ตัวเลขแรกที่ชวนคิดของคู่รองในศึกมวยไทย 7 สีวันอาทิตย์นี้คือพิกัด 114 ปอนด์
ซึ่งดึงให้สองสไตล์ที่แทบจะตรงข้ามกันมาปะทะกันบนเวทีมวยช่อง 7 สี ทาง พักยก
มองว่าไฟต์นี้คือบทพิสูจน์ระหว่างเชิงมวยชั้นสูงของทับทิมทอง อิงฟ้าโฮเทลอุบล
อดีตแชมป์เวทีลุมพินีวัย 26 ปี กับเกมบดเข่าของเป็ก ปตท.ทองทวี แชมป์มวยรอบปูนเสือครั้งที่ 23
วัย 21 ปี ทั้งคู่ยังไม่เคยพบกันมาก่อน เงื่อนไขของรายการคือชนะเข้ารอบ แพ้กลับบ้าน
และนี่คือไฟต์ที่วัดใจเซียนมวยได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดบิล
ข้อมูลไฟต์และการบ้านที่ทั้งคู่ต้องทำก่อนระฆังแรก
ไฟต์นี้ถูกจัดเป็นคู่รองของโปรแกรมมวยไทย 7 สี ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา
14:30 น. ถ่ายทอดสดจากเวทีมวยช่อง 7 สีทางช่อง 7HD กด 35
และเป็นส่วนหนึ่งของมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 25 ในโปรแกรม วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทย7สี
คู่นี้ถูกวางให้เป็นรองแค่คู่เอกของรายการเท่านั้น กติกาคือการชก 5 ยก
ใครทำได้ดีกว่าจะผ่านเข้ารอบต่อไป
สิ่งที่ทำให้คู่นี้ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษคือการวางโครงไฟต์ระหว่างมวยฝีมือเชิงสูงกับมวยเข่าอาชีพ
ทับทิมทองเคยชกในรายการระดับโลกอย่าง ONE ลุมพินี
ส่วนเป็กเคยครองแชมป์มวยรอบปูนเสือมาแล้วครั้งหนึ่ง กติกาการชก 5 ยกด้วยนวมใหญ่ของเวที 7
สีจึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้พิสูจน์ทั้งความครบเครื่องและความอดทนมากกว่าเวทีที่เน้นความมันส์อย่างเดียว
ใครที่เตรียมแผนมาดีเท่านั้นถึงจะอยู่ถึงยกตัดสิน
ทับทิมทอง
อิงฟ้าโฮเทลอุบล มวยฝีมือที่เคยชิงแชมป์ลุมพินีต้องกลับมาสร้างเรื่องที่เวที 7 สี
ทับทิมทองเป็นมวยที่เดินทางมาจากหนองหาน จ.อุดรธานี เริ่มชกตั้งแต่อายุ 11
ปีในเวทีวัดและเวทีภูธร
ก่อนถูกจับเข้ามาฝึกที่ค่ายสจ.เล็กเมืองนนท์และไต่เต้าจนได้ชิงแชมป์เวทีลุมพินี
ประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งนวมเล็กและนวมใหญ่ทำให้เขามีฐานมวยที่กว้าง
แต่คำถามสำคัญคือเขาจะเอาความแพรวพราวนั้นมาใช้กับเกมบดของเป็กได้หรือไม่
ลูกเตะซ้ายนำและศอกสวนคืออาวุธที่ทำให้ทับทิมทองอันตรายกว่าเกมรับ
อาวุธที่ทำให้ทับทิมทองเป็นมวยที่น่าดูคือลูกเตะซ้ายนำที่เร็วและแม่น
ใช้คุมระยะและทำลายจังหวะคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก เขาไม่ใช่มวยที่ยืนตั้งรับนิ่งๆ
แต่เป็นมวยจังหวะฝีมือที่ชอบเคลื่อนที่ วนออก และสับขาหลอก
ก่อนจะตบด้วยศอกสวนในจังหวะที่คู่ต่อสู้เดินบุกเข้ามา
ศอกสวนของเขารุนแรงพอที่จะเปลี่ยนเกมได้ในวินาทีเดียว
โดยเฉพาะกับมวยที่เดินตรงเข้าหาตัวเรื่อยๆ อย่างเป็ก
เหลี่ยมเชิงของทับทิมทองยังช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์ในเกมปล้ำได้
แม้รูปร่างจะเสียเปรียบแต่เขามีทักษะการเอาตัวรอดและการใช้เหลี่ยมในวงในที่แพรวพราว
หากเขาจับจังหวะให้เป็กพลาดท่าและสวนศอกได้ตั้งแต่ยกต้น เกมจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายเขาทันที
เพราะในกติกา 5 ยกของเวที 7 สี
ทรงมวยและความสวยงามของอาวุธมีค่ายิ่งกว่าการรวบรัดน็อกเพียงอย่างเดียว
เมื่อเจอคู่ต่อสู้ที่สูงกว่า 5 เซนติเมตรและเดินหน้าตลอดเวลา
ทับทิมทองจำเป็นต้องใช้ความคล่องตัวหนีออกจากรัศมีเข่าให้ได้
ถ้าปล่อยให้เป็กยึดระยะกลางได้บ่อยครั้ง อาวุธเชิงมวยของเขาจะค่อยๆ
ไร้ค่าเพราะไม่มีพื้นที่ให้หมุนตัวออกอาวุธ นี่คือโจทย์ที่ซ้อมยากกว่าการเจอมวยฝีมือทั่วไป
จุดเปราะของทับทิมทองคือแรงปะทะและความอดทนในยกท้าย
อย่างไรก็ตาม ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของทับทิมทองใน ONE ลุมพินีไม่ใช่ภาพที่แฟนมวยคุ้นเคย
เขาแพ้คะแนน ชาติพิชิต สส.ต้อยแปดริ้ว, แพ้น็อก ขุนศึก ทีวันไฟต์อะคาเดมียก 2, แพ้น็อก
บันลือโลก ศิษย์วัชรชัยยก 3 และแพ้คะแนน ยอดนำชัย แฟร์แท็กซ์ก่อนจะกลับมาชนะ
ขุนศึกได้ในไฟต์ล่าสุดของช่วงนั้น
ความถี่ของการแพ้น็อกสะท้อนว่าจุดอ่อนเรื่องการรับแรงปะทะยังเป็นความเสี่ยงที่ปฏิเสธไม่ได้
เมื่อต้องเจอกับมวยเข่าอาชีพที่เดินบดไม่หยุดอย่างเป็ก ยิ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทาย
หากทับทิมทองปล่อยให้โดนล็อกคอและแทงเข่าซ้ำๆ ในยกต้น เขาอาจหมดแรงก่อนถึงยกตัดสิน
แม้สไตล์ของเขาจะเหมาะกับเวที 7 สี มากกว่าเวทีนวมเล็ก
แต่สภาพร่างกายที่เพิ่งผ่านไฟต์หนักมาไม่นานก็เป็นเดิมพันที่ไม่มีใครการันตีได้
เป็ก ปตท.ทองทวี
แชมป์ปูนเสือวัย 21 ที่เดินหน้าบดไม่หยุด
เป็กคือยอดมวยเข่าอาชีพจาก จ.ยโสธรที่ชกมาแล้วมากกว่าร้อยไฟต์
และเคยพิสูจน์ตัวเองในเวทีมวยรอบปูนเสือมาแล้วด้วยการคว้าแชมป์ครั้งที่ 23 ในวัยเพียง 21 ปี
เขาเป็นมวยที่เดินหน้าท้าชนตลอดเวลา ใช้สรีระที่สูงกว่า 165
เซนติเมตรและพละกำลังมหาศาลบดขยี้คู่ต่อสู้ให้จมอยู่ในเกมวงใน
หากทับทิมทองไม่สามารถหยุดขานี้ได้ตั้งแต่ยกแรก
ไฟต์นี้จะไหลไปตามจังหวะของเป็กอย่างแน่นอน
การล็อกรัดและแทงเข่าต่อเนื่องคือหัวใจของเกมบด
จุดแข็งที่สุดของเป็กคือเกมวงใน เขารัดคอได้เหนียวแน่น
ใช้แขนล็อกและดึงคู่ต่อสู้ลงมาเพื่อแทงเข่าอย่างต่อเนื่อง ลูกเข่าของเขาไม่ได้แรงเพียงครั้งเดียว
แต่เป็นความต่อเนื่องที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้หายใจ การปล้ำตีเข่าแบบนี้จะยิ่งได้ผลเมื่อคู่ต่อสู้เริ่มเหนื่อย
เพราะเป็กมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งและสามารถเดินบดได้ครบ 5 ยกโดยไม่เสียทรง
การเป็นแชมป์มวยรอบปูนเสือทำให้เป็กเข้าใจวิธีเอาชนะใจกรรมการในเกม 5
ยกของเวทีนี้ดีกว่ามวยหน้ารายการทั่วไป เขาไม่จำเป็นต้องน็อกตั้งแต่ยกแรก แต่จะค่อยๆ กดดัน
สะสมคะแนน
และทำให้คู่ต่อสู้เสียทรงจนกรรมการเห็นภาพความได้เปรียบของเขาชัดเจนขึ้นในยกกลางถึงยกท้าย
เกมแบบนี้แหละที่เคยพาเขาคว้าแชมป์มาแล้วครั้งหนึ่ง
ความแข็งแกร่งของเป็กยังมาจากประสบการณ์ที่โชกโชนบนเวทีมวยไทย
การชกมากกว่าร้อยไฟต์ทำให้เขาอ่านจังหวะการโต้ของคู่ต่อสู้ได้ไว
และไม่ตื่นเต้นกับชื่อชั้นของใครทั้งนั้น เขาจะเดินเข้าหาเรื่อยๆ
จนกว่าคู่ชกจะยอมแพ้ต่อแรงกดดันด้วยตัวเอง
ความดุดันที่แลกมาด้วยช่องว่างสำหรับศอกสวน
ข้อเสียของมวยเดินบู๊คือการเปิดช่องให้คู่ต่อสู้ที่มีฝีมือดักทางได้
เป็กต้องอาศัยการเดินเข้าหาและกดดันตลอดเวลา ซึ่งในจังหวะที่เขาก้าวเข้าไปนั้น
ศีรษะและลำตัวมักเปิดช่องว่างให้ลูกศอกสวนหรือหมัดโต้กลับจากทับทิมทองได้
หากทับทิมทองเลือกจังหวะได้เฉียบขาด
เป็กอาจถูกเขกให้เสียจังหวะและกลายเป็นฝ่ายตั้งรับเอง
อีกประเด็นคือฟอร์มล่าสุดของเป็กก็ไม่ได้สวยงามนัก เขาเพิ่งแพ้คะแนน นิธิกร เจ.พี.เพาเวอร์
ในศึกมวยไทย 7 สี และแพ้น็อก เพชรสาม เพชรมวยไทยยิม ยก 2 ในศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย
แม้ก่อนหน้านั้นจะชนะ เด่นสยาม เหลี่ยมธนวัฒน์, กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์ และชนะน็อก เพชรนพเดช
นพเดชมวยไทย แต่การแพ้สองไฟต์ต่อเนื่องในปี 2569
ก็เป็นสัญญาณว่าเขามีจุดที่ราคามองข้ามได้เช่นกัน
ฟอร์ม 5
ไฟต์ล่าสุดของทั้งคู่กับความหมายในไฟต์นี้
การดูฟอร์มย้อนหลังของทั้งคู่บอกอะไรได้มากกว่าชื่อเสียง เพราะเงื่อนไขของทัวร์นาเมนต์นี้คือ
ชนะเข้ารอบ แพ้กลับบ้าน และทั้งสองฝ่ายต่างมีไฟต์แพ้ติดตัวมาไม่ไกลนัก นี่คือผลการชก 5
ไฟต์ล่าสุดของทับทิมทอง อิงฟ้าโฮเทลอุบล
- 27 ก.พ. 2569 แพ้คะแนน ชาติพิชิต สส.ต้อยแปดริ้ว (ONE ลุมพินี)
- 24 ต.ค. 2568 แพ้น็อก ยก 2 ขุนศึก ทีวันไฟต์อะคาเดมี (ONE ลุมพินี)
- 25 ต.ค. 2567 แพ้น็อก ยก 3 บันลือโลก ศิษย์วัชรชัย (ONE ลุมพินี)
- 12 ก.ค. 2567 แพ้คะแนน ยอดนำชัย แฟร์แท็กซ์ (ONE ลุมพินี)
- 8 มี.ค. 2567 ชนะคะแนน ขุนศึก ทีวันไฟต์อะคาเดมี (ONE ลุมพินี)
จะเห็นว่าทับทิมทองแพ้ 4 ใน 5 ไฟต์ล่าสุด แต่คู่แพ้ทั้งหมดล้วนเป็นมวยฝีมือดีในเวที ONE
ซึ่งนวมเล็กเปิดโอกาสให้จบเกมได้ง่ายกว่า การกลับมาใช้เวลาบนเวที 7
สีด้วยนวมใหญ่อาจช่วยให้เขากลับไปเล่นเกมเชิงได้เต็มที่
และที่น่าสนใจคือชัยชนะครั้งล่าสุดของเขาคือการชนะคะแนนขุนศึก
ซึ่งเป็นมวยที่เคยน็อกเขาได้มาก่อน นั่นแปลว่าเขายังปรับตัวและเอาชนะจุดอ่อนของตัวเองได้
ผลงานของเป็ก ปตท.ทองทวี 5 ไฟต์ล่าสุดมีดังนี้
- 10 พ.ค. 2569 แพ้คะแนน นิธิกร เจ.พี.เพาเวอร์ (ศึกมวยไทย 7 สี)
- 28 ก.พ. 2569 แพ้น็อก ยก 2 เพชรสาม เพชรมวยไทยยิม (ศึกมวยไทยวิถีถิ่นไทย)
- 18 ม.ค. 2569 ชนะคะแนน เด่นสยาม เหลี่ยมธนวัฒน์ (ศึกท่อน้ำไทย เกียรติเพชร)
- 23 พ.ย. 2568 ชนะคะแนน กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์ (ศึกท่อน้ำไทย เกียรติเพชร)
- 2 พ.ย. 2568 ชนะน็อก ยก 2 เพชรนพเดช นพเดชมวยไทย (ศึกมวยไทย 7 สี)
เป็กแพ้ 2 ใน 5 ไฟต์ล่าสุด ซึ่งทั้งสองไฟต์เกิดขึ้นในปี 2569 ต่อเนื่องกัน
ก่อนหน้านั้นเขาชนะสามไฟต์รวดด้วยการชนะคะแนนสองครั้งและชนะน็อกหนึ่งครั้ง
ความผันผวนของฟอร์มเป็นเรื่องน่ากังวล
แต่เมื่อดูรายชื่อคู่ชนะและคู่แพ้จะพบว่าเขามักแพ้มวยฝีมือที่ควบคุมระยะเก่ง และชนะมวยที่ยืนแลกด้วย
ในไฟต์นี้ทับทิมทองคือมวยฝีมือที่ควบคุมระยะเก่ง ดังนั้นโจทย์ของเป็กจึงไม่ง่ายเลย
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่ ไม่พบข้อมูลว่าชกกันมาก่อน
ไฟต์นี้จึงเป็นการเจอกันครั้งแรกในชีวิต และไม่มีประวัติการเจอกันมาเป็นตัวชี้วัด
ทำให้ต้องอาศัยการวิเคราะห์สไตล์และฟอร์มเป็นหลัก ยิ่งไม่มีสถิติรองรับมากเท่าไหร่
เกมนี้ยิ่งต้องพึ่งการอ่านเชิงมวยและการวางแผนของทั้งสองค่ายมากเป็นพิเศษ
ศึกชิงจังหวะระหว่างเตะซ้ายนำกับเกมปล้ำตีเข่า

ถ้าต้องสรุปไฟต์นี้ในประโยคเดียว คงเป็นไฟต์ระหว่าง การควบคุมระยะ กับ
การทำลายระยะ ทับทิมทองอยากชกวงนอก ใช้เตะซ้ายนำและศอกสวน
ส่วนเป็กอยากชกวงใน ใช้การล็อกและเข่า แนวทางของทั้งคู่ชนกันที่ช่วงระยะกลาง
ซึ่งใครครองจังหวะนั้นได้ก่อนจะเป็นฝ่ายกำหนดเกม อาวุธที่ต้องจับตาในคู่นี้มีดังนี้
- ลูกเตะซ้ายนำของทับทิมทอง –
อาวุธคุมระยะที่คอยตัดขาและรบกวนจังหวะเป็กตั้งแต่ยกแรก - ศอกสวนของทับทิมทอง –
จังหวะโต้กลับที่พร้อมเปลี่ยนเกมเมื่อเป็กเดินเข้าหา - ล็อกรัดและแทงเข่าของเป็ก –
เกมวงในที่บดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยความต่อเนื่อง - เข่าลอยและเข่าโค้งของเป็ก –
อาวุธปิดเกมเมื่อทับทิมทองเสียหลักหรือถูกดึงลง
เงื่อนไขที่ทำให้ทับทิมทองชนะคือการคุมระยะและสวนศอกให้ตรงจังหวะ
ทับทิมทองต้องไม่ปล่อยให้เป็กเข้าถึงตัวได้ง่าย
เขาต้องใช้ลูกเตะซ้ายนำสลับกับถีบทำลายจังหวะเพื่อกันไม่ให้เป็กตั้งเกมได้ และเมื่อเป็กพุ่งเข้าใส่
เขาต้องใช้ศอกสวนหรือหมัดโต้กลับในจังหวะที่เป็กเปิดช่องว่าง
จุดสำคัญคืออย่าเสียสมาธิกับการรัดของเป็ก เพราะเมื่อไหร่ที่โดนดึงเข้าสู่เกมปล้ำ
มวยเข่าอาชีพอย่างเป็กจะได้เปรียบอย่างมหาศาล
ในทางกลับกัน เป็กต้องยอมรับว่านาทีแรกอาจโดนลูกเตะสกัดใส่ขาและลำตัวบ่อยครั้ง
เขาต้องอดทน เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ และพยายามเบียดเข้าวงในให้ได้ภายในยก 2-3
หากทับทิมทองเริ่มเสียระยะและถอยหลัง เกมจะตกเป็นของเป็กทันที เพราะเมื่อเป็กได้จังหวะปล้ำ
เขาจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งหลักได้อีกเลย
เงื่อนไขที่ทำให้เป็กชนะคือการพาเกมเข้าวงในให้ได้ก่อนยกสี่
เป็กไม่จำเป็นต้องชนะให้สวยงามตั้งแต่ยกแรก ขอแค่ค่อยๆ
เดินเบียดและบีบพื้นที่ของทับทิมทองให้แคบลงเรื่อยๆ ก็เพียงพอแล้ว ยิ่งเข้าสู่ยกกลาง
เขาจะยิ่งได้เปรียบเรื่องพละกำลังและการล็อกคอที่เหนียวแน่น
ถ้าทับทิมทองโดนแทงเข่าบริเวณยางต้นขาบ่อยครั้ง ความคล่องตัวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
และเมื่อถึงยก 4-5 เกมจะกลายเป็นของเป็กโดยสมบูรณ์
สิ่งที่เป็กต้องระวังคืออย่าใจร้อนจนเปิดการ์ดต่ำในยกแรก
เพราะทับทิมทองคือมวยที่โต้กลับได้เจ็บปวด ถ้าเป็กเดินเข้าหาแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
ศอกสวนหนึ่งครั้งอาจทำให้แผนทุกอย่างพังทลาย เขาจึงต้องเล่นแบบมีชั้นเชิง ค่อยๆ ล็อกระยะ
แล้วค่อยเร่งเครื่องในยกท้าย
จุดพลิกของราคาน้ำและทิศทางที่เซียนมวยกำลังจับตา
จากการวิเคราะห์มวยของเรา ไฟต์นี้เป็นไฟต์ที่วัดกันที่รายละเอียดมากกว่าพลังเดี่ยวๆ
ทับทิมทองมีชั้นเชิงและประสบการณ์เวทีใหญ่ ขณะที่เป็กมีความสด สรีระ
และความแข็งแกร่งของร่างกาย ในมุมของราคาน้ำ ไฟต์แบบนี้มักเปิดมาไม่ห่างกันมากนัก
และหากเป็กถูกตั้งเป็นมวยต่อก็เป็นมวยต่อที่เซียนหลายคนยังไม่กล้าทุ่มจนกว่าราคาจะนิ่ง
เพราะมุมพลิกของทับทิมทองยังมีน้ำหนักมากพอจะทำให้ราคาไหลได้ตลอดเวลา
| ด้านที่วัด | ทับทิมทอง อิงฟ้าโฮเทลอุบล | เป็ก ปตท.ทองทวี |
|---|---|---|
| อายุ | 26 ปี | 21 ปี |
| ส่วนสูง | 160 ซม. | 165 ซม. |
| สไตล์การชก | มวยจังหวะฝีมือ | มวยเข่าอาชีพ |
| อาวุธเด่น | เตะซ้ายนำ, ศอกสวน | ล็อกรัด, แทงเข่า |
| จุดที่ต้องระวัง | แรงปะทะในยกท้าย | ช่องว่างให้ศอกสวน |
| โอกาสชนะในมุมมองของเรา | เหนือกว่าเล็กน้อยหากคุมระยะได้ | เหนือกว่าเล็กน้อยในภาพรวม |
ฟันธงไฟต์นี้ไปทางทับทิมทองหรือเป็ก
ฟันธงในมุมมองของเราคือไฟต์นี้ออกเบียดมาก และมีแนวโน้มจบด้วยการชกครบ 5
ยกมากกว่าน็อกเอาต์ ทับทิมทองมีโอกาสพลิกชนะด้วยศอกสวนได้เสมอ
แต่เป็กมีภาษีดีกว่าเล็กน้อยเพราะความดุดัน สรีระที่สูงกว่า
และประสบการณ์ในมวยรอบปูนเสือที่เคยชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง ใน วิเคราะห์มวย เรามองว่าการชกในเวที
7 สีที่ใช้นวมใหญ่และเน้นทำคะแนนจะช่วยให้ทับทิมทองเล่นเกมเชิงได้เต็มที่
แต่ก็ไม่เพียงพอจะลบเปรียบเรื่องความสดของเป็กได้ทั้งหมด
เราประเมินว่าเป็กจะค่อยๆ กดดันตั้งแต่ยก 2 เป็นต้นไป และเอาชนะคะแนนแบบเบียดๆ
ในยกตัดสิน อย่างไรก็ตาม หากทับทิมทองจับจังหวะสวนศอกได้ชัดเจนในยก 2-4
ไฟต์นี้พลิกเป็นเขาน็อกหรือชนะคะแนนได้ไม่ยาก นี่คือไฟต์ที่ราคาไม่ควรทุ่มหนัก
แต่ควรเลือกข้างที่มั่นใจในแผนการชกมากที่สุด
แนวทางแทงมวยและสามมุมที่ควรชั่งใจก่อนเปิดบิล
สำหรับแฟนมวยที่กำลังมองหาทีเด็ดก่อนเปิดบิล คู่นี้ไม่ใช่มวยที่แนะนำให้ทุ่มเงินหนักกับฝั่งมวยต่อ
เพราะความเสี่ยงพลิกแพลงสูง ราคาน้ำของมวยต่ออาจดูหอมแต่ก็แฝงกับดักไว้ไม่น้อย
เรียงลำดับความมั่นใจจากมากไปน้อยดังนี้
- แทงฝั่งเป็ก ปตท.ทองทวี แบบไม่ทุ่มเต็มราคา –
เกมบดเข่าและสรีระที่ได้เปรียบทำให้เขามีโอกาสชนะคะแนนเบียดสูงกว่า
แต่อย่าลืมว่าราคาน้ำของมวยต่ออาจไม่คุ้มค่าความเสี่ยง - รองทับทิมทองในจังหวะสวนศอก –
ถ้าต้องการเสี่ยงสูงได้ผลตอบแทนสูง การมองหาจังหวะที่ทับทิมทองสวนศอกในยกแรกๆ
เป็นมุมที่เซียนหลายคนมองข้าม เพราะอาวุธนี้พร้อมพลิกเกมได้ทุกเมื่อ - แทงมวยครบห้ายก – จากสไตล์ของทั้งคู่
ไฟต์นี้มีโอกาสจบด้วยการน็อกน้อยกว่าไฟต์มวยบู๊ทั่วไป
จึงเหมาะกับการแทงว่าการชกจะไปถึงยกตัดสิน
ใครที่มั่นใจกับแนวทางนี้แล้วสามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเตรียมเงินเข้าเดิมพันได้เลย แต่ควรจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสมและไม่โลภจนเกินไป
เพราะคู่นี้ยังมีมุมพลิกล็อกได้เสมอ
การเดิมพันที่ฉลาดคือการเดิมพันที่พร้อมรับความเสี่ยงทุกจังหวะของเกม