วิเคราะห์มวย ช่างทอง เอ็มยุเด็น vs เพชรสโมน ต.บัวมาศ 2 สิงหาคม 2569

ถ้าถามหาสูตรที่เซียนมวยใช้ตีราคาคู่นี้ก่อนระฆังยกแรก ทุกสมการล้วนพาไปทางเดียวกัน
นั่นคือช่างทอง เอ็มยุเด็น นักมวยซ้ายวัย 22 ปีจากจังหวัดกระบี่
ต้องถูกมองเป็นมวยต่อแทบไม่มีข้อกังขา แม้คู่ปรับของเขาจะเป็นเพชรสโมน ต.บัวมาศ
นักชกลาวที่เข้ามาสร้างชื่อในเมืองไทยภายใต้สังกัดต.บัวมาศ
และสถิติของฝั่งรองจะแทบเป็นหน้าว่างเปล่าก็ตาม
คู่นี้ถูกจัดอยู่ในโปรแกรมช่วงสองของศึกท่อน้ำไทยทีเคโอเกียรติเพชร ณ สนามมวยเวทีราชดำเนิน
ซึ่งเป็นจุดที่ Pakyok
มองว่าช่องว่างของข้อมูลฝั่งรองกำลังชี้ไปที่การปิดเกมก่อนครบยกมากกว่าการวัดกันที่คะแนน

ช่างทอง
เอ็มยุเด็นมวยซ้ายสูงยาวจากกระบี่ที่ชนะน็อกสามไฟต์จากห้าล่าสุด

ก่อนจะพูดถึงราคาต่อรอง เราต้องทำความรู้จักฝ่ายต่อให้ถ่องแท้เสียก่อน
ช่างทองคือดาวรุ่งจากค่ายเอ็มยุเด็นในเครือเอฟเอ.กรุ๊ป
ที่วงการมวยไทยจดจำในฐานะมวยซ้ายร่างสูงจากภาคใต้ ผู้แบกประสบการณ์ชกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 80
ไฟต์ และเคยผ่านทั้งเวที ONE ลุมพินี ศึกมวยไทย 7 สี จนถึงราชดำเนิน
สิ่งที่ทำให้เขาน่ากลัวในไฟต์นี้คือทิศทางของฟอร์มล่าสุดที่ผลัดกันจบด้วยน็อกทั้งชนะและแพ้
โดยไม่มีเกมใดเลยที่ต้องวัดกันถึงไม้ตัดสิน

สไตล์มวยซ้ายสูงยาวกับอาวุธนำที่ทำให้คู่ต่อสู้ยืนระยะไม่ติด

ด้วยส่วนสูง 176 เซนติเมตร ช่วงแขน 176 เซนติเมตร และช่วงขาที่ยาวถึง 82.7
เซนติเมตร ช่างทองจึงเป็นมวยซ้ายสูงยาวตัวจริงที่ใช้สรีระบังคับเกมจากวงนอกได้อย่างมีชั้นเชิง
อาวุธนำของเขาคือแข้งซ้ายที่หนักหน่วงและแม่นยำ
ใช้ได้ทั้งการเตะทับนอกเพื่อสกัดจังหวะก้าวของคู่ต่อสู้ การเตะทับในเพื่อบีบพื้นที่
และเตะซ้ายสูงที่เล็งเป้าไปที่ก้านคอหรือใบหน้าในจังหวะที่คู่ชกเสียการทรงตัว
นอกนั้นยังมีหมัดตรงซ้ายที่ดักออกมาทุกครั้งที่เห็นคู่ต่อสู้เริ่มก้าวเดิน
ซึ่งเป็นเกมที่ทำให้มวยฝ่ายรุกต้องคิดหนักทุกจังหวะ

เมื่อคู่ต่อสู้พยายามฝ่าแนวเตะเข้ามา
ช่างทองจะสลับไปใช้การถีบทำลายจังหวะและการวนออกด้านข้างตามสไตล์มวยซ้ายเพื่อหามุมโจมตีใหม่ให้ได้อยู่เสมอ
และอย่าลืมว่าเขาไม่ได้เป็นแค่มวยฝีมือที่เก่งแต่ระยะไกล
เพราะในวงในเขายังมีเข่าที่ใช้ค้ำและยัดเข้าลำตัวได้อย่างโหดร้ายตามแบบฉบับมวยเข่าอาชีพ
ลีลาโดยรวมของเขาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์มวยทรงดี เรียกได้ว่าทั้งวงนอกและวงในเขามีคำตอบครบ
ทำให้การจะเอาชนะเขาด้วยการชกแผนเดียวแทบเป็นไปไม่ได้

ฟอร์มล่าสุดห้าไฟต์กับจุดเปราะที่วุฒิไกรเคยเปิดโปงไว้

สถิติ 5 ไฟต์หลังสุดของช่างทองบอกเล่าเรื่องราวได้ตรงไปตรงมา
ทั้งชนะและแพ้ล้วนจบภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่มีเกมใดเลยที่ต้องลุ้นถึงกรรมการชูมือ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเขาเป็นนักมวยที่เล่นเกมปิดเร็วและไม่ชอบปล่อยให้ถึงยกตัดสิน
โดยเฉพาะไฟต์ล่าสุดที่เขาตะบันน็อกยูเนส ราเมล แฟมิลี่มวยไทยได้ในยกแรก
ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาวุธของเขากำลังอยู่ในจุดพีคสุดของช่วงวัย

  1. 21 มิถุนายน 2569 – ชนะน็อกยก 1 ยูเนส ราเมล แฟมิลี่มวยไทย
    (ศึกท่อน้ำไทยทีเคโอเกียรติเพชร)
  2. 1 มิถุนายน 2568 – ชนะน็อกยก 3 เพชรอันดา เกียรติยอดยิ่ง
    (ศึกท่อน้ำไทยทีเคโอเกียรติเพชร)
  3. 7 มีนาคม 2568 – แพ้น็อกยก 3 วุฒิไกร ว.จักรวุฒิ (ONE ลุมพินี 99)
  4. 19 มกราคม 2568 – ชนะน็อกยก 2 เพชรพลังชัย พ.หอมกลิ่น
    (ศึกท่อน้ำไทยทีเคโอเกียรติเพชร)
  5. 13 กันยายน 2567 – แพ้น็อกยก 2 อีสานเหนือ โชติบางแสน (ONE ลุมพินี 79)

ประเด็นที่ต้องจับตาคือการแพ้ทั้งสองครั้งเกิดขึ้นบนเวที ONE ลุมพินี
และจบด้วยการโดนอาวุธหนักจนไม่สามารถกลับมาแข่งต่อได้
แสดงให้เห็นว่าแม้ร่างกายจะแข็งแกร่งแค่ไหน
แต่ถ้าเผลอเปิดช่องรับหมัดหรือศอกเต็มแรงในจังหวะที่มุมไม่ดี
จุดเปราะบนคางก็ยังคงเป็นความเสี่ยงอยู่เสมอ ข้อนี้เองที่เพชรสโมนต้องเก็บไปคิด
เพราะหากเขาทำได้เพียงรอจังหวะเดียวที่ช่างทองพลาดแล้วยิงอาวุธหนักใส่เต็มพิกัด
ฝั่งรองก็มีทางปิดเกมได้เหมือนกัน

เพชรสโมน
ต.บัวมาศนักชกลาวไร้ข้อมูลที่ทำให้เซียนมวยต้องวัดใจกับความลึกลับ

อีกฝั่งหนึ่งของเวทีคือเพชรสโมน นักมวยสัญชาติลาวที่เข้ามาอยู่ในสังกัดต.บัวมาศ
หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเพชรสโมน (พลังชล) ต.บัวมาศ
ข้อมูลเปิดเผยของเขามีน้อยมากจนแทบไม่เหลืออะไรให้เซียนมวยใช้ประกอบการตัดสินใจ ทั้งอายุ
ส่วนสูง และแม้กระทั่งสถิติการชกย้อนหลังก็ไม่ปรากฏในระบบฐานข้อมูลมวยไทย
นี่คือสถานการณ์ที่ทำให้การตีราคาเป็นไปอย่างยากลำบาก
เพราะมวยไร้ข้อมูลมักกลายเป็นตัวแปรที่เซียนมวยต้องเผื่อใจไว้เสมอ

โปรไฟล์ที่แทบว่างเปล่ากับสไตล์มวยบู๊แบบฉบับลูกค่ายต.บัวมาศ

การที่เพชรสโมนแทบไม่มีสถิติให้ไล่เรียงไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นนักมวยไม่มีฝีมือ
หากแต่เป็นมวยที่ยังไม่ได้ผ่านสนามใหญ่พอจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล
ประวัติที่มีอยู่น้อยนิดบ่งบอกเพียงว่าเขาเป็นนักชกจากสปป.ลาวที่ตัดสินใจเข้ามาพิสูจน์ตัวเองในสังเวียนไทย
โดยมีค่ายต.บัวมาศเป็นผู้สนับสนุน
ซึ่งโดยทั่วไปนักมวยลาวที่เข้ามาชกในสังกัดลักษณะนี้มักมีสไตล์มวยบู๊ เดินหน้าดุดัน
และมีความทนทานสูง เพราะต้องใช้ความแกร่งของร่างกายชดเชยประสบการณ์ที่ยังน้อย

แง่ดีของความลึกลับคือในยกแรกๆ ช่างทองจะยังจับทางเขาไม่ถนัด
เพราะเทปการชกแทบไม่มีให้ศึกษา
ขณะที่แง่เสียคือการที่ข้อมูลแทบว่างเปล่ามักหมายถึงการไม่เคยผ่านการพิสูจน์ในเวทีมาตรฐานระดับราชดำเนินมาก่อน
ซึ่งเมื่อเจอคู่ชกที่เก่งและมีชั้นเชิงอย่างช่างทอง
การขาดประสบการณ์นี้อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ถูกเจาะได้ง่ายในยกหลัง
ความเสี่ยงตรงนี้เองที่ทำให้ฝั่งรองต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่ยกแรก

โจทย์ใหญ่ของเพชรสโมนคือการทำลายหมัดยาวของมวยซ้ายสูง

ถ้าให้สรุปแผนเดียวที่เพชรสโมนทำได้เพื่อชนะไฟต์นี้
คงหนีไม่พ้นการบุกเข้าหาให้ถึงตัวโดยเร็วที่สุด
หากเขายอมให้ช่างทองยืนชกในระยะที่พอใจด้วยเตะซ้าย หมัดตรง และการดักเตะแบบไม่ขาดระยะ
เกมจะค่อยๆ ไหลไปทางฝ่ายต่อจนเพชรสโมนโดนเจาะยางขาเสียการเคลื่อนไหวและถอยหลังไม่ทัน
ดังนั้นเขาจึงต้องใช้จังหวะเดินบดเข้าประชิดตัว ใช้การกอด-คลินช์เพื่อตัดอาวุธยาว
และพยายามคลุกวงในเพื่อเปลี่ยนเกมให้เป็นการปล้ำตีเข่าซึ่งเป็นด่านที่ทุกคู่ต่อสู้ของช่างทองต้องเสี่ยง

ปัญหาคือการเดินบดเข้าหามวยซ้ายสูงยาวไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะทุกย่างก้าวที่ก้าวเข้ามาจะถูกสกัดด้วยเตะทับนอก เตะทับใน
หรือหมัดตรงสวนกลับตลอดเส้นทาง
เพชรสโมนจึงต้องมีอาวุธรองรับอย่างการตั้งกำแพงรับแล้วโต้คืนในจังหวะที่ช่างทองเพิ่งปล่อยอาวุธ
หรือการรวบขาในจังหวะที่โดนเตะเพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก
และถ้าจำเป็นก็ต้องใช้การกอดรัดปล้ำจนเหนื่อยเพื่อดึงเวลาหายใจ ถ้าทำได้แม้สักสองสามครั้งต่อยก
เขาจะค่อยๆ ลดระยะและสร้างความกดดันที่เปลี่ยนรูปเกมได้
แต่ถ้าทำไม่ได้ก็มีสิทธิ์ถูกไล่ต้อนจนมุมจนโดนถลุงเละเทะ

ไฟต์แรกของสองนักชกที่ไร้บัญชีแค้นให้เทียบเคียง

จากการไล่เรียงประวัติการชกของทั้งสองฝ่าย
ไฟต์นี้คือการพบกันครั้งแรกของช่างทองและเพชรสโมน
ไม่มีสถิติการเจอกันมาก่อนให้ชี้ขาดว่าใครได้เปรียบในการวัดกันตัวต่อตัว
ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องทำงานหนักขึ้นอีกระดับ
ทั้งฝ่ายช่างทองที่ต้องเตรียมแผนรับมือกับคู่ต่อสู้ที่แทบไม่มีข้อมูลให้ศึกษา
และฝ่ายเพชรสโมนที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันของเวทีใหญ่เป็นครั้งแรกโดยไม่มีประสบการณ์รองรับ

ในเชิงมวยไทย
ไฟต์ที่ไม่มีประวัติพบกันมักทำให้ราคาเปิดต้องอิงกับฟอร์มล่าสุดและสรีระของนักมวยเป็นหลัก
ซึ่งในจุดนี้ช่างทองได้เปรียบชัดเจนทั้งส่วนสูง ช่วงชก และปริมาณไฟต์รวมที่มากกว่า 80 ครั้ง
ขณะที่เพชรสโมนได้เปรียบเพียงด้านเดียวคือการเป็นมวยที่คู่ต่อสู้คาดเดาไม่ได้

ในเชิงพิกัด ช่างทองปล่อยตัวอยู่ราว 64 กิโลกรัม และชกได้ดีที่สุดในช่วง 60-64 กิโลกรัม
ความไม่แน่นอนจากข้อมูลฝั่งรองนี่เองที่ทำให้เซียนมวยหลายคนเลือกสู้ราคาเอาไว้ก่อน
เพราะถ้าเกมเข้าทางฝั่งรองจริง
ราคาที่จะได้รับจะคุ้มกว่าการแทงบนฝ่ายต่อที่ได้เพียงน้ำแดงน้อยนิด

วิเคราะห์มวยเชิงลึกเมื่อสมการชี้ว่าเพชรสโมนต้องชนะในวงในเท่านั้น

เมื่อนำทุกปัจจัยมารวมกัน ทั้งฟอร์ม สรีระ ประสบการณ์ และสถิติที่เราได้รวบรวมไว้ใน วิเคราะห์มวย ฉบับนี้แล้วพบว่า
หนทางชนะของช่างทองเปิดกว้างถึงสองทาง คือคุมเกมจากวงนอกด้วยเตะกับหมัดจนเก็บคะแนน
หรือรอจังหวะที่เพชรสโมนเสียการทรงตัวแล้วปิดเกมด้วยหมัดน็อก
ขณะที่เพชรสโมนแทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเอาชนะในวงในด้วยการยัดเข่าและศอกในระยะประชิดตัว
ใครทำตามแผนของตัวเองได้ก่อน ไฟต์นั้นจะเป็นของคนนั้น
และเมื่อไล่เรียงอาวุธที่อาจชี้เป็นชี้ตายของเกม เราจะเห็นเป็นข้อๆ
ว่าจังหวะไหนคือจุดที่เกมสามารถเปลี่ยนได้ในพริบตา

ด้านที่วัด ช่างทอง เอ็มยุเด็น เพชรสโมน ต.บัวมาศ
อายุ / ส่วนสูง 22 ปี / 176 ซม. ไม่เปิดเผย / ไม่พบข้อมูล
ปริมาณไฟต์รวม มากกว่า 80 ไฟต์ ไม่พบข้อมูล
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด ชนะ 3 แพ้ 2 (จบในยกทั้งหมด) ไม่พบข้อมูล
อาวุธเด่น เตะซ้าย หมัดซ้าย เข่าในวงใน มวยบู๊เชิงรุก ความทนทานสูง
ประสบการณ์เวทีใหญ่ ONE ลุมพินี, 7 สี, ราชดำเนิน ยังไม่ผ่านการพิสูจน์
ทิศทางเกมที่คาด คุมวงนอกแล้วไล่ปิดเกม ฝ่าวงใน ตั้งกำแพงแล้วโต้กลับ
  • เตะซ้ายสูงของช่างทองที่ใช้ได้ทั้งการดักระยะและการเจาะยางเพื่อทำลายการเคลื่อนไหวของเพชรสโมน
  • หมัดซ้ายตรงที่ปิดเกมได้ในจังหวะเดียว ยืนยันได้จากสถิติชนะน็อกสามไฟต์ในห้าล่าสุด
  • การคลุกวงในกับยัดเข่าของเพชรสโมนที่เป็นอาวุธเดียวที่ทำให้เกมของช่างทองสั่นคลอน
  • รูปแบบการตั้งกำแพงรับแล้วโต้คืนของฝั่งรองที่ต้องทำได้จริงถึงจะฝ่าแนวเตะเข้ามาได้

จุดเปลี่ยนของเกมจะเกิดขึ้นเมื่อใดที่เพชรสโมนถูกดักเตะจนเสียระยะ

ตัวชี้วัดแรกที่ต้องคอยดูคือขาของเพชรสโมน
หากผ่านไปสองถึงสามยกแล้วเขายังเคลื่อนที่ได้คล่องตัวและก้าวเข้าหาช่างทองได้เรื่อยๆ
นั่นหมายถึงเกมกำลังเป็นไปตามแผนฝั่งรอง แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าจังหวะก้าวเริ่มช้าลง
โดนเตะทับซ้ำจุดเดิมจนเริ่มมีอาการออก หรือต้องเปลี่ยนมาเล่นเกมตั้งรับมากขึ้นเมื่อไร
นั่นคือสัญญาณว่าเขากำลังโดนเจาะยางจนขาตายแล้ว
เกมจะไหลไปสู่การที่ช่างทองเดินบดและรอจังหวะหมัดเดียวจบได้ทุกเมื่อ

ในทางกลับกัน
หากเพชรสโมนฝ่าแนวเตะเข้ามาได้และช่างทองถูกกดให้ติดเชือกหรือโดนคลุกวงในจนต้องปล้ำตีเข่าแลก
ความเสี่ยงของฝ่ายต่อก็จะสูงขึ้นทันทีตามประวัติการแพ้น็อกใน ONE ลุมพินีของเขาเอง
เรามองว่าจุดตัดสินของไฟต์นี้น่าจะอยู่ในช่วงยกสองถึงยกสาม
เพราะสถิติการชนะน็อกของช่างทองล้วนจบภายในสามยกแรก
ซึ่งเมื่อถึงจังหวะที่เพชรสโมนเริ่มแสดงอาการออก เขาจะถูกถลุงด้วยพายุหมัด การสับศอก
และเข่าลอยสวนกลับจนเสี่ยงโดนนับหนึ่งหรือแตกให้เห็นเลือด
และโอกาสที่ช่างทองจะปิดเกมด้วยหมัดน็อกก่อนครบยกก็จะเปิดกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทีเด็ดมวยคู่นี้กับจังหวะแทงต่อที่ต้องรอราคาน้ำนิ่งก่อนเปิดบิล

ภาพประกอบ วิเคราะห์มวย ช่างทอง เอ็มยุเด็น vs เพชรสโมน ต.บัวมาศ 2 สิงหาคม 2569
วิเคราะห์มวย ช่างทอง เอ็มยุเด็น vs เพชรสโมน ต.บัวมาศ 2 สิงหาคม 2569

สำหรับแฟนมวยที่มองหาทีเด็ดมวยในคืนวันอาทิตย์นี้
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือทิศทางราคาของคู่นี้ชัดเจนว่าช่างทองคือฝ่ายต่อตามฟอร์ม
แต่การที่ข้อมูลฝั่งรองแทบไม่มีเลยทำให้ราคาอาจไหลไปมาได้ตลอดชีพจรของตลาด หลักการง่ายๆ
คือถ้าราคาไหลขึ้นแรงจนฝ่ายต่อโดนกดน้ำแดงลึกเกินไป คุณค่าของการแทงบนก็จะลดลงไปด้วย
ในทางกลับกันถ้าราคาไหลลงมาให้ต่อในระดับที่พอรับได้ นั่นคือจังหวะที่ควรจัดบิล
ส่วนราคาไหลตามเกมสดก็เป็นสัญญาณบอกทิศทางของคนในสนามได้ดี และสำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้
เรามองว่าการจัดลำดับความมั่นใจของบิลในคู่นี้ควรเรียงตามนี้

  1. แทงต่อช่างทองในราคาที่ยังรับได้ เพราะฟอร์ม สรีระ
    และประสบการณ์เหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ต้องไม่ไล่ราคาเมื่อน้ำเริ่มไหลขึ้น
  2. ลุ้นช่างทองชนะน็อกก่อนครบยก จากสถิติชนะน็อกสามไฟต์ในห้าล่าสุด
    ประกอบกับความจริงที่ว่าคู่ชกที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ในเวทีใหญ่มีแนวโน้มสั่นเมื่อโดนของหนัก
  3. หลีกเลี่ยงการแทงรองในยกแรกจนกว่าจะเห็นรูปเกม
    เพราะความลึกลับของเพชรสโมนมีค่ามากที่สุดในช่วงเปิดไฟต์
    แต่เมื่อเขาถูกจับทางได้แล้วความได้เปรียบนั้นก็จะหมดลง
    และไม่มีใครการันตีได้ว่าฝั่งรองจะยืนระยะครบห้ายก
    ส่วนโอกาสเสมอหรือแปะของคู่นี้ถือว่าน้อยมากจนแทบไม่ต้องเก็บมาคิด

ใครที่มั่นใจกับทรรศนะนี้และมองหาจุดเข้าบิลที่สะดวก สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเริ่มเดิมพันกับคู่นี้ได้เลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด
เราอยากตอกย้ำเรื่องการบริหารเงินเดิมพันให้เป็นระบบ
เพราะไฟต์มวยที่มีมวยลึกลับร่วมอยู่ด้วย มักให้บทเรียนแพงกับคนที่คิดว่าเห็นทุกอย่างแล้วเสมอ

ตารางมวยช่วงสองที่ราชดำเนินพร้อมช่องทางดูสด

คู่นี้จะถูกจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่สนามมวยเวทีราชดำเนิน
โดยรายการศึกท่อน้ำไทยทีเคโอเกียรติเพชรเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 18:00 น.
ไล่เรียงตั้งแต่ช่วงแรกไปจนถึงช่วงที่สองซึ่งเป็นโปรแกรมของช่างทองและเพชรสโมน
โดยประมาณการว่าไฟต์นี้จะเริ่มประมาณ 20:15 น.
ใครที่วางแผนดูมวยสดควรเผื่อเวลาสำหรับคู่ก่อนหน้าไว้ด้วย
เพราะตารางจริงอาจคลาดเคลื่อนจากเวลาที่ประกาศไว้เล็กน้อย

การถ่ายทอดสดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกออกอากาศทางททบ.5 HD
ส่วนช่วงที่สองซึ่งเป็นไฟต์ของคู่นี้ถ่ายทอดสดผ่านทางเพจมวยไทย เกียรติเพชร และแอปพลิเคชัน
TrueVisions NOW ภายใต้ชื่อช่วง KP SUNDAY FIGHT
สำหรับสาวกที่ต้องการติดตามโปรแกรมและทรรศนะคู่อื่นๆ
ในรายการเดียวกันสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิเคราะห์มวย ศึกท่อน้ำไทย
เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเปิดบิลทุกคู่
ส่วนใครที่พลาดชมถ่ายทอดสดก็สามารถติดตามไฮไลท์มวยของช่างทอง
เอ็มยุเด็นย้อนหลังได้ตามช่องทางปกติของรายการ

งานนี้จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของบริษัท อุตสาหกรรมท่อน้ำไทย จำกัด
ร่วมกับค่ายเกียรติเพชรในฐานะผู้จัดรายการ
ฝั่งช่างทองต้องการพิสูจน์ความสม่ำเสมอหลังเก็บชัยน็อกมาหมาดๆ
ขณะที่เพชรสโมนต้องการใช้เวทีราชดำเนินเป็นบันไดก้าวขึ้นมาในวงการมวยไทย
ซึ่งไม่ว่าใครจะทำตามเป้าหมายสำเร็จ ไฟต์นี้ก็คุ้มค่ากับการรอชมแน่นอน

คู่มวยอื่นๆ ในศึกท่อน้ำไทย

Scroll to Top