วิเคราะห์มวย ธีฤทธิ์ ช้างนครศรี vs ศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์ 9 สิงหาคม 2569

ถ้าบ่ายวันอาทิตย์นี้คุณกำลังมองหาทีเด็ดมวยสักคู่ที่คุ้มค่ากับการวางเดิมพัน คู่ 104 ปอนด์
ในศึกมวยไทย 7 สี น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเป็นการโคจรมาเจอกันครั้งแรกของธีฤทธิ์
ช้างนครศรี ดาวรุ่งบู๊ดุดันวัย 15 ปีจากแดนใต้ กับศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์
นักชกปริศนาที่ข้อมูลในระบบแทบจับต้องไม่ได้ แฟนมวยที่ติดตาม พักยก
มานานพอจะรู้ดีว่าคู่ในลักษณะความสดปะทะความลึกลับแบบนี้มักเป็นกับดักราคาที่เซียนมวยต้องอ่านให้ขาดก่อนทุ่มน้ำหนัก
ไฟต์นี้จึงไม่ใช่แค่การวัดฝีมือบนเวที แต่คือการวัดความสามารถในการอ่านเกมของคนดูด้วย

คู่มวย 104
ปอนด์ ในมวยรอบปูนเสือ ครั้งที่ 25 ที่ใครก็ไม่กล้ามองข้าม

รายการศึกมวยไทย 7 สี ประจำวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569
เต็มไปด้วยคู่มวยคุณภาพตั้งแต่คู่แรกยันคู่เอก โดยคู่ที่เราจะเจาะลึกวันนี้คือธีฤทธิ์ ช้างนครศรี
ฝ่ายนวมแดง ปะทะศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์ ฝ่ายนวมน้ำเงิน ในพิกัด 104 ปอนด์ เริ่มชกเวลา
14:30 น. ณ สนามมวยไทย 7 สี ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD
ให้แฟนมวยทั่วประเทศลุ้นไปพร้อมกัน

แม้จะไม่ใช่คู่เอกของรายการ แต่ในสายตาแฟนมวยรุ่นเล็ก
คู่นี้กลับมีมิติในการวิเคราะห์มากที่สุดคู่หนึ่ง เพราะฝั่งธีฤทธิ์เป็นมวยฟอร์มแรงที่มีข้อมูลครบถ้วน
ขณะที่ศรีขรภูมิเป็นมวยที่ระบบฐานข้อมูลแทบไม่มีบันทึกเหลืออยู่
การวางเดิมพันคู่นี้จึงเหมือนการชั่งน้ำหนักระหว่างความพร้อมที่พิสูจน์แล้วกับความเสี่ยงจากสิ่งที่มองไม่เห็น
ด้วยเหตุนี้คู่นี้จึงเป็นไฟต์ที่ไม่ควรพลาดในโปรแกรมมวยรอบปูนเสือ ครั้งที่ 25

รายละเอียด ข้อมูล
รายการ ศึกมวยไทย 7 สี (มวยรอบปูนเสือ ครั้งที่ 25)
วันที่ วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569
เวลา 14:30 น.
สนาม สนามมวยไทย 7 สี
ถ่ายทอดสด ช่อง 7HD
พิกัด 104 ปอนด์ (ราว 47 กิโลกรัม)
ฝ่ายแดง ธีฤทธิ์ ช้างนครศรี
ฝ่ายน้ำเงิน ศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์

ส่วนใครที่อยากเทียบโปรแกรมทั้งรายการก่อนตัดสินใจ ทางเรามีหน้า วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทย7สี
รวบรวมทุกคู่ในวันเดียวกันไว้ครบ ไล่ตั้งแต่คู่เปิดไปจนถึงคู่เอกที่นำโดยสุดหล่อ เจี๊ยบรามอินทรา
พบเพชรฤทธิ์ เหล่าโชคเจริญราชสีห์ รวมถึงยอดกัณฑ์ ช้างนครศรี
นักมวยร่วมค่ายเดียวกับธีฤทธิ์ที่จะชกกับมอญขาว ซีเมนต์ดีในคู่อื่นด้วย

ธีฤทธิ์
ช้างนครศรี มวยบู๊ดาวรุ่งวัย 15 ปีที่เพิ่งเก็บชัยที่สนามมวยช่อง 7

เปิดฝั่งแดงกันที่ธีฤทธิ์ ช้างนครศรี นักมวยที่บันทึกบางแห่งรู้จักในชื่อ ศิษย์ อบต.จ้อน ดาวรุ่งวัย
15 ปีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดค่ายมวยช้างนครศรี จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้อายุยังน้อย
แต่เขาผ่านการชกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ไฟต์ ครอบคลุมทั้งศึกมวยไทยเกียรติเพชร ศึกท่อน้ำไทย
TKO เกียรติเพชร และศึกมวยไทย 7 สี ซึ่งถือว่ามีชั่วโมงบินสูงมากสำหรับเด็กวัยนี้
สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นคือสไตล์มวยบู๊ที่เดินหน้าหาเรื่องตลอดเวลา เป็นนักสู้ประเภทเดินชน
ไม่ถอยหลังง่าย ๆ พร้อมเข้าทำได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะใน 2-3
ยกแรกที่พละกำลังยังเต็มร้อย

อาวุธเด็ดเตะขาและต่อยหมัดที่ทำแต้มชัดเจนบนเวทีมวยตู้

อาวุธที่การันตีความเป็นมวยเด็ดของธีฤทธิ์คือคู่หูเตะขาและต่อยหมัด
เขาถนัดเตะขาเข้าหมักซ้ำที่ต้นขาและน่องคู่ต่อสู้เพื่อทำลายฐานการยืน
ก่อนปิดท้ายด้วยหมัดชุดและหมัดฮุกในระยะประชิด และด้วยส่วนสูง 160
เซนติเมตรที่ค่อนข้างได้เปรียบในพิกัดนี้
เขาจึงสามารถชกวงนอกได้อย่างสบายเมื่อเลือกใช้ระยะที่ตัวเองถนัด

  • เตะเจาะยาง ใช้ตีต้นขาและน่องซ้ำ ๆ
    ให้คู่ชกเสียการทรงตัวและเคลื่อนที่ช้าลง
  • ต่อยหมัดชุด หมัด 3
    หมัดต่อเนื่องสำหรับเปิดทางเข้าทำระยะประชิด
  • หมัดฮุก ลูกเสยเข้าข้างใบหน้า รอจังหวะคู่ชกถอยหลังติดมุมเวที
  • เตะสลับซ้าย-ขวา
    สร้างความสับสนให้การ์ดของคู่ชกเผลอเปิดช่อง
  • การเดินบู๊ลืมตาย กดดันไม่ให้คู่ชกตั้งเกมได้ตลอดทั้งยก

แต่ของดีก็มาพร้อมจุดแลก
เพราะสไตล์เดินบู๊ของธีฤทธิ์เปิดช่องว่างให้คู่ชกที่ไวต่อจังหวะโต้กลับได้เสมอ
โดยเฉพาะคู่ชกที่เป็นมวยเข่าชอบเล่นวงใน ถ้าถูกดึงเข้าคลินช์และโดนจับปล้ำบ่อยครั้ง
จุดเด่นเรื่องเตะขาจะลดคุณค่าลงทันที
ซึ่งเป็นรอยรั่วที่ศรีขรภูมิและทีมงานน่าจะจดบันทึกไว้แล้วก่อนขึ้นชก

สถิติย้อนหลัง 4
ไฟต์ที่การันตีความพร้อมของธีฤทธิ์ในพิกัด 104

ผลงานย้อนหลังของธีฤทธิ์บ่งชี้ว่าเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรง ชนะมา 2 ไฟต์ติดต่อกัน
เริ่มจากไฟต์ล่าสุดเมื่อ 28 มิถุนายน 2569 ที่เอาชนะคะแนนนิวเคลียร์ ส.สุภัทโท ในพิกัด 105
ปอนด์ บนเวทีศึกมวยไทย 7 สี เวทีเดียวกับที่จะขึ้นชกในวันอาทิตย์นี้ ก่อนหน้านั้นในวันที่ 22
กุมภาพันธ์ 2569 เขาก็เพิ่งเก็บชัยเหนือภูมิพยัคฆ์ ส.ราชภูมิ ในพิกัด 101 ปอนด์
ภายในศึกท่อน้ำไทย TKO เกียรติเพชร

ย้อนไปช่วงปลายปีก่อน ธีฤทธิ์เคยแพ้คะแนนและเสมอกับยอดเพทาย อ.เบญจมาศ ที่พิกัด 101
ปอนด์ บทเรียนจากสองไฟต์นั้นคือเมื่อเจอคู่ชกที่เน้นมวยเข่าและจับล็อกในวงใน
จังหวะชกของเขาจะเสียสมดุลอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม การขึ้นชกที่ 104
ปอนด์ครั้งนี้เป็นพิกัดกึ่งกลางระหว่าง 101 และ 105 ที่เขาคุ้นเคยทั้งคู่
เรื่องการคุมน้ำหนักจึงไม่น่ากังวล

ศรีขรภูมิ
นักบินอะไหล่ยนต์ นักชกปริศนาที่ระบบฐานข้อมูลยังไร้ร่องรอย

มาถึงฝั่งน้ำเงินกับศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์ ตัวละครที่ทำให้คู่นี้มีมิติการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ
เพราะในระบบฐานข้อมูลมวยไทยปัจจุบันกลับไม่พบผลการชกของเขาที่ถูกบันทึกไว้ ไม่มีสถิติแพ้ชนะ
รวมถึงข้อมูลส่วนสูงและช่วงชก ทำให้ทุกฝ่ายต้องคาดเดากันว่ารูปเกมของเขาจะเป็นแบบ
มวยฝีมือจอมหลบหลีก มวยเข่าวงใน หรือมวยบู๊สายบุก
ความไม่รู้นี้เองคือทั้งอาวุธลับและจุดเสี่ยงของศรีขรภูมิในไฟต์เดียวกัน

สายเลือดค่ายนักบินอะไหล่ยนต์ที่ปั้นมวยอึดใจสู้ขึ้นเวที
ONE ลุมพินี

แม้ตัวนักมวยจะไร้ข้อมูล แต่ค่ายที่เขาสังกัดไม่ได้เป็นแค่ค่ายทั่วไป
เพราะค่ายนักบินอะไหล่ยนต์ส่งนักชกขึ้นเวทีมาตรฐานระดับประเทศมาแล้วหลายราย
หนึ่งในนั้นคือมหาหิน นักบินอะไหล่ยนต์ ที่ก้าวไปชกในศึก ONE ลุมพินี
ซึ่งสะท้อนว่าค่ายนี้มีสายป่านและระบบปั้นนักมวยที่จริงจัง
นักชกจากค่ายนี้จึงมักมาพร้อมพื้นฐานความอึดและใจสู้ที่แข็งแกร่ง

จุดที่ต้องจับตาคือความไม่คุ้นเคยกับแรงกดดันบนเวทีมวยช่อง 7
เพราะต่อให้ค่ายแข็งแกร่งเพียงใด หากนักมวยไม่เคยชินกับเสียงเชียร์และกติกาของเวทีใหญ่
ย่อมมีโอกาสตื่นสนามสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องพบกับมวยบู๊ที่เดินใส่ตั้งแต่วินาทีแรกอย่างธีฤทธิ์
สิ่งที่ศรีขรภูมิต้องทำคือตั้งการ์ดให้แน่น อดทนต่อแรงบุกใน 3 ยกแรก
แล้วค่อยเซตเกมของตัวเองในยกกลางถึงยกท้าย
หากทำได้เกมนี้อาจไม่เป็นไปตามสูตรที่หลายคนคาด

สถิติการพบกันครั้งแรกของธีฤทธิ์กับศรีขรภูมิและบทเรียนจากการเสียแต้มให้ยอดเพทาย

สำหรับสถิติการพบกันต้องพูดตรง ๆ ว่าทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน
ไฟต์นี้คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของธีฤทธิ์และศรีขรภูมิ ทั้งสองฝ่ายจึงต้องแกะเกมจากข้อมูลเท่าที่มี
โดยธีฤทธิ์มีผลงานย้อนหลังให้ศึกษา ขณะที่ศรีขรภูมิแทบไม่มีอะไรให้ล้วง ซึ่งจากบันทึก 4
ไฟต์ล่าสุดของธีฤทธิ์ที่เรารวบรวมมา จะเห็นทั้งฟอร์มและข้อบกพร่องของเขาได้ชัดเจน

  1. 28 มิถุนายน 2569 ชนะคะแนน นิวเคลียร์ ส.สุภัทโท พิกัด 105 ปอนด์ ศึกมวยไทย 7
    สี
  2. 22 กุมภาพันธ์ 2569 ชนะคะแนน ภูมิพยัคฆ์ ส.ราชภูมิ พิกัด 101 ปอนด์ ศึกท่อน้ำไทย TKO
    เกียรติเพชร
  3. 6 ธันวาคม 2568 แพ้คะแนน ยอดเพทาย อ.เบญจมาศ พิกัด 101 ปอนด์
    ศึกมวยไทยเกียรติเพชร
  4. 8 พฤศจิกายน 2568 เสมอ ยอดเพทาย อ.เบญจมาศ พิกัด 101 ปอนด์
    ศึกมวยไทยเกียรติเพชร

ภาพที่ได้จากสถิติชุดนี้คือธีฤทธิ์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีโมเมนตัมที่ดีจากชัยชนะ 2 ไฟต์รวด
และที่สำคัญหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นบนเวทีมวยไทย 7 สี
ซึ่งหมายความว่าเขารู้แล้วว่าต้องชกแบบไหนถึงจะถูกใจกรรมการของเวทีนี้ ทั้งจังหวะเดินเข้า
จังหวะออกอาวุธ และการทำแต้มในยกท้าย ล้วนผ่านการพิสูจน์มาแล้ว

อีกด้านหนึ่ง ผลแพ้และเสมอที่เกิดขึ้นกับยอดเพทายคือรอยรั่วที่ศรีขรภูมิน่าจะเก็บไปศึกษาแล้ว
เพราะยอดเพทายคือมวยเข่าที่เล่นงานธีฤทธิ์ในวงในได้จริง ถ้าศรีขรภูมิเดินเกมตามพิมพ์เขียวนี้
ไฟต์นี้ก็ไม่ได้ง่ายสำหรับธีฤทธิ์อย่างที่หลายคนคิด
และนี่คือเหตุผลที่คู่นี้ไม่ควรวางเงินก้อนโตโดยไม่เผื่อมุมพลิกเอาไว้

ทางแยกแรกใครคุมวงนอกได้ก่อนเป็นฝ่ายล็อกสกอร์นำ

ภาพประกอบ วิเคราะห์มวย ธีฤทธิ์ ช้างนครศรี vs ศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์ 9 สิงหาคม 2569
วิเคราะห์มวย ธีฤทธิ์ ช้างนครศรี vs ศรีขรภูมิ นักบินอะไหล่ยนต์ 9 สิงหาคม 2569

หัวใจของไฟต์นี้อยู่ที่คำถามเดียว ใครจะคุมระยะชกได้ก่อนกันแน่
เพราะธีฤทธิ์เป็นมวยวงนอกที่อาศัยเตะขาและต่อยหมัดเป็นหลัก
ขณะที่ศรีขรภูมิหากฉลาดพอจะต้องพยายามพาเกมเข้าวงในเพื่อใช้จังหวะปล้ำและแทงเข่า
ซึ่งทางแยกแรกนี้จะชี้ขาดว่าสกอร์จะไหลไปทางฝั่งใด

ถ้าศรีขรภูมิดึงเข้าวงในแทงเข่ารัดตีได้เมื่อไหร่จังหวะของธีฤทธิ์จะสะดุด

เส้นทางชนะของศรีขรภูมิมีอยู่อย่างชัดเจนเส้นทางเดียว คือการเล่นเกมวงในแบบเต็มตัว
เริ่มจากใช้ถีบทำลายจังหวะและโยกหลบเพื่อตัดความถนัดของธีฤทธิ์ในระยะเตะ
จากนั้นรีบเข้าหาเพื่อจับล็อกและปล้ำทันทีที่หมัดชุดของธีฤทธิ์หมดพิสัย เมื่อได้วงในแล้ว
อาวุธที่ควรหยิบใช้คือแทงเข่าเข้าลำตัว แทงยัดไส้ที่ลิ้นปี่ ต่อยท้อง และศอกตีสลับกัน
เพื่อบั่นทอนพลังของมวยบู๊หนุ่มที่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้า

ถ้าศรีขรภูมิทำตามสูตรนี้ได้จริง เกมของธีฤทธิ์จะสะดุดทันที
เพราะเขาจะถูกดึงออกจากจังหวะเตะขาที่ถนัดและต้องลงไปเล่นเกมปล้ำในแบบที่ไม่ถนัด
ซึ่งเป็นบทเรียนโดยตรงจากสองไฟต์ที่เจอกับยอดเพทาย แฟนมวยที่เชียร์ฝั่งรองจึงควรจับตาช่วงยก
2 ถึงยก 3 ว่าศรีขรภูมิจะเริ่มเข้าวงในได้หรือไม่ หากทำได้เมื่อไหร่
ราคาของคู่นี้จะไหลตามรูปเกมทันที

ถ้าธีฤทธิ์โหมเตะเจาะยางต่อยหมัดชุดตั้งแต่ยกแรกเกมอาจจบไวไม่ต้องลุ้นยกท้าย

ในทางกลับกัน ถ้าธีฤทธิ์รักษาระยะวงนอกได้ตามแผน เรื่องนี้จะกลายเป็นงานง่ายสำหรับเขา
เพราะเขาสามารถโหมเตะเจาะยางใส่ต้นขาได้ไม่ยั้ง
จนเมื่อศรีขรภูมิเริ่มเสียหลักก็เดินหน้าต่อยหมัดชุดและหมัดฮุกกดดันต่อเนื่อง
ยิ่งถ้าคู่ชกฝั่งน้ำเงินยังตื่นสนามหรือตั้งรับไม่เป็นจังหวะ
ไฟต์นี้อาจจบไวด้วยการน็อกหรือกรรมการสั่งหยุดในยก 3 ถึงยก 4 แต่ถ้ายืดไปถึงยกท้าย
ธีฤทธิ์ก็ยังได้เปรียบเรื่องสกอร์จากการเดินเข้าหาที่ชัดเจนกว่า

มุมมองของทีมวิเคราะห์มวยที่ให้ธีฤทธิ์ได้เปรียบทั้งข้อมูลและความคุ้นเคยเวที

เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน ทีมวิเคราะห์มวยของเรามองว่า ธีฤทธิ์
ช้างนครศรี
เป็นฝ่ายที่มีโอกาสชนะมากกว่าด้วยเหตุผล 3 ข้อหลัก
หนึ่งคือโมเมนตัมจากฟอร์มชนะ 2 ไฟต์รวดและความคุ้นเคยกับเวทีมวยไทย 7 สี
สองคือประสบการณ์ชกมากกว่า 40 ไฟต์ที่ผ่านมวยมาหลากหลายสไตล์
และสามคือรูปแบบมวยบู๊ที่ทำคะแนนได้ชัดเจนในสายตากรรมการ ซึ่งในมวยรุ่นเล็ก
การเดินเข้าหาและออกอาวุธที่ชัดเจนมักได้เปรียบกว่าการชกตั้งรับเสมอ

สำหรับศรีขรภูมิ เราประเมินว่าโอกาสของเขาอยู่ที่การเล่นเกมวงในและความอดทนใน 3
ยกแรก หากเขาผ่านช่วงที่ธีฤทธิ์บุกหนักได้โดยไม่เสียแต้มมากเกินไป
แล้วเริ่มแทงเข่าทำลายร่างกายในยกกลาง ยกท้ายก็ยังมีโอกาสพลิกเกมได้เสมอ
และถ้าชนะได้จริงก็เท่ากับการล้มยักษ์ที่แฟนมวยจะจดจำไปอีกนาน แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าศรีขรภูมิจะทนแรงปะทะของธีฤทธิ์ไหวตลอด 5 ยก
จึงสรุปได้ว่าธีฤทธิ์คือฝ่ายต่อที่สมเหตุสมผลที่สุดของคู่นี้

แฟนมวยที่ต้องการเทียบมุมมองเพิ่มเติมสามารถติดตามบทความ วิเคราะห์มวย
ทั้งหมดของเราได้ที่เว็บไซต์มวยพักยก ซึ่งมีทั้งการวิเคราะห์เชิงลึก ทรรศนะจากทีมงาน
และสถิติประกอบสำหรับทุกคู่ในวันแข่งขัน เพื่อให้ทุกคนมีข้อมูลครบถ้วนก่อนวางเดิมพัน และสำหรับคู่นี้
จุดที่ต้องโฟกัสคือจังหวะยกแรกถึงยกสามของศรีขรภูมิว่าจะตั้งรับไหวหรือไม่
เพราะนั่นคือตัวตัดสินไฟต์

ทีเด็ดมวยคู่นี้กับจังหวะวางเดิมพันที่คุ้มค่าในพิกัด
104 ปอนด์

มาถึงส่วนที่แฟนมวยรอคอย นั่นคือทีเด็ดและจังหวะวางเดิมพันที่เรามองว่าคุ้มค่าที่สุดของคู่นี้
โดยยึดหลักการอ่านราคามวยและรูปเกมบนเวทีเป็นสำคัญ เพราะแม้เราจะมองธีฤทธิ์เป็นตัวเต็ง
แต่การเล่นมวยให้ได้กำไรจริงไม่ใช่แค่เลือกข้างถูก แต่ต้องเลือกจังหวะและบริหารเงินให้ดีด้วย
อย่าลืมว่าคู่ที่ฝั่งรองข้อมูลน้อยแบบนี้มักเป็นแหล่งกำเนิดของพลิกล็อกที่เซียนมวยต้องมีสติ

  1. ธีฤทธิ์ชนะคะแนน คือทีเด็ดอันดับหนึ่งที่เรามั่นใจที่สุด
    ด้วยฟอร์มที่กำลังแรงและความคุ้นเคยเวทีที่เหนือกว่า
    คาดว่าเขาจะเดินทำแต้มนำตั้งแต่ยกแรกและรักษาสกอร์ไว้ได้จนครบ 5 ยก
  2. เล่นตามธีฤทธิ์ในเกมรุกสามยกแรก
    เพราะจากสถิติที่ผ่านมาเขามักออกอาวุธหนักและทำแต้มทิ้งห่างช่วงต้นไฟต์
    หากศรีขรภูมิยังตั้งเกมไม่ได้ นี่คือจังหวะที่ราคายังไม่ทันขยับตามรูปเกม
  3. มุมที่ควรระวังคือการทุ่มก้อนใหญ่กับราคาต่อของธีฤทธิ์จนเกินเหตุ
    เพราะศรีขรภูมิเป็นมวยรองที่ข้อมูลน้อยอาจมีไม้เด็ดซ่อนไว้ และถ้าเกมพลิกเข้าวงในยกท้าย
    ราคาอาจไหลพลิกได้ทุกเมื่อ

สำหรับแฟนมวยที่มั่นใจในทรรศนะนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือวางเดิมพันให้ทันก่อนที่ราคาจะไหลหนี
เพราะคู่นี้มีแนวโน้มว่านักเล่นมวยจะเทไปฝั่งธีฤทธิ์อย่างรวดเร็วเมื่อราคาเปิดออกมา หากพร้อมแล้ว
ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อล็อกเรตที่ดีที่สุดของวันนี้ได้เลย และอย่าลืมว่าเวลาที่ คุ้มค่าที่สุดในการเล่นมวยคู่นี้
คือช่วงก่อนราคาปิด ซึ่งเป็นช่วงที่ข่าวคราวและรูปเกมของทั้งคู่ชัดเจนที่สุด

คู่มวยอื่นๆ ในศึกมวยไทย7สี

Scroll to Top