วิเคราะห์มวย เกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน vs เพชรขุนศึก พิทักษ์ทางหลวง 4 กรกฎาคม 2569

ถ้าคืนนี้คุณกำลังมองหาทีเด็ดมวยช่อง 3 ที่มากกว่าแค่ชื่อนักมวยบนกระดาน
ขอให้คุณมาถูกทางแล้ว เพราะ พักยก
ได้เจาะลึกคู่รองของศึกจ้าวมวยไทยระหว่าง เกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน นักมวยขวาจากค่ายหนึ่งชัยวัฒน์
ที่กำลังร้อนแรงด้วยฟอร์มชนะรวด 5 ไฟต์ติด กับ เพชรขุนศึก พิทักษ์ทางหลวง
มวยบู๊จากค่ายพิทักษ์ทางหลวงที่ต้องการเรียกศรัทธากลับคืน
ไฟต์นี้มีอะไรมากกว่าที่เห็นบนกระดานราคา
เพราะความต่างของฟอร์มและรูปร่างกำลังจะถูกทดสอบบนเวทีสยามอ้อมน้อยในวันเสาร์ที่ 4
กรกฎาคมนี้ เวลา 12:15 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 3HD

ฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดที่บอกอะไรบางอย่าง

การดูฟอร์มล่าสุดของนักมวยทั้งสองคนช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเกมนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด
เกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน กำลังอยู่ในช่วงที่ร้อนแรงที่สุดในอาชีพ โดยชนะมา 5 ไฟต์ติดต่อกัน
ขณะที่เพชรขุนศึก พิทักษ์ทางหลวง กลับมีผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา
การเจอกันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการวัดฝีมือแล้ว
ยังเป็นการวัดความพร้อมของทั้งคู่ในการไต่ระดับไปสู่การชกคู่เอกในอนาคต
รายการศึกจ้าวมวยไทยในวันเสาร์ที่ 4
กรกฎาคมนี้จะได้คำตอบว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งกว่าในพิกัดนี้

เส้นทางของเกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน

เกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน หรือที่แฟนมวยรู้จักในชื่อ ด่วนหนึ่ง ชูทางด่วน
เป็นนักมวยที่มีประสบการณ์สูงผ่านการชกมากว่า 70 ไฟต์บนเวทีมาตรฐาน ทั้งเวทีราชดำเนิน
เวทีอ้อมน้อย และรายการมวย 7 สี เขาคว้าแชมป์มาหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ประเทศไทย
แชมป์เวทีราชดำเนิน แชมป์เวทีอ้อมน้อย แชมป์เวที 7 สี แชมป์ทรูฟอร์ยู
และแชมป์เวทีจิตรเมืองนนท์ ทำให้เขาเป็นมวยเก๋าที่รู้จังหวะการชกเป็นอย่างดี แม้จะมีอายุเพียง
22 ปี แต่ประสบการณ์ของเขากลับทัดเทียมกับนักมวยที่ชกมานานกว่า
การที่เขาผ่านศึกใหญ่มาหลายครั้งช่วยให้เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งและไม่หวั่นไหวต่อความกดดัน

ในการชกที่พิกัด 130 ปอนด์ครั้งนี้ เกียรติศักดิ์ต้องลดน้ำหนักจากพิกัดปกติที่ 140-150
ปอนด์ลงมา ซึ่งแม้จะเสียเปรียบในเรื่องการลดน้ำหนัก
แต่จำนวนการชกที่มากและประสบการณ์ในการกวัดแกว่งน้ำหนักทำให้เขาไม่น่ามีปัญหา
การได้เปรียบด้านส่วนสูงจะช่วยให้เขาเก็บคะแนนได้ง่ายขึ้น ด้วยฟอร์มชนะรวด 5 ไฟต์ล่าสุด
เกียรติศักดิ์ถูกยกให้เป็น มวยต่อ ในคู่นี้อย่างชัดเจน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาสามารถเอาชนะนักมวยฝีมือดีอย่างคัมภีร์เทวดาและเกียรติเพชรได้ในปีนี้
ยิ่งตอกย้ำว่าฟอร์มของเขาไม่ได้มาเพราะเจอคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอ

ฝั่งเพชรขุนศึกที่ยังไม่นิ่ง

เพชรขุนศึก พิทักษ์ทางหลวง หรือที่เคยใช้ชื่อว่า เพชรทางหลวง พิทักษ์ทางหลวง
เป็นนักมวยที่ชกในพิกัด 118-129 ปอนด์เป็นหลัก การขึ้นมาชกที่ 130
ปอนด์ในครั้งนี้อาจช่วยให้เขามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม
ฟอร์มการชกในระยะหลังไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนมวยเท่าไรนัก เขาเป็น
มวยรอง ในสายตาเซียนมวยส่วนใหญ่
โดยเฉพาะการที่เขาพ่ายแพ้ให้กับนักมวยฝีมือกลางอย่างขุนพลเอิร์ธและฉัตรชัย
ทำให้ภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งลดลงไปบ้าง

ไฟต์ล่าสุดของเพชรขุนศึกที่สามารถระบุผลได้คือการแพ้คะแนน ฉัตรชัย I.S.S.ยิมส์
ในศึกมวยไทยพลังใหม่เดือนมีนาคม 2569 และก่อนหน้านั้นเขาเคยแพ้คะแนน ขุนพลเอิร์ธ
ส.สมหมาย ในพิกัด 122 ปอนด์เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 แม้จะมีชัยชนะแทรกอยู่บ้าง
เช่นการชนะคะแนนศรีวิชัย ส.บุญมีฤทธิ์ แต่ความไม่สม่ำเสมอทำให้เพชรขุนศึกถูกมองเป็นรองในคู่นี้
อย่างไรก็ตาม
สไตล์การชกที่ดุดันและเดินหน้าไม่หยุดของเขาอาจสร้างปัญหาให้กับเกียรติศักดิ์ได้หากไม่ระวัง
เพชรขุนศึกเป็นมวยที่แข็งแรงและทนทาน จึงเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะในเรื่องของหัวใจนักสู้ที่เขามีอยู่เต็มเปี่ยม

เปรียบเทียบตัวต่อตัวในเรื่องรูปร่างสไตล์และอาวุธเด็ด

เมื่อมองจากสถิติและสไตล์การชกของทั้งคู่ใน วิเคราะห์มวย ศึกจ้าวมวยไทย
จะเห็นความแตกต่างชัดเจนทั้งในเรื่องของรูปร่างและวิธีการทำแต้ม
เกียรติศักดิ์ได้เปรียบด้านส่วนสูงถึง 176 เซนติเมตร ซึ่งช่วยในการคุมระยะและการใช้อาวุธเข่า
ขณะที่เพชรขุนศึกเป็นมวยบุกที่ต้องฝ่าแนวการ์ดของเกียรติศักดิ์ให้ได้
เราได้รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบในตารางด้านล่าง

ด้านที่วัด เกียรติศักดิ์ ชูทางด่วน เพชรขุนศึก พิทักษ์ทางหลวง
สถิติการชกโดยประมาณ มากกว่า 70 ครั้ง ไม่ระบุ
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด ชนะ 5 ครั้ง (ชนะน็อก 1) ชนะ 1 แพ้ 2 ไม่ทราบ 2
ส่วนสูง 176 ซม. ไม่ระบุ
สไตล์การชก มวยขวา ฝีมือผสานเข่า มวยเดินหน้า บุกหนัก
อาวุธเด่น เตะตัดล่าง แทงเข่า ศอกกลับ การเดินเบียด หมัดหนัก
ความได้เปรียบในไฟต์นี้ คุมระยะ เตะ-เข่า ความแข็งแกร่ง ความขยัน

อาวุธเด่นที่แฟนมวยควรจับตาในไฟต์นี้ของเกียรติศักดิ์ ได้แก่:

  • การแทงเข่าในระยะประชิดและการแทงเข่าลอยเมื่อจังหวะเปิด
    ซึ่งเป็นอาวุธที่มีความคมและแม่นยำสูง
  • การเตะตัดล่างเพื่อเจาะยางและทำลายจังหวะการเดินของคู่ต่อสู้
    รวมถึงการเตะก้านคอในจังหวะสวน
  • ศอกกลับในจังหวะสวนที่อันตรายเมื่อคู่ต่อสู้มุดเข้ามาในระยะประชิด
  • หมัดฮุคและอัปเปอร์คัตที่รุนแรงในการชกในระยะประชิดและการเข้าทำชุด

ส่วนเพชรขุนศึกมีอาวุธเด่นที่แตกต่างและน่าจับตา:

  • การเดินเบียดบุกไม่หยุดเพื่อกดดันคู่ต่อสู้และลดระยะการออกอาวุธ
  • การใช้หมัดหนักในระยะประชิดเพื่อสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะหมัดฮุคและหมัดตรง
  • ความแข็งแกร่งในการปล้ำตีเข่าเมื่อเข้าสู่คลินช์ และการกอดคอเพื่อควบคุม

เข่าลอยและการเตะตัดล่าง

เกียรติศักดิ์มีอาวุธเด็ดที่หลายคนจดจำคือการแทงเข่าในระยะประชิดและเข่าลอยเมื่อจังหวะเปิด
ด้วยช่วงขาที่ยาวถึง 176 เซนติเมตร เขาสามารถตีเข่าได้จากระยะที่คู่ต่อสู้เอื้อมไม่ถึง
การมีลูกเตะที่หนักหน่วงทั้งเตะตัดล่างเพื่อเจาะยางและเตะก้านคอก็เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้คู่ต่อสู้เสียสมดุล
การใช้ถีบทำลายจังหวะและการไล่แขนเพื่อหาช่องว่างทำให้เขาสามารถเข้าทำเข่าได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ การใช้เตะดักหน้ายังช่วยควบคุมระยะและเปิดทางให้เข้าทำอาวุธอื่นๆ ตามมา

ฝั่งเพชรขุนศึกจำเป็นต้องหาวิธีเจาะเกมรับของเกียรติศักดิ์
การใช้หมัดประกอบการเดินเบียดอาจลดระยะการตีเข่าของคู่ต่อสู้ได้
แต่เพชรขุนศึกต้องระวังการถูกสกัดด้วยศอกเมื่อมุดเข้ามาในระยะ
การกอดคอและการปล้ำตีเข่าในคลินช์อาจเป็นทางรอดของเพชรขุนศึกหากเขาสามารถพาเกมเข้าสู่ระยะประชิดได้สำเร็จ
การใช้เตะกลางลำตัวก็เป็นอีกทางเลือกที่เพชรขุนศึกควรพิจารณาเพื่อสกัดการบุกของเกียรติศักดิ์

หมัดและศอกที่คมกริบ

เกียรติศักดิ์ไม่เพียงมีเข่าเท่านั้น แต่หมัดฮุคและอัปเปอร์คัตของเขาก็รุนแรงไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะในจังหวะที่คู่ต่อสู้เสียหลักจากการเตะ เขาจะสาดหมัดประกอบทันที
ศอกกลับของเขาเป็นอาวุธที่อันตรายเมื่อถูกดักทางในจังหวะสวน
การฝึกซ้อมที่ค่ายหนึ่งชัยวัฒน์ช่วยให้เกียรติศักดิ์มีอาวุธที่ครบเครื่องและแม่นยำ
การที่เขาสามารถออกอาวุธได้ทั้งวงนอกและวงในทำให้คู่ต่อสู้คาดเดาจังหวะยาก

เพชรขุนศึกเน้นการเข้าหาและใช้หมัดหนักๆ
แต่ความคมของศอกและหมัดของเกียรติศักดิ์อาจทำให้เขาถูกสับได้บ่อยครั้ง
ดังนั้นการป้องกันศีรษะและการใช้การโยกหลบจึงเป็นสิ่งสำคัญ
การชกของเพชรขุนศึกจำเป็นต้องมีชั้นเชิงมากขึ้นเพื่อให้ผ่านเกมรับของเกียรติศักดิ์ไปได้
เขาควรใช้เตะดักหน้าและถีบทำลายจังหวะเพื่อเปิดทางเข้าทำ
การล็อกแขนของคู่ต่อสู้ในคลินช์ก็เป็นเทคนิคที่เพชรขุนศึกอาจใช้เพื่อลดการจู่โจมของเกียรติศักดิ์

สถิติการเจอกันและความได้เปรียบเชิงแทคติก

ทั้งสองคนไม่เคยพบกันมาก่อนในสังเวียนอาชีพ
ดังนั้นไฟต์นี้จึงเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ต้องวัดฝีมือกันแบบไม่มีข้อมูลการเจอกันมาก่อน
ซึ่งทำให้การวิเคราะห์ต้องพึ่งพาสถิติและสไตล์การชกของแต่ละฝ่ายเป็นหลัก
เกียรติศักดิ์มีประสบการณ์ในเวทีใหญ่เหนือกว่า
ขณะที่เพชรขุนศึกมีประสบการณ์ในพิกัดที่หลากหลายกว่า
การที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จุดอ่อนจุดแข็งของกันและกัน จะทำให้ยกแรกๆ
เป็นการวัดระยะและหาจังหวะ

รายการศึกจ้าวมวยไทยครั้งนี้จัดโดยนายสมหมาย สกุลเมตตา ที่เวทีสยามอ้อมน้อย
ซึ่งเป็นสนามมวยที่นักมวยทั้งสองเคยชกมาแล้ว เกียรติศักดิ์เคยคว้าแชมป์เวทีนี้มาก่อน
ทำให้เขาคุ้นเคยกับเวทีและกติกา ขณะที่เพชรขุนศึกก็มีประสบการณ์ในรายการนี้เช่นกัน
แต่การเป็นมวยจากค่ายพิทักษ์ทางหลวงอาจทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากแฟนมวยในพื้นที่ไม่น้อย

เกียรติศักดิ์ได้เปรียบในเรื่องของประสบการณ์และชั้นเชิงที่เหนือกว่า
ขณะที่เพชรขุนศึกจะต้องอาศัยความแข็งแกร่งและความบึกบึนในการบุก
หากเพชรขุนศึกสามารถพาเกมเข้าสู่คลินช์และปล้ำตีเข่าได้ อาจทำให้เกียรติศักดิ์เสียจังหวะ
แต่ถ้าเกียรติศักดิ์คุมระยะได้ตามแผน โอกาสที่เพชรขุนศึกจะเอาชนะคะแนนได้มีน้อย
ตัวแปรสำคัญคือการปรับตัวในยกแรกของทั้งคู่ เพราะต่างไม่เคยเจอกันมาก่อน
และการที่เกียรติศักดิ์เป็นมวยฝีมือที่สามารถอ่านเกมได้เร็วจะช่วยให้เขาปรับแผนได้เหนือกว่า

อีกหนึ่งประเด็นคือการชกในพิกัด 130 ปอนด์ของเกียรติศักดิ์ ซึ่งปกติเขาชกในพิกัดที่สูงกว่า
ทำให้เขามีความได้เปรียบด้านพละกำลัง แต่ต้องแลกกับการลดน้ำหนักที่อาจส่งผลต่อสภาพร่างกาย
เพชรขุนศึกคุ้นเคยกับการชกในพิกัดนี้มากกว่า
ดังนั้นในช่วงกลางเกมถึงท้ายเกมอาจเป็นจังหวะที่เพชรขุนศึกจะกลับมาได้ถ้าเกียรติศักดิ์เริ่มหมดแรง
เซียนมวยบางรายมองว่าการที่เกียรติศักดิ์ชกในรุ่นที่ต่ำกว่าปกติจะทำให้เขารักษาระดับความแรงได้ถึงยก
4-5 แต่ก็ต้องติดตามการชั่งน้ำหนักวันก่อนชกว่าสภาพร่างกายของเขาจะพร้อมแค่ไหน

นอกจากนี้ ความแตกต่างของอายุอาจมีผล เกียรติศักดิ์อายุ 22 ปี
กำลังอยู่ในช่วงพีคของร่างกาย มีความคล่องตัวและความเร็วสูง
ขณะที่เพชรขุนศึกไม่ทราบอายุชัดเจน
แต่หากมีอายุมากกว่าอาจเสียเปรียบในเรื่องความสดและความสามารถในการฟื้นตัวระหว่างยก
อย่างไรก็ตาม ไฟต์นี้เป็นการวัดกันที่ชั้นเชิงและจังหวะเป็นหลัก
ซึ่งเกียรติศักดิ์ดูเหมือนจะเหนือกว่าทุกด้าน

เจาะลึกแทคติกและการคาดการณ์ผล

จากการวิเคราะห์มวยของเราที่ วิเคราะห์มวย
ผนวกกับข้อมูลเชิงลึกของคู่นี้ ประเมินว่าเกมจะดำเนินไปในทิศทางที่เกียรติศักดิ์เป็นฝ่ายเดินหมาก
ขณะที่เพชรขุนศึกเป็นฝ่ายตามเกม
ภาพรวมของอาวุธและฟอร์มชี้ให้เห็นถึงความเหนือชั้นของผู้ที่ถูกยกให้เป็นมวยต่อ
แต่เพชรขุนศึกก็มีโอกาสพลิกเกมได้หากเกียรติศักดิ์ประมาท

สถิติเปรียบเทียบ เกียรติศักดิ์ vs เพชรขุนศึก

การควบคุมระยะและจังหวะที่จะตัดสินเกม

การคุมระยะห่างของเกียรติศักดิ์จะเป็นตัวแปรหลักของเกม
ถ้าเขาสามารถใช้เตะสกัดและเข่าดักทางได้อย่างต่อเนื่อง เพชรขุนศึกจะหาจังหวะเข้าตัวได้ยาก
และจะเสียแต้มในระยะไกล
การใช้เท้าถีบทำลายจังหวะของเกียรติศักดิ์จะช่วยให้เขาครองเกมได้ตลอดทั้งยก
การที่เกียรติศักดิ์เป็นมวยฝีมือที่อ่านเกมเก่งจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำแต้ม
อาวุธที่หลากหลายจากทุกระยะทำให้การป้องกันของเพชรขุนศึกต้องทำงานหนัก
โดยเฉพาะการที่เกียรติศักดิ์สามารถสลับระหว่างเตะหนักและเข่าได้อย่างแนบเนียน

เพชรขุนศึกมีโอกาสหากสามารถทำลายจังหวะของเกียรติศักดิ์ด้วยการเดินกดดันและใช้หมัดเข้าที่ลำตัวเพื่อลดความคล่องตัว
แต่การทำแบบนั้นต้องแลกกับการโดนศอกและเข่าสวน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูง
การชกที่รวดเร็วและเปลี่ยนทิศทางอาจทำให้เกียรติศักดิ์เสียการทรงตัวได้
เพชรขุนศึกต้องหาจังหวะชิงจังหวะสวนกลับเพื่อให้เกียรติศักดิ์ไม่ชกถนัด
การใช้เตะสกัดและการถีบจะช่วยให้เพชรขุนศึกไม่เสียเปรียบเรื่องระยะ

เมื่อพิจารณาจังหวะของเกม
ในยกแรกเกียรติศักดิ์น่าจะใช้การเดินวนออกข้างและเตะตัดล่างเพื่อวัดระยะ
พร้อมกับใช้แย็บเปิดทาง ขณะที่เพชรขุนศึกจะพยายามบุกตั้งแต่ยกแรกเพื่อกดดัน
หากเพชรขุนศึกไม่สามารถทำแต้มได้ชัดเจนในยกต้น
ความกดดันจะตกเป็นของเขาเองเมื่อเข้าสู่ยกกลาง

ในยกที่สองถึงสามเกียรติศักดิ์จะเริ่มใช้เข่าในคลินช์มากขึ้น
ในขณะที่เพชรขุนศึกต้องพยายามตอบโต้ด้วยอาวุธที่รุนแรงเพื่อเปลี่ยนเกม
หากเกียรติศักดิ์ยังคงรักษาระยะและจังหวะได้ดี
โอกาสที่เพชรขุนศึกจะเอาชนะคะแนนได้ยิ่งน้อยลงไปทุกที ยกที่สี่และห้าเป็นยกตัดสิน
ถ้าเพชรขุนศึกยังรักษาระดับความแรงไว้ได้และสามารถทำแต้มในคลินช์มากพอ ก็อาจทำให้คะแนนสูสี
แต่เกียรติศักดิ์มีประสบการณ์ในการชกยกท้ายสูงน่าจะเอาตัวรอดได้

โอกาสชนะและสถานการณ์ที่คาดการณ์

เราประเมินว่าเกียรติศักดิ์มีโอกาสชนะประมาณ 70% จากการที่เขามีฟอร์มที่ดีกว่า
มีอาวุธที่คมกว่า และเหนือกว่าในเชิงชั้นเชิง ส่วนเพชรขุนศึกมีโอกาส 30% ที่จะพลิกเกม
หากสามารถบดเบียดจนครบยกและทำแต้มในคลินช์ได้มากพอ
ราคาต่อรองที่เปิดออกมาสนับสนุนการเป็นมวยต่อของเกียรติศักดิ์
แต่ก็มีบางช่วงที่ราคาเริ่มไหลสะท้อนว่าเซียนมวยยังลังเล
เพราะเพชรขุนศึกเป็นมวยที่ไม่ยอมแพ้ง่ายและอาจกัดกินเวลาได้

ผลการคาดการณ์ส่วนใหญ่ชี้ไปที่การชนะคะแนนของเกียรติศักดิ์
แต่หากเขาสามารถสร้างความเสียหายหนักในช่วงกลางเกม
ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลยที่เขาจะชนะน็อกในยก 3 หรือ 4 สำหรับเพชรขุนศึก
เส้นทางสู่ชัยชนะคือการเดินเข้าหาไม่หยุดและพยายามทำแต้มให้ได้ในทุกยก
โดยเฉพาะการไล่ตีเข่าในระยะประชิดที่อาจทำให้เกียรติศักดิ์เสียสมดุล
การที่เพชรขุนศึกเป็นมวยที่เหนียวและทนทานอาจช่วยให้เขาลากเกมไปถึงยกตัดสินได้
หากเขาสามารถทำคะแนนในคลินช์และอาศัยการชกเอาใจกรรมการในยกปลาย
ก็ไม่ใช่ว่าจะพลิกชนะไม่ได้

ทีเด็ดและแนวทางเดิมพันในคู่นี้

การวางเดิมพันมวยแต่ละคู่ต้องอาศัยการวิเคราะห์หลายด้าน ไฟต์นี้แม้เกียรติศักดิ์จะเป็นต่อ
แต่ก็มีจุดที่ควรพิจารณาก่อนวางเงิน สำหรับแฟนมวยที่กำลังมองหาแนวทาง
เรามีทีเด็ดและข้อควรระวังมาแบ่งปัน
ราคาต่อรองที่ออกมาในตอนนี้ยังคงเป็นฝั่งเกียรติศักดิ์ที่ถูกยกให้เป็นมวยต่อ
แต่ก็มีเสียงจากเซียนมวยบางส่วนที่มองว่าราคายังพอเล่นได้ทั้งสองฝั่ง
เนื่องจากเพชรขุนศึกมีจุดเด่นในเรื่องของหัวใจนักสู้

มุมที่ต้องระวังก่อนวางเดิมพัน

อย่าลืมว่าราคาที่ถูกตั้งให้เกียรติศักดิ์เป็นมวยต่ออาจดูเด่นเกินไป
เพราะฟอร์มของเขากำลังร้อนแรง แต่เพชรขุนศึกเป็นมวยที่เหนียวและอาจกัดกินเวลา
ทำให้การเดิมพันที่มั่นใจเกินไปอาจเสี่ยง หากท่านต้องการเดิมพัน
มองหาจังหวะที่ราคาลงมาสมเหตุสมผลแล้วค่อยวางเงิน
การเล่นตัวรองในคู่นี้ก็เป็นทางเลือกที่หลายคนสนใจเพราะราคาที่สูงกว่า
แต่ต้องระวังเรื่องการเสียมัดจำหากเกียรติศักดิ์ออกอาวุธหนักตั้งแต่ยกแรก
การชกที่เวทีสยามอ้อมน้อยมีประวัติการตัดสินที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา
ทำให้การเล่นไปทางมวยต่อที่เหนือกว่าอาจปลอดภัยกว่า

นักเดิมพันควรจับตาการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงก่อนชก
หากราคาไหลมาที่เพชรขุนศึกมากเกินไป
อาจเป็นสัญญาณว่าเซียนมวยมองเห็นบางอย่างที่เรามองไม่เห็น
แต่หากเกียรติศักดิ์ยังคงเป็นต่อและราคาไม่เปลี่ยนแปลงมาก โอกาสที่เขาจะชนะก็ยังสูงอยู่
การดูแนวโน้มราคาปิดจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

ทีเด็ดสำหรับไฟต์นี้ตามลำดับความมั่นใจ:

  1. วางเดิมพันเกียรติศักดิ์ชนะคะแนน (โอกาสสูง ฟอร์มและชั้นเชิงเหนือกว่า)
  2. หากราคาต่อสูงเกินไป การรองเพชรขุนศึกในยกท้ายอาจคุ้มค่า
    เพราะเป็นมวยที่เดินไม่หยุดและมีหัวใจสู้
  3. หลีกเลี่ยงการเดิมพันน็อกรอบห้วนๆ
    เพราะเกมน่าจะไปถึงยกตัดสินหรือชนะน็อกปลายเกมมากกว่าจะจบเร็ว
  4. พิจารณาเดิมพันรวมยกสูง (Over) หากราคามีให้เลือก เพราะมีแนวโน้มว่าการชกจะครบ 5
    ยก

สำหรับท่านที่ต้องการร่วมลุ้นกับไฟต์นี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษเดิมพันมวยออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คู่มวยอื่นๆ ในศึกจ้าวมวยไทย

Scroll to Top