและความคล่องตัวในเวที
หากไฟต์นี้ถูกจัดในพิกัดที่เดชอนันต์ไม่ต้องลดน้ำหนักมาก
ความได้เปรียบทางกายภาพจะตกไปอยู่ที่ฝั่งแดงอย่างชัดเจน
เขาจะได้เปรียบทั้งช่วงขาที่ยาวกว่าและแรงบดในวงใน
แต่ถ้าต้องลดน้ำหนักมาเจอกันในพิกัดที่ต่ำลงจนตัวบาง
อาการออกและความอึดก็อาจเป็นปัญหาในยกท้าย
นี่คือเหตุผลที่เซียนมวยหลายคนยังไม่กล้าทิ้งฝั่งใดฝั่งหนึ่งก่อนเห็นน้ำหนักทางการ
และเป็นที่มาของประเด็นราคามวยที่อาจมีการปรับเปลี่ยนจนถึงคิวชก
คำแนะนำของเราคือให้รอเช็กพิกัดและราคาเปิดในช่วงบ่ายก่อนตัดสินใจแทงข้าง
เดชอนันต์
ว.เวียงสระ จอมเข่าเหลี่ยมจัดวัย 19 ที่ความเก๋ามีค่าเหนืออายุ
เดชอนันต์ ว.เวียงสระ ไม่ใช่นักมวยดาวรุ่งธรรมดา เพราะเขาคือน้องชายของก้องชัยวัฒน์
ป.ชัยวัฒน์ และเติบโตมากับกีฬามวยตั้งแต่วัยเด็กที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จนถูกขนานนามว่าเป็นมวยจังหวะฝีมือครบเครื่องที่ผสมมวยเข่าได้ลงตัว การผ่านเวทีระดับโลกอย่าง
ONE ลุมพินี
ทำให้เขารู้วิธีรองรับความกดดันและปรับเกมตามสถานการณ์ได้ดีกว่านักมวยวัยเดียวกันหลายคน
เส้นทางที่ผ่านมามากกว่า 100 ไฟต์คือเกราะป้องกันที่ทำให้เขายังไม่ตื่นเวที
แม้คู่ชกคืนนี้จะมีความสดและระบบที่ดีกว่า
ฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดของเดชอนันต์มีทั้งของดีและระเบิดเวลา
ผลงาน 5 ไฟต์ล่าสุดของเดชอนันต์บอกเล่าเรื่องราวได้น่าสนใจ
ความเก๋ายังคงอยู่แต่ความสม่ำเสมอเริ่มสั่นคลอน
โดยเฉพาะการแพ้น็อกและเสมอที่แทรกเข้ามาในระหว่างทาง
ไล่เรียงจากไฟต์ล่าสุดย้อนหลังได้ดังนี้
- 16 พฤษภาคม 2569 แพ้คะแนน ฉลามดำ โหน่งบางทราย
เป็นเกมที่โดนคุมระยะและเสียจังหวะให้คู่ชกที่บุกหนักกว่า - 21 มีนาคม 2569 เสมอ แสนเชิง ศิษย์ อ.ปราโมทย์
ไฟต์ที่ออกอาวุธได้เยอะแต่ไม่เด็ดพอจะเก็บชัย - 24 ธันวาคม 2568 ชนะคะแนน ฉลามชล โหน่งบางทราย
กลับมาคืนฟอร์มด้วยการเดินเกมเข่าและปิดงานด้วยศอก - 6 ตุลาคม 2568 ชนะน็อก ลูฟี่ ตองพัทลุง
โชว์ความอันตรายของลูกหนักที่สามารถจบเกมได้ในจังหวะเดียว - 9 สิงหาคม 2568 แพ้น็อก กล้าณรงค์ พันธ์พินิจ
จุดดำที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามเรื่องความทนทานต่ออาวุธหนัก
จากสถิติเหล่านี้จะเห็นว่าเดชอนันต์ยังเป็นมวยต่อที่น่ากลัวในช่วง 3 ยกแรก
แต่เมื่อเกมยืดยาวเขากลับมีสถิติที่เอนไปทางแพ้หรือเสมอมากขึ้น
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าการเล่นรอบหรือการเดิมพันสดในยกท้ายอาจให้มุมมองที่แตกต่างจากการแทงตั้งแต่ราคาเปิด
และถ้าจะเล่นฝั่งแดงก็ควรเล่นแค่ในช่วงกลางเกมเท่านั้น
จุดเปราะบางที่ปฏักทองคำต้องล่อไปเล่นเมื่อเข้าสู่ระยะประชิด
ประวัติการแพ้น็อกของเดชอนันต์ไม่ใช่เรื่องที่ปิดบังได้
เขาโดนอาวุธหนักทำลายเกมมาแล้วหลายครั้ง
และบางไฟต์จบลงก่อนครบยกเมื่อต้องแลกกับมวยที่มีพลังทำลายล้างสูง
สิ่งนี้ทำให้พ่อมวยหลายคนมองว่าความกล้าบุกของเขากลายเป็นดาบสองคม
เพราะถ้าเปิดเกมแลกเร็วเกินไป ความเสี่ยงที่จะโดนสับหรือโดนหมัดน็อกก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในทางกลับกัน ปฏักทองคำไม่ใช่มวยเดินที่โถมเข้าใส่แบบบ้าระห่ำ
แต่เขามีลูกล็อกรัดและการไล่แขนที่สามารถบังคับให้เดชอนันต์เข้าสู่เกมวงในซึ่งทั้งคู่ถนัด
หากเดชอนันต์พลาดจังหวะในการสอดเข่าและถูกปฏักทองคำรัดคอตีเข่าก่อน
ความสดของฝั่งน้ำเงินจะเริ่มกัดกินความแข็งแรงของฝั่งแดงไปเรื่อยๆ
นี่คือจุดที่ทำให้ราคามวยของไฟต์นี้ไม่ควรถูกมองข้ามในมุมของมวยรอง
ปฏักทองคำ
ซินบีมวยไทย ตัวแทนค่ายภูเก็ตที่ความสดคืออาวุธลับ
ซินบีมวยไทยคือค่ายมวยชื่อดังจากจังหวัดภูเก็ตที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบการฝึกซ้อมแบบมืออาชีพและระเบียบวินัยขั้นสูง
ปฏักทองคำคือผลผลิตของระบบนี้ เขาเป็นนักมวยฝีมือครบเครื่องที่ไม่ได้พึ่งพาอาวุธเดียว
แต่ใช้การควบคุมเกมและความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นเครื่องมือหลัก
แม้ตัวเลขในระบบจะระบุว่าเขาชกมาไม่ต่ำกว่า 35 ครั้ง แต่สถิติที่ปรากฏชัดเจนคือชนะ 11 แพ้ 5
เสมอ 1 จาก 17 ไฟต์ในระบบ
ซึ่งอัตราการชนะที่สูงและความสม่ำเสมอบอกว่าเขาไม่ใช่นักมวยที่มาวัดดวง
สิ่งที่ทำให้ปฏักทองคำน่ากลัวคือ “ปลายมีฮึด”
นักมวยจากค่ายซินบีมักถูกฝึกให้เร่งเครื่องในยกท้ายได้โดยไม่เสียทรง
เขาจึงเป็นมวยที่อันตรายที่สุดเมื่อเกมเข้าสู่ยก 4 และยก 5
ซึ่งเป็นช่วงที่เดชอนันต์เริ่มมีอาการออกและความเร็วลดลง ยิ่งถ้าคะแนนยังสูสี
กรรมการให้คะแนนมักจะให้เครดิตกับฝั่งที่ยังเดินเกมได้มากกว่าในยกท้าย
ล็อกรัดและเข่ากระทุ้งคือเกียร์ที่ปฏักทองคำใช้ทำลายเกมวงใน
อาวุธที่ปฏักทองคำใช้บ่อยที่สุดคือการเข้าล็อกรัดคอแล้วตีเข่ากระทุ้งสั้นๆ เข้าลำตัว
เขาไม่ใช่จอมเข่าที่แทงเข่าลอยหวือหวา แต่เลือกใช้เข่าสั้นในจังหวะที่คู่ต่อสู้เสียการทรงตัว
ซึ่งได้ผลดีกับมวยที่ชอบเบียดเข้าหา
การใช้ไหล่กระแทกและการหักเหลี่ยมทำให้คู่ต่อสู้ต้องเสียพลังงานในการตั้งหลักทุกครั้ง
เซียนมวยที่เคยดูฟอร์มของเขาจะสังเกตเห็นว่าแม้เกมจะไม่เร้าใจแต่เขาค่อยๆ
สะสมคะแนนและทำลายร่างกายคู่ชกไปทีละน้อย
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ควรพูดถึงคือการถีบทำลายจังหวะและการดักชก
เขาใช้เท้าถีบเพื่อกันไม่ให้เดชอนันต์เข้าช่วงขา และเมื่อเดชอนันต์ต้องหยุดชะงัก
ปฏักทองคำจะอาศัยจังหวะนั้นสอดเข่าเข้าที่ลิ้นปี่หรือชายโครง
เกมแบบนี้เหมาะกับมวยที่มีปอดใหญ่และใจสู้ ซึ่งปฏักทองคำมีครบทั้งสองอย่าง
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือเขาขาดหมัดน็อกหรืออาวุธหนักที่สามารถปิดเกมได้ทันที
ทำให้คู่ชกที่เก๋าอย่างเดชอนันต์มีโอกาสลากเกมไปถึงยกตัดสินเสมอ
พลังน็อกต่ำแต่ปลายมีฮึดคือคำตอบของปฏักทองคำเมื่อเกมยืดไปยกท้าย
อัตราการชนะน็อกของปฏักทองคำอยู่ที่ประมาณ 9% ซึ่งต่ำมากสำหรับนักมวยอาชีพ
แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าเขาอ่อนแอ
เพราะการชนะคะแนนต้องอาศัยความแม่นยำและความสม่ำเสมอมากกว่าการออกอาวุธชุดเดียวจบ
ยิ่งเกมยาวนานเท่าไร ยิ่งเข้าทางปฏักทองคำเท่านั้น
เพราะร่างกายของเขาถูกฝึกมาให้รองรับการชกครบ 5 ยกได้อย่างเต็มที่
ถ้าเทียบกับเดชอนันต์ที่ต้องแบกน้ำหนักประมาณ 119 ปอนด์มาชกในพิกัดที่อาจต่ำกว่า
ปฏักทองคำซึ่งชินกับพิกัด 105–107
ปอนด์จะได้เปรียบเรื่องความคล่องตัวและการคืนสภาพระหว่างยก สมมติว่าเกมเข้าสู่ยก 4
ด้วยคะแนนที่สูสี
ความสดของปฏักทองคำจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาสามารถเร่งสปีดและแซงนำได้
นี่คือเหตุผลที่ ช่วงยก 4 ถึงยก 5 คือช่วงเวลาที่เรามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของไฟต์นี้
เปรียบเทียบสถิติเดชอนันต์กับปฏักทองคำก่อนเปิดบิลในคืนจันทร์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
เราจะเทียบข้อมูลพื้นฐานของนักมวยทั้งสองฝั่งโดยใช้สถิติและสไตล์การชกที่มีปรากฏอยู่จริง
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ชี้ขาดว่าใครจะชนะ
แต่ช่วยให้ต่อยอดไปสู่การวิเคราะห์แทคติกและการเล่นราคาได้อย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะเรื่องพิกัดและฟอร์มล่าสุดที่แตกต่างกันมากพอจะทำให้ราคามวยขยับได้ตลอดทั้งสัปดาห์
| ประเด็นที่เทียบ | เดชอนันต์ ว.เวียงสระ | ปฏักทองคำ ซินบีมวยไทย |
|---|---|---|
| อายุ | 19 ปี | ยังไม่เปิดเผย |
| ส่วนสูง / ระยะเอื้อม | 170 ซม. / 170 ซม. | ยังไม่เปิดเผย |
| พิกัดที่ชกประจำ | ประมาณ 119 ปอนด์ | 105–107 ปอนด์ |
| สไตล์การชก | มวยเข่า ผสมมวยฝีมือครบเครื่อง | มวยฝีมือครบเครื่อง วงในล็อกรัด |
| จุดเด่น | ฟันศอก แทงเข่า ดักสาดแข้ง | ล็อกรัด เข่ากระทุ้ง การไล่แขน |
| จุดที่ต้องระวัง | ประวัติแพ้น็อกหลายครั้ง | อัตราชนะน็อกเพียง 9% |
| ฟอร์มล่าสุดที่ปรากฏ | แพ้ เสมอ ชนะ ชนะ แพ้น็อก | ชนะคะแนน / ชนะน็อก (ข้อมูลบางส่วน) |
| คุณสมบัติเด่น | เก๋า อ่านเกมได้ วางเหลี่ยมหลากหลาย | ฟิต อึด ปลายมีฮึด ชกตามแผน |
สถิติการพบกันของทั้งคู่ยังไม่มีบันทึกว่าเคยเจอกันมาก่อน
ไฟต์นี้จึงเป็นการเจอกันครั้งแรกและไม่มีตัวเลขสถิติการพบกันมาเป็นฐานให้เทียบ
แต่เมื่อมองจากโปรไฟล์จะเห็นว่าเดชอนันต์ได้เปรียบที่รูปร่างและประสบการณ์
ขณะที่ปฏักทองคำได้เปรียบที่ความสดและระบบการซ้อม หากจะแทงข้างแบบไม่ต้องคิดมาก
การเลือกฝั่งที่มีความสม่ำเสมอสูงกว่าอาจปลอดภัยกว่า แต่ถ้าชอบความคุ้มค่าจากราคา
มุมของมวยรองก็ไม่ควรทิ้งเช่นกัน
ราคามวยกับมุมมองเซียนที่ต้องระวังทั้งหน้าเสื่อและราคาไหล

เมื่อพูดถึงคู่มวยที่มีประสบการณ์ต่างกันมาก
ราคามวยมักถูกตั้งให้ฝั่งที่เก๋ากว่าเป็นมวยต่อโดยอัตโนมัติ
เดชอนันต์มีชื่อเสียงและประวัติการชกที่ยาวนานกว่า
ซึ่งอาจทำให้ราคาเปิดออกมาในลักษณะของน้ำดำหรือต่อ 5/4
ขณะที่ปฏักทองคำซึ่งเป็นมวยรองอาจได้น้ำแดงที่น่าลอง
แต่เซียนมวยที่ช่ำชองจะไม่รีบร้อนเล่นตามหน้าตาราคา
เพราะราคาไหลก่อนเวลาชกสามารถบอกทิศทางของกระแสเงินได้ดีกว่าสถิติในกระดาษ
อีกสิ่งที่ต้องจับตาคือหน้าเสื่อหรืออิทธิพลของค่ายและโปรโมเตอร์ที่มีต่อการตัดสินในเวทีใหญ่ เช่น
เวิล์ด สยาม สเตเดี้ยม
ซึ่งอาจทำให้กรรมการให้คะแนนมีแนวโน้มเชียร์ฝั่งที่ทำเกมเข้าตาหรือฝั่งที่แฟนมวยเชียร์มากกว่า
การแทงมวยคู่นี้จึงไม่ควรฝากความหวังไว้กับการน็อกเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องเผื่อใจกับกรณีที่ไฟต์ยืดเยื้อและตัดสินด้วยคะแนนซึ่งมีความไม่แน่นอนแฝงอยู่เสมอ
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มแทง ควรศึกษาโปรแกรมมวยวันนี้และราคาเปิดก่อนวางเงินเสมอ
จังหวะเล่นรองน้ำดำในช่วงกลางรายการและจุดที่ราคาอาจพลิก
จังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มองว่าปฏักทองคำจะชนะคือการรอเล่นรองในน้ำดำหรือรอราคาไหลลงตอนใกล้ชก
เพราะถ้ากระแสทุ่มไปที่เดชอนันต์จากชื่อชั้น ราคาของฝั่งรองจะยิ่งน่าลงทุนมากขึ้น
แต่หากราคาพลิกกลับมาเป็นเดชอนันต์รองก็แปลว่ามีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เซียนไม่มั่นใจในตัวเขา
เช่น ปัญหาพิกัดหรืออาการบาดเจ็บ การเล่นรอบในช่วงระหว่างชกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
เพราะถ้าเดชอนันต์ออกนำ 3 ยกแรกแล้วเริ่มเหนื่อย ค่าราคาสดของปฏักทองคำในยก 4
จะสูงขึ้นจนน่าเล่น
มุมที่ราคาอาจพลาดคือการมองข้ามฟอร์มการแพ้น็อกของเดชอนันต์
หลายไฟต์ที่เขาชนะมักจบด้วยการปิดเกมเร็ว แต่ไฟต์ที่ต้องชกครบ 5 ยกเขากลับมีผลงานไม่นิ่ง
ถ้านักมวยฝั่งแดงไม่สามารถเก็บชัยในช่วงกลางเกมได้
ราคาที่เปิดให้เขาต่อจะยิ่งไร้ความหมายในยกท้าย ดังนั้นสำหรับนักเดิมพันที่ชอบกินเต็ม
การรอเล่นสดในช่วงยก 3 ถึงยก 4 อาจให้มุมที่น่าสนใจกว่าการแทงตั้งแต่เริ่ม
บทวิเคราะห์มวยเชิงลึกใครคุมระยะได้ก่อนใครจะได้กินน้ำในไฟต์นี้
หัวใจของไฟต์นี้อยู่ที่การคุมระยะและจังหวะเข้าออกอาวุธ เดชอนันต์มีช่วงแขนยาว 170
เซนติเมตรและช่วงขาค่อนข้างดีพอจะดักสาดแข้งและฟันศอกจากระยะปลอดภัย
ขณะที่ปฏักทองคำต้องการย่อระยะเข้าหาเพื่อเริ่มเกมล็อกรัด
หากเดชอนันต์ปล่อยให้ปฏักทองคำยืนระยะได้ตามต้องการ เขาจะถูกครอบงำด้วยเข่ากระทุ้งสั้นๆ
และการไล่แขนตลอดทั้งไฟต์ ในทางกลับกัน
ถ้าปฏักทองคำเร่งบุกเร็วจนโดนดักทางด้วยศอกหรือแทงเข่า
ความเสี่ยงที่จะแพ้น็อกก็จะเพิ่มขึ้นทันที
เงื่อนไขที่ทำให้เดชอนันต์ปิดเกมได้และสิ่งที่ทำให้ปฏักทองคำพลิกกลับมาในยกท้าย
เดชอนันต์จะชนะได้ก็ต่อเมื่อเขาออกอาวุธชุดใหญ่ในช่วงยก 2 ถึงยก 3 เช่น
ฟันศอกกลับหรือแทงเข่าลอยในจังหวะที่ปฏักทองคำกำลังก้าวเข้ามา
อาวุธเหล่านี้เป็นอาวุธที่สามารถปิดเกมได้ทันทีและสอดคล้องกับสไตล์มวยเข่าของเขา
แต่การจะทำได้ต้องอาศัยการหลอกด้วยสับขาหลอกและการคุมระยะที่แน่นอน ถ้าเขารั้งเกมไว้เฉยๆ
โดยไม่กล้าลงอาวุธหนัก ความได้เปรียบจะค่อยๆ เลื่อนไปหาปฏักทองคำ
ยกเว้นแต่กรรมการให้คะแนนจะมองว่าเขาควบคุมเกมด้วยเหลี่ยมเชิงที่เหนือกว่า
สำหรับปฏักทองคำ เงื่อนไขคือการทำให้เกมช้าลงในแบบที่เขาถนัด
เขาต้องใช้การกอดคอตีเข่าและการล็อกรัดเพื่อดึงเดชอนันต์เข้าสู่เกมวงใน
ปล่อยให้แรงบดของฝั่งแดงหมดไปทีละน้อย แล้วค่อยเร่งเครื่องในช่วงยกท้าย
อาวุธที่ควรจับตาเป็นพิเศษในไฟต์นี้มีอยู่ 5 อย่างด้วยกัน
- ฟันศอกจากเดชอนันต์ในจังหวะเข้าทำระยะประชิด เป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของฝั่งแดง
- แทงเข่าลอยที่เดชอนันต์ใช้ปิดเกมเมื่อคู่ชกเสียการทรงตัว
- การกอดคอตีเข่าของปฏักทองคำที่ใช้ได้ทั้งทำคะแนนและทำลายร่างกาย
- ดักสาดแข้งของเดชอนันต์ที่คอยตัดขาหน้าปฏักทองคำไม่ให้เดินเกมได้ถนัด
- ถีบทำลายจังหวะของปฏักทองคำที่ใช้กันไม่ให้เดชอนันต์เข้าช่วงขา
เมื่อรวมทุกปัจจัยแล้ว ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าเกมนี้มีแนวโน้มไปถึงยกตัดสินสูง
เดชอนันต์มีโอกาสปิดเกมด้วยลูกหนักเสมอแต่ไม่สามารถการันตีความอึดในยกท้ายได้
ขณะที่ปฏักทองคำมีระบบการชกและความฟิตที่เหนือชั้นกว่า เรามองว่าปฏักทองคำ
ซินบีมวยไทยมีโอกาสเบียดชนะคะแนนได้ในกรณีที่เดชอนันต์ไม่สามารถจบเกมก่อนยก 4
ส่วนใครที่อยากเทียบมุมมองกับคู่อื่นในรายการสามารถอ่าน วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทยพันธมิตร เพิ่มเติม
และติดตามบทวิเคราะห์คู่อื่นได้ที่ วิเคราะห์มวย
ทีเด็ดมวยไทยพันธมิตรคืนนี้กับจังหวะแทงที่คุ้มค่าที่สุด
จากบทวิเคราะห์ทั้งหมด ไฟต์นี้ไม่ได้เป็นมวยที่ขาดลอยแบบที่หลายคนคิด
เดชอนันต์ยังคงเป็นมวยต่อเพราะประสบการณ์และลูกหนัก
แต่ปฏักทองคำคือมวยรองที่ราคามีคุณค่าและสามารถพลิกเกมได้ ไม่มีสถิติการพบกันมาก่อน
ดังนั้นการแทงไฟต์แรกของคู่นี้ต้องอาศัยการอ่านฟอร์มและแทคติกเป็นหลัก
ใครที่กำลังมองหาทีเด็ดมวยไทยพันธมิตรวันนี้
เราขอเรียงลำดับความมั่นใจจากมากไปหาน้อยดังนี้
การแทงคู่นี้ไม่ควรใช้ทุนทั้งหมดกับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพราะทั้งคู่มีจุดที่สามารถพลิกได้ตลอดเวลา
เดชอนันต์อาจจบเกมด้วยลูกหนักในยก 2 หรือปฏักทองคำอาจค่อยๆ กินคะแนนจนชนะในยกตัดสิน
ดังนั้นการจัดสรรเงินเดิมพันหรือการเล่นรอบจึงสำคัญกว่าการแทงมั่วตามกระแส
- เล่นปฏักทองคำชนะคะแนน เป็นมุมที่เข้าทางที่สุดจากฟอร์มและระบบการชกของค่ายซินบี
- เล่นรองปฏักทองคำในน้ำดำช่วงยกท้าย
เพราะความสดของเขาจะเริ่มเห็นผลเมื่อเดชอนันต์หมดแรง - ถ้าชอบราคาสูง วางเดชอนันต์ชนะน็อกภายในยก 3
แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องประวัติแพ้น็อกของเขา - หลีกเลี่ยงการแทงเสมอ
แม้เดชอนันต์จะเพิ่งเสมอมาแต่สไตล์ของปฏักทองคำไม่ใช่มวยที่ยอมจบแบบไร้ผู้ชนะ
สำหรับนักเดิมพันที่ต้องการลุ้นเงินรางวัลจากคู่นี้ แนะนำให้สมัครสมาชิกก่อนเวลา 18:00 น.
เพื่อไม่พลาดจังหวะราคาดี สนใจเริ่มเดิมพันได้เลยที่ ลงทะเบียนรับโบนัส
และอย่าลืมจัดสรรเงินเดิมพันให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของคู่มวยที่ยังไม่มีประวัติการเจอกันนี้
เลือกแทงเฉพาะจังหวะที่มั่นใจและห้ามใช้เงินจำเป็นเด็ดขาด