วิเคราะห์มวย ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ vs เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ 10 สิงหาคม 2569

ฟอร์ม 5 ไฟต์หลังสุดของดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ เก็บชัย 3 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง ส่วนเก้าโพธิ์แดง
ศักดิ์แสนพันธ์ ก็มีผลงาน 3 ชนะ 2 แพ้เหมือนกัน แต่ตัวเลขที่สำคัญกว่าคือสถิติการเจอกัน 2 หน
ที่ทั้งคู่ผลัดกันแพ้ชนะคนละครั้ง คืนวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
พวกเขาจะกลับมาวัดกันอีกครั้งในศึกมวยไทยพันธมิตร ณ เวทีมวยเวิล์ด สยาม สเตเดี้ยม
เพื่อหาผู้ชนะที่แท้จริงของรีแมตช์ครั้งที่ 3 แฟนมวยที่ติดตาม มวยพักยก
อยู่เป็นประจำจะรู้ดีว่าไฟต์ระหว่างมวยเข่าเดินหน้ากับมวยซ้ายฝีมือแบบนี้
มักตัดสินกันที่จังหวะเดียว

โปรแกรมการชกไฟต์ตัดสินที่เวทีมวยเวิล์ด
สยาม สเตเดี้ยม

การชกครั้งนี้ถูกจัดให้เป็นคู่เอกของศึกมวยไทยพันธมิตรประจำวันจันทร์ โดยมีกำหนดชกเวลา
18:00 น. ณ เวทีมวยเวิล์ด สยาม สเตเดี้ยม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตลาดนัดตะวันนา บางกะปิ
กรุงเทพมหานคร ไฟต์นี้ชกในพิกัดรุ่นพินเวทราว 100 ปอนด์
และถือเป็นไฟต์ล้างตาที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมแผนมาเต็มที่
ใครเอาชนะได้ก็จะการันตีความแกร่งในรุ่นนี้ได้ทันที

สำหรับช่องทางการรับชม แฟนมวยสามารถติดตามถ่ายทอดสดได้ทางช่อง 24 ของทรูโฟร์ยู
รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทรูวิชั่นส์ นาว
รายการมวยพันธมิตรจัดเป็นประจำทุกวันจันทร์และมีแฟนมวยติดตามหนาแน่น
การันตีความมันส์ครบทั้งเตะ เข่า ศอก หมัด
และบรรยากาศภายในสนามที่เปิดให้เข้าชมใกล้ชิดก็เป็นอีกหนึ่งจุดขาย
ทำให้คู่นี้ถูกมองว่าเป็นคู่เอกวันจันทร์ที่น่าจับตามองที่สุด

นอกจากโปรแกรมและช่องทางรับชมแล้ว สิ่งที่ทำให้คู่นี้พิเศษคือการเป็นรีแมตช์ครั้งที่ 3
ที่ทั้งสองฝ่ายรู้จุดอ่อนของกันและกันดีแล้ว เก้าโพธิ์แดงน่าจะปรับแผนไม่ให้โดนดักเข้าคลุกวงในง่าย
ๆ ขณะที่ดาวเด่นก็รู้ดีว่าต้องเร่งเกมให้เร็วแค่ไหนจึงจะชนะซ้ำได้ ไฟต์นี้จึงไม่ใช่แค่การวัดฝีมือ
แต่วัดการแก้อเกมของทั้งคู่ด้วย

ฟอร์มล่าสุดของดาวเด่นและเก้าโพธิ์แดง
ศักดิ์แสนพันธ์ ต่างเก็บชัย 3 จาก 5

ก่อนเจาะลึกอาวุธและแทคติก เรามาดูฟอร์ม 5 ไฟต์หลังสุดของทั้งคู่กันก่อน
เพราะตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกสภาพร่างกาย จิตใจ และความมั่นใจได้ดีที่สุด
ทั้งดาวเด่นและเก้าโพธิ์แดงต่างเก็บชัย 3 แพ้ 2 เหมือนกัน
แต่รายละเอียดของผลแพ้ชนะต่างกันมากพอที่จะเปลี่ยนมุมมองของเซียนมวยได้

ดาวเด่น
ลูกบ้านใหญ่ ชนะไฟต์ล่าสุดได้แต่ยังมีแผลในเกมแพ้สยบเพชร

ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ ดาวรุ่งจากค่ายลูกบ้านใหญ่ กทม. หรือที่แฟนมวยบางรุ่นรู้จักในชื่อ
ส.เดชะพันธ์ ผ่าน 5 ไฟต์ล่าสุดด้วยผลงานชนะ 3 แพ้ 2
โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ชัยชนะคะแนนเหนือเก้าโพธิ์แดงเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ในพิกัด 103
ปอนด์ ซึ่งเป็นไฟต์ที่เขาสามารถเดินหน้าใส่และทำลายจังหวะมวยซ้ายของคู่ปรับได้สำเร็จ
ก่อนหน้านั้นเขาเอาชนะเพชรอ่างทอง ศ.ทวีศักดิ์เล็ก และชนะน็อกเพชรเอกน้อย ส.สะพานเคียนยิม
ยก 3 ได้อย่างสวยงาม ผลงานเหล่านี้ตอกย้ำว่าเกมรุกของเขาไหลลื่นเมื่อได้เดินเข้าหา

แต่สิ่งที่แฟนมวยต้องจับตาไม่แพ้กันคือแพ้ทีเคโอยก 4 ให้สยบเพชร ศ.ศศิวัฒน์ เมื่อเดือนมีนาคม
2569 ซึ่งเป็นไฟต์ที่ดาวเด่นโดนอาวุธหนักตอบกลับจนยืนระยะไม่ไหว
นั่นแสดงว่าจุดอ่อนด้านการป้องกันตัวยังมีอยู่ และถ้าเก้าโพธิ์แดงจำบทเรียนนั้นมาใช้ได้
เกมอาจพลิกไปอีกทาง การชกกับคู่ชกที่ชอบดักทางแบบมวยฝีมือ
จึงเป็นบททดสอบว่าดาวเด่นจะอดทนออกอาวุธรอจังหวะได้มากแค่ไหน

เก้าโพธิ์แดง
ศักดิ์แสนพันธ์ แชมป์พินเวทที่กำลังหาโมเมนตัมกลับคืนมา

เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ จอมฝีมือจากจังหวัดศรีสะเกษ ลูกค่ายแสงมรกต
เจ้าของเข็มขัดแชมป์รุ่นพินเวท 100 ปอนด์ ของศึกจิตรเมืองนนท์ ซึ่งครองตำแหน่งมาตั้งแต่วันที่ 14
ธันวาคม 2568 มีสถิติ 5 ไฟต์ล่าสุดชนะ 3 แพ้ 2 เขาชนะคะแนนยุทธจักร
ตลาดคนเดินเพลินเมืองพล ชนะคะแนนเหนือพยัคฆ์ พุฒิประชาชื่น และชนะน็อกเด่นณัฐพงศ์
ทรายมูลสนุ๊กเกอร์ ยก 2 ฝีมือการอ่านเกมและแข้งซ้ายยังคมกริบเหมือนเดิม
โดยเฉพาะจังหวะดักเตะที่ทำให้คู่ต่อสู้เข้าถึงตัวยาก

ส่วนเกมแพ้ที่ต้องนำมาวิเคราะห์คือการแพ้น็อกยก 3 ให้สยบเพชร ศ.ศศิวัฒน์ ในเดือนพฤษภาคม
2569 เพราะมันยืนยันจุดเปราะบางเมื่อโดนกดดันหนักในระยะประชิด
และเกมแพ้คะแนนให้ดาวเด่นเมื่อเดือนกรกฎาคมก็ยิ่งชัดว่าเขายังหาทางแก้การปล้ำตีเข่าไม่สำเร็จ
หากไฟต์นี้ยังปล่อยให้ดาวเด่นคว้าคอได้ง่าย ๆ
โอกาสที่จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาก็จะเลือนรางลงไปทุกที

สถิติการเจอกัน 2
ครั้งที่ทำให้ไฟต์นี้เป็นเกมวัดใจ

ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้ว 2 ครั้งในศึกมวยไทยพันธมิตร และผลปรากฏว่าพลัดกันแพ้ชนะคนละครั้ง
จึงทำให้ไฟต์นี้กลายเป็นไฟต์ตัดสินชนิดที่เรียกว่ารีแมตช์ครั้งที่ 3 อย่างแท้จริง
สถิติการเจอกันแบบนี้มักทำให้ราคามวยเปิดมาสูสี
และทำให้การแทงข้างเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบกว่าปกติ

สองไฟต์ที่ผ่านมาของดาวเด่นและเก้าโพธิ์แดงพลิกไปคนละทาง

ย้อนกลับไปในไฟต์แรกที่ทั้งคู่ปะทะกัน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่พิกัด 43.5 กิโลกรัม
เก้าโพธิ์แดงเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้ ส่วนไฟต์ที่สองเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่พิกัด 103
ปอนด์ ดาวเด่นแก้มือสำเร็จด้วยการชนะคะแนนกลับคืนมา
ผลลัพธ์ทั้งสองไฟต์ต่างกันที่วิธีการบังคับเกมของดาวเด่นที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  1. 18 สิงหาคม 2568 เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ ชนะคะแนน ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ พิกัด 43.5
    กิโลกรัม ศึกมวยไทยพันธมิตร
  2. 6 กรกฎาคม 2569 ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ ชนะคะแนน เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ พิกัด 103
    ปอนด์ ศึกมวยไทยพันธมิตร

จากสองไฟต์ที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนคือดาวเด่นเรียนรู้ที่จะกดดันโดยไม่เปิดโอกาสให้เก้าโพธิ์แดงตั้งตัวตั้งระยะได้
ขณะที่เก้าโพธิ์แดงยังต้องหาคำตอบเรื่องการรับมือการปล้ำตีเข่าให้ได้ ถ้ายังแก้จุดนี้ไม่ได้
ไฟต์นี้อาจจบลงด้วยบทสรุปเดิม

อาวุธเด็ดที่ต้องลุ้นในไฟต์นี้
ทั้งเข่า แข้งซ้าย และจังหวะดักทาง

ถ้าพูดถึงอาวุธที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ในคู่นี้ คงต้องชี้เป้าไปที่จุดแข็งของแต่ละฝั่ง
โดยดาวเด่นจะเน้นการสาดแข้งเพื่อเปิดทางก่อนเข้าปล้ำตีเข่า
ส่วนเก้าโพธิ์แดงจะอาศัยแข้งซ้ายสกัดระยะและแทงเข่าชิงจังหวะ อาวุธที่น่าจับตามองมีดังนี้

  • การปล้ำตีเข่าและเข่าลอยของดาวเด่น ที่พร้อมทิ้งน้ำหนักเต็มข้อในระยะประชิด
  • แข้งซ้ายของเก้าโพธิ์แดง ที่ใช้ทั้งเตะตัดล่างและเตะชายโครงทำลายจังหวะ
  • ศอกตัดและศอกกลับของเก้าโพธิ์แดง เมื่อโดนบีบให้ถอยจนติดเชือก
  • หมัดตรงและหมัดฮุคของดาวเด่น ที่ใช้เปิดทางก่อนเปลี่ยนเป็นเข่า
  • จังหวะดักเตะและการถีบหน้าของเก้าโพธิ์แดง เพื่อกันดาวเด่นเข้าถึงตัว

อาวุธเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเป็นชุดมากกว่าจะออกทีละท่า เพราะมวยระดับนี้ถ้าออกอาวุธเดี่ยว
ๆ จะถูกอ่านเกมได้ง่าย ดาวเด่นต้องใช้หมัดตรงและหมัดฮุคเปิดทางก่อนเปลี่ยนเป็นเข่า
ส่วนเก้าโพธิ์แดงต้องสลับแข้งซ้ายและแทงเข่าให้จังหวะไม่ซ้ำเดิม ยิ่งเกมดำเนินไป
ยิ่งเป็นบททดสอบว่าใครจะปรับอาวุธได้หลากหลายกว่า

เจาะแทคติกไฟต์นี้ใครครองระยะกลางได้ก่อนย่อมได้เปรียบ

ภาพประกอบ วิเคราะห์มวย ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ vs เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ 10 สิงหาคม 2569
วิเคราะห์มวย ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ vs เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์ 10 สิงหาคม 2569

บทวิเคราะห์ของเรามองว่าไฟต์นี้คือสมการง่าย ๆ ใครครองระยะกลางได้ก่อน
ใครก็เป็นฝ่ายกำหนดเกมได้ทั้งหมด
แฟนมวยที่อยากอ่านบทวิเคราะห์ของคู่อื่นในรายการเดียวกันสามารถเข้าไปดูได้ที่ วิเคราะห์มวย หรือ วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทยพันธมิตร
ระยะกลางจะเป็นพื้นที่ที่ทั้งคู่แย่งชิงกันตลอด 5 ยก
และคนที่ยืนระยะได้ดีกว่าจะเป็นฝ่ายเก็บคะแนนได้มากกว่า

จุดแข็งของดาวเด่นเมื่อได้เข้าคลุกวงในและปล้ำตีเข่า

ดาวเด่นเป็นมวยเข่าเดินหน้าในสายพันธุ์มวยบดที่ชอบกดดันคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
จุดแข็งที่สุดของเขาคือการคว้าคอปล้ำตีเข่าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้ถอยหลังติดเชือก
ความสูง 165 เซนติเมตร ที่เหนือกว่าเก้าโพธิ์แดงราว 5 เซนติเมตร
ทำให้ระยะการแทงเข่าของเขาลึกและยากต่อการป้องกัน

นอกจากนี้ดาวเด่นยังมีเกมการสาดแข้งนำก่อนเข้าตัว
ซึ่งเป็นอาวุธหลอกให้คู่ต่อสู้ต้องยกการ์ดป้องกันช่วงบน
แล้วเขาจะใช้จังหวะนั้นลดระยะลงมาปล้ำตีทันที
ถ้าปล่อยให้เขาตั้งเกมแบบนี้ได้เก้าโพธิ์แดงจะเหนื่อยหน่ายกับการถอยหนี
และอาจถูกทิ้งน้ำหนักเข่าใส่ชายโครงจนอาการออกในยกท้าย ๆ

มุมพลิกของเก้าโพธิ์แดงด้วยแข้งซ้ายและการดักทางแบบมวยฝีมือ

เก้าโพธิ์แดงเป็น มวยซ้ายฝีมือ ที่อาศัยความเร็วและสายตาในการอ่านเกม
อาวุธที่อันตรายที่สุดคือแข้งซ้ายที่ใช้สกัดจังหวะการเดินของดาวเด่นได้ตั้งแต่ไกล
หากเขารักษาระยะด้วยการถีบหน้าและเตะตัดล่างได้เรื่อย ๆ
ก็จะทำให้ดาวเด่นเข้าถึงตัวยากและเสียคะแนนสะสมในยกแรก ๆ

จุดเปลี่ยนอีกอย่างคือจังหวะแทงเข่าดักของเก้าโพธิ์แดง ซึ่งไม่จำเป็นต้องปล้ำนาน
แต่ใช้ความแม่นยำในการชิงจังหวะตอนดาวเด่นกำลังลดระยะ
ถ้าเก้าโพธิ์แดงยิงแข้งซ้ายสลับหมัดตรงแล้วหนีออกข้างได้ตลอดทั้งไฟต์
มุมมองของเซียนมวยที่มองว่ามวยรองพลิกชนะได้ก็จะไม่ใช่เรื่องเกินจริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราลองเทียบสถิติสำคัญของทั้งคู่ในไฟต์นี้ได้ดังนี้

ด้านที่วัด ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ เก้าโพธิ์แดง ศักดิ์แสนพันธ์
สถิติที่บันทึก ชนะ 11 แพ้ 9 ชนะ 13 แพ้ 7
ส่วนสูง 165 เซนติเมตร 160 เซนติเมตร
สไตล์การชก มวยเข่าเดินหน้า มวยซ้ายฝีมือ
จุดแข็งหลัก การปล้ำตีเข่า แข้งซ้ายสกัดและแทงเข่า
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด ชนะ 3 แพ้ 2 ชนะ 3 แพ้ 2
การเจอกันล่าสุด ชนะคะแนน แพ้คะแนน
โอกาสชนะที่เราประเมิน เหนือกว่าเล็กน้อย สูสีแต่รองเล็กน้อย

เมื่อรวมทุกปัจจัย เราประเมินว่าดาวเด่นมีโอกาสชนะคะแนนอย่างสูสี
มากกว่าฝั่งเก้าโพธิ์แดง เพราะไฟต์ล่าสุดที่เจอกันเขาเป็นฝ่ายทำการบ้านมาแล้ว
และเกมบดที่เดินหน้าไม่หยุดมักได้เปรียบในสายตากรรมการ เก้าโพธิ์แดงไม่ใช่มวยที่ยอมแพ้ทางง่าย
ๆ ถ้าเขาดักทางได้ตลอด 5 ยก ก็มีโอกาสพลิกกลับมาเป็นมวยรองพลิกชนะได้เช่นกัน
แต่ความเสี่ยงที่โดนปล้ำตีเข่าในยกท้ายยังสูงเกินกว่าจะเลือกวางเดิมพันข้างเขาเป็นตัวหลัก

อีกหนึ่งมุมที่แฟนมวยไม่ควรมองข้ามคือสภาพจิตใจของดาวเด่นที่เหนือกว่าเล็กน้อยจากชัยชนะในไฟต์ล่าสุด
ขณะที่เก้าโพธิ์แดงกำลังอยู่ในช่วงกดดัน เพราะแพ้ให้คู่ปรับรายเดียวกันมาแล้วครั้งหนึ่ง
ใครที่วางเดิมพันกับดาวเด่นจึงไม่จำเป็นต้องกลัวเกมพลิกแบบมวยพลิกยกเดียวมากนัก
แต่อย่าลืมว่าเก้าโพธิ์แดงเป็นแชมป์ที่มีเชิงมวยสูงพอจะหาทางเอาตัวรอดได้เสมอ

ราคามวยและทีเด็ดสำหรับไฟต์นี้ควรแทงข้างไหน

สำหรับมุมมองของราคามวย คู่นี้มีปัจจัยที่ทำให้เซียนมวยแตกเป็นสองฝ่าย
ฝั่งหนึ่งมองว่าดาวเด่นชนะใจกรรมการด้วยเกมบุก
ส่วนอีกฝั่งมองว่าเก้าโพธิ์แดงในฐานะมวยรองมีชั้นเชิงพอจะพลิกกลับมาได้
ทีเด็ดของเราจึงเน้นที่การเล่นตามเกมระยะ และรอจังหวะราคาไหลก่อนตัดสินใจ

  1. วางดาวเด่นชนะคะแนนเป็นตัวเลือกแรก
    เพราะเขาเอาชนะมาแล้วในไฟต์ล่าสุดและน่าจะเดินเกมเดิมได้สำเร็จ
  2. ถ้าอยากได้ราคาที่คุ้มค่า การแทงดาวเด่นต่อในยกท้ายเป็นอีกมุมที่พอรับได้
    เพราะเกมบดจะยิ่งกดดันเมื่อเก้าโพธิ์แดงเริ่มหมดแรง
  3. สายเสี่ยงที่มองว่าเก้าโพธิ์แดงจะพลิกก็ต้องอาศัยการออกอาวุธช่วงยก 3-4 ให้โดน
    และการแทงรองในมุมนี้ควรเป็นเงินที่ยอมเสียได้เท่านั้น

ใครที่มั่นใจกับทีเด็ดนี้แล้วสามารถลงเดิมพันได้เลยที่ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนไฟต์เริ่ม อย่าลืมเลือกเดิมพันอย่างมีสติและจัดสรรเงินให้เหมาะสม
เพราะมวยคู่นี้มีโอกาสพลิกได้ทุกยก ก่อนวางบิลควรเช็กทั้งราคาเปิดและราคาปิดให้ดี
เพราะคู่มวยที่สูสีแบบนี้บางทีน้ำแดงหรือน้ำดำขยับเพียงเล็กน้อยก็เปลี่ยนความคุ้มค่าของเดิมพันได้

คู่มวยอื่นๆ ในศึกมวยไทยพันธมิตร

Scroll to Top