หนึ่งในไฟต์ที่แฟนมวยรอคอยของศึกจ้าวมวยไทยวันเสาร์นี้คือการวัดสไตล์ระหว่าง
“ลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์” อี้หลงน้อย ธ.อ่างทอง
จอมเข่าปลายแข็งที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากเรือนจำจังหวัดอ่างทอง กับ “ขวาเจ้าน้ำตา” จิ๊กโก๋
แก้วสัมฤทธิ์ ดาวรุ่งหมัดหนักจากพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร
ที่จะมาพิสูจน์กันว่าเกมมวยบู๊ที่เน้นบดในวงในจะเอาชนะความสดและพลังหมัดของวัยรุ่นไฟแรงได้หรือไม่
ติดตามบทวิเคราะห์มวยคู่นี้แบบเจาะลึกได้ที่ Pakyok
ที่นี่ที่เดียว
เปิดศึกที่สยามอ้อมน้อยก่อนเที่ยงวันกับคู่เอกมวยช่อง
3HD
ศึกจ้าวมวยไทยในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นี้จะจัดขึ้นที่เวทีมวยสยาม อ้อมน้อย
โดยโปรแกรมมวยวันนี้คู่เอกของรายการจะเริ่มชกในช่วงก่อนเที่ยงวันหรือประมาณ 12:15 น.
ซึ่งแฟนมวยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง 3HD เช่นเคย
การชกในครั้งนี้เป็นการพบกันระหว่างนักชกสองรุ่นที่มีช่วงอายุห่างกันถึง 8 ปี
โดยฝั่งอี้หลงน้อยวัย 22 ปีจากค่ายธ.อ่างทองต้องเผชิญหน้ากับจิ๊กโก๋วัยเพียง 14
ปีจากค่ายแก้วสัมฤทธิ์
ซึ่งความแตกต่างทางร่างกายและประสบการณ์นี้เองที่ทำให้ไฟต์นี้น่าสนใจและถูกจับตามองจากบรรดาเซียนมวยทั่วประเทศ
บนเวทีสยามอ้อมน้อยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การชกคู่นี้จึงไม่ใช่แค่การวัดฝีมือเท่านั้น
แต่ยังเป็นการวัดความแกร่งของจิตใจว่าวัยที่ห่างกัน 8 ปีจะถูกท้าทายด้วยพลังหนุ่มได้หรือไม่
เจาะลึกอี้หลงน้อย
ธ.อ่างทอง จอมเข่าปลายแข็งจากเรือนจำอ่างทอง
อี้หลงน้อยเป็นนักมวยที่มีวินัยในการฝึกซ้อมสูงเนื่องจากสังกัดอยู่ในโครงการของกรมราชทัณฑ์ที่เรือนจำจังหวัดอ่างทอง
เขามีฉายาหลากหลายทั้งลูกเจ้าพ่อกุมภกัณฑ์ ลูกพระบาท
หรือศิษย์คมเพชร ซึ่งสะท้อนถึงสไตล์การชกที่แข็งแกร่งและทรหดไม่ยอมแพ้ ด้วยอายุ 22
ปีและส่วนสูง 166 เซนติเมตร อี้หลงน้อยจัดอยู่ในพิกัดน้ำหนักประมาณ 125-132 ปอนด์
เขาเป็นมวยที่เน้นการเดินหน้ากดดันและมีพละกำลังในช่วงปลายเกมที่เหนือชั้น
การฝึกซ้อมภายใต้ระบบเรือนจำทำให้เขามีวินัยสูงและร่างกายที่ทนทานต่อความเจ็บปวดเป็นอย่างดี
สไตล์การชกที่เน้นวงในตีเข่าเป็นอาวุธทำลายล้าง
จุดเด่นที่สุดของอี้หลงน้อยคือการต่อสู้ในระยะประชิดหรือที่แฟนมวยเรียกว่า “วงใน”
โดยเขามีทักษะการล็อกรัดที่เหนียวแน่นและการปล้ำตีเข่าที่รุนแรงต่อเนื่อง
เมื่อเข้าสู่ระยะคลุกวงใน
คู่ต่อสู้ส่วนใหญ่มักจะถูกบดขยี้ด้วยลูกเข่าที่หนักหน่วงจนแทบตั้งรับไม่ทัน
อี้หลงน้อยมักใช้การสาดแข้งนำเพื่อเปิดทางก่อนจะเข้าประชิดตัวและใช้เข่าเป็นอาวุธปิดเกม
การที่เขาฝึกซ้อมอยู่ที่เรือนจำจังหวัดอ่างทองภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ยิ่งทำให้ร่างกายเขาผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนัก
มีความทรหดและทนทานต่อความเจ็บปวดได้ดีกว่านักชกทั่วไป
เขาจึงเป็นที่รู้จักในฐานะนักชกที่มีวงในเหนียวเป็นอาวุธที่ใช้บดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากเข่าแล้ว การต่อยหมัดของอี้หลงน้อยก็ไม่เป็นรองใคร
โดยเฉพาะหมัดตรงและหมัดฮุคที่ใช้ดักจังหวะในเวลาที่คู่ต่อสู้ถอยหนี
โดยเขามักจะใช้จังหวะสองในการสวนกลับหลังจากที่คู่ต่อสู้โจมตีพลาด
อย่างไรก็ตามจุดอ่อนของเขาคือหากเจอกับคู่ชกที่ดักจังหวะฝีมือเก่งหรือมีความเร็วสูง
อาจถูกชิงจังหวะในระยะกลางก่อนที่จะได้เข้าไปทำในวงใน
ซึ่งจิ๊กโก๋เองก็มีหมัดที่รวดเร็วและแม่นยำเช่นกัน
อี้หลงน้อยจึงต้องระวังการถูกดักต่อยหรือถูกหมัดฮุคสวนในจังหวะที่เขาเดินหน้าเข้าใส่
การตั้งการ์ดของอี้หลงน้อยอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่ด้วยสไตล์ที่ชอบเดินเบียดและกดดันตลอดเวลา
ทำให้บางครั้งเขาอาจเปิดช่องให้คู่ต่อสู้สาดอาวุธเข้าใส่ก่อนจะได้ประชิดตัว
ซึ่งนี่คือจังหวะที่จิ๊กโก๋จะต้องจับทางให้ได้หากต้องการสร้างความลำบากให้กับมวยบู๊จากเรือนจำรายนี้
ฟอร์มล่าสุด 5 ไฟต์กับสถิติชนะ 3 แพ้
2
จากการย้อนดูฟอร์มการชกของอี้หลงน้อยใน 5
ไฟต์หลังสุดที่ลงแข่งขันในศึกจ้าวมวยไทยและศึกมวยไทยพลังใหม่
พบว่าเขาทำผลงานได้ดีด้วยการชนะถึง 3 ไฟต์และแพ้ 2 ไฟต์
โดยเฉพาะชัยชนะเหนือแสนเมืองน้อย ศิษย์กำนันเหน่งในเดือนมีนาคม 2569
ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะเอาชนะนักชกฝีมือดีได้
แต่การกลับมาแพ้ให้กับแสนเมืองน้อยคนเดิมในอีกเพียงเดือนต่อมาก็เป็นสัญญาณเตือนว่าฟอร์มของเขายังไม่คงที่
และอาจเป็นช่องทางที่จิ๊กโก๋จะใช้ความสดที่เหนือกว่าสร้างความปั่นป่วนได้
การแพ้สองครั้งใน 5 ไฟต์หลังสุด (ให้เมซั่ม มวยไทยพลังใหม่และแสนเมืองน้อย)
อาจเป็นผลมาจากการที่เขาต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีสไตล์การชกที่แตกต่างกัน
โดยเฉพาะการแพ้เมซั่มซึ่งเป็นมวยฝีมือที่ชอบชิงจังหวะ
ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่จิ๊กโก๋น่าจะพยายามใช้ประโยชน์
อย่างไรก็ตามการที่อี้หลงน้อยได้กลับมาชกที่สยามอ้อมน้อยอีกครั้งน่าจะเป็นขวัญกำลังใจที่ดี
เพราะเขาคุ้นเคยกับเวทีนี้เป็นอย่างดีและสามารถปรับตัวกับพื้นเวทีได้รวดเร็ว
- ชนะคะแนน เพชรยอดดอย STP.วังเจ้าเคน (1 ตุลาคม 2568)
- แพ้คะแนน เมซั่ม มวยไทยพลังใหม่ (15 พฤศจิกายน 2568)
- ชนะคะแนน ไทรโยค เกียรติไพรสนธิ์ (24 มกราคม 2569)
- ชนะคะแนน แสนเมืองน้อย ศิษย์กำนันเหน่ง (7 มีนาคม 2569)
- แพ้คะแนน แสนเมืองน้อย ศิษย์กำนันเหน่ง (18 เมษายน 2569)
จิ๊กโก๋ แก้วสัมฤทธิ์
ดาวรุ่งหมัดหนักขวาเจ้าน้ำตาจากกำแพงเพชร
จิ๊กโก๋หรือพรานชัย แก้วสัมฤทธิ์ เป็นนักมวยดาวรุ่งวัยเพียง 14
ปีจากอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร
เขาสังกัดค่ายแก้วสัมฤทธิ์และได้รับฉายาว่า‘ขวาเจ้าน้ำตา’
จากหมัดขวาที่หนักหน่วงและแม่นยำ ด้วยส่วนสูง 162 เซนติเมตรและพิกัดน้ำหนักปกติ 120-124
ปอนด์ จิ๊กโก๋เป็นมวยที่เปิดเกมบุกใส่คู่ต่อสู้ไม่หยุด
และมีความกล้าที่จะปะทะกับมวยรุ่นพี่ที่มีอายุและประสบการณ์มากกว่าเสมอ
แม้ยังเด็กแต่จิตใจไม่แพ้ผู้ใหญ่
อาวุธเด็ดที่เรียกว่าหมัดขวาเจ้าน้ำตาและการเตะขาเจาะยาง
จุดแข็งที่ทำให้จิ๊กโก๋เป็นที่รู้จักในวงการมวยไทยคือพลังหมัดโดยเฉพาะหมัดขวาที่หนักหน่วงจนได้ฉายาว่า‘ขวาเจ้าน้ำตา’
โดยหมัดของจิ๊กโก๋มีทั้งหมัดตรงที่จ้วงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ
และหมัดฮุคที่เหวี่ยงจากด้านข้างซึ่งอันตรายไม่แพ้กัน
นอกจากนี้เขายังมีลูกเตะขาหรือการเตะเจาะยางที่รุนแรง
ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ทำลายจังหวะการเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี
จิ๊กโก๋มักจะเปิดเกมด้วยการยิงลูกเตะขาสลับกับการต่อยหมัดเพื่อกดดันคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก
ซึ่งเป็นสไตล์ของมวยเดินเบียดที่บุกไม่ยั้ง
ด้วยความสดและวัยที่ยังเต็มเปี่ยม
ทำให้จิ๊กโก๋มีความเร็วในการออกอาวุธและการตอบสนองที่ฉับไว
เขาสามารถสับขาหลอกและเปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็ว
อย่างไรก็ตามด้วยสรีระที่ยังเติบโตไม่เต็มที่และประสบการณ์ในวงในที่ยังน้อย
จิ๊กโก๋อาจเสียเปรียบในเรื่องแรงปะทะเมื่อต้องเข้าต่อสู้ในระยะประชิดกับมวยรุ่นพี่ที่ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่า
การหักเหลี่ยมและการตั้งการ์ดป้องกันศอกและเข่าจึงเป็นจุดที่เขาต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะหากอี้หลงน้อยสามารถล็อกรัดและพาเข้าสู่วงในได้เมื่อใด
จิ๊กโก๋จะต้องเจอกับแรงบดที่หนักหน่วงและลูกเข่าที่ต่อเนื่อง
ซึ่งอาจทำให้เขายืนระยะไม่ไหวในยกปลาย
ฟอร์มล่าสุดกับสถิติที่ยังไม่แน่นอนแต่มีน็อก
จากสถิติการชกในอดีตของจิ๊กโก๋ 5 ไฟต์ล่าสุดพบว่าผลงานของเขายังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง
โดยในไฟต์ที่สำคัญคือการชนะน็อกปฏักเอก ก.คนเขียนข่าวในยกที่ 3 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569
ซึ่งตอกย้ำถึงพลังหมัดที่สามารถปิดเกมได้ทุกเมื่อ และการชนะคะแนนพยัคฆ์พันล้าน เกียรติภัทรพรรณ
ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำคะแนนและเดินต่อยครบยก
แม้จะมีไฟต์ที่ไม่สามารถหาผลลัพธ์ที่แน่ชัดได้ 2 ไฟต์ แต่ฟอร์มโดยรวมของจิ๊กโก๋ยังคงน่าจับตา
การแพ้คะแนนเชิงรบ ลูกพิชิตเมื่อเดือนตุลาคม 2567
เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าจิ๊กโก๋ยังมีจุดอ่อนในการชกกับมวยฝีมือที่ชอบชิงจังหวะและใช้ความแม่นยำเข้าสู้
ซึ่งเป็นสไตล์ที่คล้ายคลึงกับอี้หลงน้อยในบางแง่มุม นอกจากนี้ไฟต์ที่พบกับอัสรี
บังเซ็นคลองส้มป่อยและเพชรรุ่งเรืองที่ยังไม่ทราบผลการชกที่แน่ชัดก็ทำให้การประเมินฟอร์มปัจจุบันของจิ๊กโก๋ทำได้ยากยิ่งขึ้น
ทำให้การวิเคราะห์ครั้งนี้ต้องยึดกับฟอร์มที่ปรากฏเป็นหลัก และเชื่อว่าด้วยวัยที่ยังน้อย
จิ๊กโก๋ยังมีเวลาพัฒนาฝีมืออีกมาก
แต่สำหรับไฟต์นี้เขาต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการชกของเขา
เปรียบเทียบมิติความได้เปรียบทางกายภาพและอาวุธประจำกาย
เมื่อมองในเชิงเปรียบเทียบระหว่างสองนักชกที่แม้ไม่เคยพบกันมาก่อน
มีหลายปัจจัยที่ชี้ชัดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบในไฟต์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุ ส่วนสูง น้ำหนัก
หรือสไตล์การชกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ซึ่งล้วนมีผลต่อการวางแผนการชกและแนวทางการเดิมพันทั้งสิ้น
| ด้านที่วัด | อี้หลงน้อย ธ.อ่างทอง | จิ๊กโก๋ แก้วสัมฤทธิ์ |
|---|---|---|
| อายุ | 22 ปี | 14 ปี |
| ส่วนสูง | 166 ซม. | 162 ซม. |
| น้ำหนักชก | 125-132 ปอนด์ | 120-124 ปอนด์ |
| สไตล์การชก | มวยบู๊ครบเครื่อง เน้นวงใน | มวยเปิดเกมบุก เน้นหมัดและเตะ |
| อาวุธเด็ด | เข่าในวงใน, การล็อกรัด, แข้ง | หมัดขวา (ขวาเจ้าน้ำตา), เตะขาเจาะยาง |
| ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด | ชนะ 3, แพ้ 2 | ชนะ 2 (1 น็อก), แพ้ 1, ไม่ทราบ 2 |
จุดตัดสินของเกมชิงอยู่ในวงใน
จากตารางจะเห็นว่าความแตกต่างทางอายุและสรีระเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดผลการชก
โดยอี้หลงน้อยมีอายุมากกว่าถึง 8 ปีและมีส่วนสูงที่เหนือกว่า 4 เซนติเมตร
ซึ่งในกีฬามวยไทยความเหลื่อมล้ำนี้หมายถึงความแตกต่างของมวลกล้ามเนื้อ แรงปะทะ
และประสบการณ์ในสังเวียนอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั้งคู่ต้องมาเข้าสู่การปล้ำตีเข่าในระยะประชิด อี้หลงน้อยที่มีน้ำหนักชกอยู่ที่
125-132 ปอนด์ย่อมมีพละกำลังมากกว่าจิ๊กโก๋ที่ชกอยู่ในพิกัด 120-124 ปอนด์
ซึ่งส่วนต่างน้ำหนักนี้เมื่อรวมกับความโตของร่างกายที่แตกต่างกันทำให้จิ๊กโก๋เสียเปรียบอย่างชัดเจนในศึกตัวต่อตัว
จิ๊กโก๋อาจมีความได้เปรียบในเรื่องความเร็วและการออกอาวุธที่รวดเร็วกว่า
แต่ข้อได้เปรียบนี้จะลดลงทันทีเมื่อเกมถูกพาเข้าสู่วงใน
หากจิ๊กโก๋ไม่สามารถรักษาระยะและใช้การเตะขาหรือหมัดสกัดไม่ให้อี้หลงน้อยประชิดตัวได้
เขาจะต้องเจอกับลูกเข่าที่หนักหน่วงและแรงบดจากนักชกเรือนจำ
ซึ่งอาจทำให้ยืนระยะไม่ไหวในยกท้าย
การพลิกโผของจิ๊กโก๋จึงขึ้นอยู่กับการใช้หมัดน็อกให้เร็วที่สุดตั้งแต่ยกแรกหรือยกสองเท่านั้น
เพราะหากปล่อยให้เกมยืดเยื้อ อี้หลงน้อยจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและค่อยๆ บดขยี้
จนกว่าจะได้ชัยชนะ
ปัจจัยที่จิ๊กโก๋ต้องใช้เพื่อพลิกโผ
สำหรับจิ๊กโก๋แล้ว อาวุธที่สามารถเปลี่ยนผลการชกได้คือหมัดขวาอันหนักหน่วง
หากเขาสามารถดักต่อยหรือสวนหมัดในจังหวะที่อี้หลงน้อยบุกเข้ามาได้
ก็มีโอกาสสูงที่จะเขย่าให้นักชกเรือนจำถึงกับเสียหลัก หรืออาจร่วงลงไปให้กรรมการนับ
ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของไฟต์
แต่การจะทำได้นั้นจิ๊กโก๋ต้องอาศัยการตั้งการ์ดที่แน่นหนาและการอ่านเกมที่ดีเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกบดขยี้ก่อน
นอกจากหมัดแล้ว
จิ๊กโก๋ยังต้องใช้การเตะขาเจาะยางอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ขาของอี้หลงน้อยช้าลงหรือเสียการทรงตัว
จนไม่สามารถเดินบดหรือเข้าแทงเข่าได้ถนัด
การที่จิ๊กโก๋ใช้ความเร็วของเขาหลบหลีกและวนออกข้างจะช่วยให้เขามีพื้นที่ในการออกอาวุธมากขึ้น
และลดความเสี่ยงในการถูกพาเข้าสู่วงใน
การสับขาหลอกและการเปลี่ยนจังหวะจึงเป็นอาวุธสำคัญที่จิ๊กโก๋จำเป็นต้องใช้อย่างชาญฉลาด
เจาะลึกกลยุทธ์สู่ชัยชนะของอี้หลงน้อยที่นักเดิมพันไม่ควรพลาด
มาถึงในส่วนของบทวิเคราะห์เชิงลึกซึ่งเราจะชี้ให้เห็นว่าทำไมเกมนี้จึงน่าจะจบลงด้วยฝีมือของอี้หลงน้อย
แม้จิ๊กโก๋จะมีความสดและพลังหมัดที่อันตราย
แต่ปัจจัยเรื่องพละกำลังและความชำนาญในวงในของมวยบู๊จากเรือนจำอ่างทองนั้นยากที่เด็กวัย 14
ปีจะต้านทานได้
ตัวเลขจากการวิเคราะห์มวยของเรายังบ่งชี้อีกว่าอี้หลงน้อยมีโอกาสชนะสูงถึงประมาณ 55-60%
โดยเฉพาะหากราคามวยเปิดมาในระดับที่เหมาะสม ท่านสามารถติดตาม วิเคราะห์มวย
เพิ่มเติมของเราสำหรับทุกคู่ในศึกนี้

หัวใจสำคัญของไฟต์นี้อยู่ที่การบริหารพละกำลังและเกมวงใน
โดยอี้หลงน้อยขึ้นชื่อว่าเป็นมวยปลายแข็งที่ยิ่งชกนานยิ่งแข็งแกร่ง
ซึ่งตรงกันข้ามกับจิ๊กโก๋ที่เป็นมวยเปิดเกมบุกและมักใช้พลังงานสูงในยกแรก ๆ
หากจิ๊กโก๋ไม่สามารถน็อกอี้หลงน้อยให้ได้ภายในยก 2-3 โอกาสที่เขาจะยืนระยะจนครบ 5
ยกเป็นไปได้ยาก
การวิเคราะห์มวยของเราชี้ว่าอี้หลงน้อยน่าจะคุมเกมไว้ได้ในยกกลางถึงยกท้ายและปิดเกมด้วยการชนะคะแนน
ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของเซียนมวยหลายสำนักที่มองว่าไฟต์นี้อี้หลงน้อยเป็นมวยต่อที่สมเหตุสมผล
อาวุธที่ควรจับตาในไฟต์นี้มีดังนี้ – เข่าในวงในของอี้หลงน้อยที่รุนแรงและต่อเนื่อง –
หมัดขวาเจ้าน้ำตาของจิ๊กโก๋ที่พร้อมปิดเกมทุกเมื่อ – การเตะขาเจาะยางของจิ๊กโก๋ที่ใช้สกัดขาคู่ต่อสู้
– การสาดแข้งนำของอี้หลงน้อยก่อนเข้าประชิด –
การล็อกรัดและการปล้ำตีเข่าที่เป็นอาวุธหลักของอี้หลงน้อย
ข้อควรพิจารณาและแนวทางวางเดิมพันในคู่นี้
สำหรับนักเดิมพันที่กำลังมองหาทีเด็ดมวยในศึกจ้าวมวยไทยคู่นี้
เรามีข้อแนะนำที่ผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน
โดยเน้นที่ความมั่นใจในเกมวงในของอี้หลงน้อยและความสามารถในการยืนระยะของจิ๊กโก๋
โดยทั่วไปแล้วอี้หลงน้อยย่อมถูกตั้งเป็นมวยต่อเนื่องจากความได้เปรียบทางร่างกาย
ขณะที่จิ๊กโก๋ในฐานะมวยรองก็มีดีกรีความอันตรายที่พอจะพลิกเกมได้ด้วยหมัดขวาอันหนักหน่วง
อย่างไรก็ตามการที่จิ๊กโก๋บุกหนักอาจทำให้เขาเสียพลังงานมากเกินไป
ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องชั่งน้ำหนัก
การติดตามราคาไหลและราคาก่อนชกเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะหากราคาของอี้หลงน้อยมีการไหลลงอย่างผิดปกติหรือมีเทน้ำไปฝั่งจิ๊กโก๋มากเกินไป
ก็อาจเป็นสัญญาณว่ามีข่าวลือหรือปัจจัยอื่นที่เราคาดไม่ถึง
อย่างไรก็ตามในมุมมองของเรามองว่าราคามวยที่สมเหตุสมผลน่าจะอยู่ที่อี้หลงน้อยต่อแบบกินนิ่ม
หรือต่อรองไม่เกินหนึ่งต่อสอง ซึ่งในราคานี้การวางเดิมพันที่อี้หลงน้อยยังคงมีความคุ้มค่า
เพราะถึงแม้จิ๊กโก๋จะมีหมัดที่สามารถพลิกเกมได้
แต่โอกาสที่เขาจะทำได้นั้นน้อยกว่าความได้เปรียบด้านอื่นของอี้หลงน้อย
อย่าลืม ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเพิ่มทุนในการเดิมพันวันนี้ และสามารถติดตามการวิเคราะห์มวยคู่อื่นเพิ่มเติมได้ที่ วิเคราะห์ศึกจ้าวมวยไทย
ซึ่งเราจะอัปเดตให้ครบทุกคู่ก่อนเริ่มชก
นี่คือไฟต์ที่นักเดิมพันไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
- ทีเด็ดหลัก: อี้หลงน้อยชนะคะแนน –
ด้วยความได้เปรียบทางร่างกายและประสบการณ์ที่เหนือกว่า
อี้หลงน้อยน่าจะคุมเกมและเก็บชัยชนะได้ในที่สุด
การลงทุนแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำและมั่นใจในเกมวงในของจอมเข่าเรือนจำ - รองอี้หลงน้อยแบบไม่ต้องรองน้ำ – หากราคามวยเปิดมาในระดับเสมอหรือต่อไม่เกิน 1-2
ปอนด์ การวางเดิมพันที่อี้หลงน้อยถือว่าคุ้มค่า
เพราะโอกาสที่จิ๊กโก๋จะพลิกชนะมีน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพที่เหนือกว่าในระยะยาว - แทงยกสูง (Over) – หากคุณเชื่อว่าเกมจะยืดเยื้อ การแทงว่าการชกจะครบยกหรือจบในยก
4-5 ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เนื่องจากอี้หลงน้อยมักจะค่อยๆ
บดขยี้คู่ต่อสู้มากกว่าการรีบน็อก
และจิ๊กโก๋ก็มีหัวใจที่สู้ไม่ถอยซึ่งน่าจะทำให้เกมดำเนินไปจนถึงยกท้าย