ค่ำวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนนี้ เวทีมวยช่อง 7HD ที่แฟนมวยรู้จักกันดีในนาม สนามมวยช่อง
7 จะกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อ พักยก
ขอพาทุกท่านมาเจาะลึกคู่มวยที่น่าสนใจของโปรแกรม ก้องกุลา จิตรเมืองนนท์
ดาวรุ่งมวยซ้ายจากค่ายจิตรเมืองนนท์
ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งและมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จะได้โคจรมาพบกับ
เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร มวยเข่าสายแกร่งจากค่ายเพชรเกียรติเพชร
ซึ่งเป็นมวยที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนและมีดีกรีไม่เป็นรองใคร
เป็นการปะทะกันระหว่างมวยฝีมือที่เพิ่งจะเริ่มต้นเส้นทางกับมวยเก๋าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วกว่า
100 ไฟต์ ใครจะสามารถครองเกมและพาตัวเองไปสู่ชัยชนะได้ เรามีคำตอบ
มวยซ้ายไฟแรงปะทะขุนเข่าจันทบุรีท้าชิงชัยในศึกมวยไทย
7 สี
การพบกันครั้งนี้เปรียบเสมือนการวัดระดับชั้นเชิงที่แท้จริงของทั้งคู่
เพราะต่างคนต่างมีสไตล์ที่แข็งแกร่งในแบบของตัวเองที่ยากจะหาจุดอ่อนมารุมทึ้ง
ก้องกุลา
จิตรเมืองนนท์กับทางมวยซ้ายที่กำลังมาแรง
ก้องกุลา หรือ ‘พี’ ซึ่งมีฉายาว่า กำปั้นร้อยเอ็ด
เป็นมวยที่มีพื้นฐานมาจากการชกวัดใจในต่างจังหวัดมาก่อน
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสังเวียนเมืองหลวงกับค่ายจิตรเมืองนนท์
ซึ่งถือว่าเป็นค่ายมวยที่มีชื่อเสียงในการสร้างนักมวยฝีมือมาอย่างต่อเนื่อง ในวัยเพียง 19 ปี
เขามีรูปร่างที่สูงโปร่งถึง 173-175 เซนติเมตร
ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบในรุ่นน้ำหนักนี้อย่างมากทีเดียว และด้วยความที่เป็น
มวยซ้ายไฟแรง
ทำให้เขามีจังหวะการออกอาวุธที่แปลกและอ่านยากสำหรับคู่ต่อสู้ทั่วไป
จุดเด่นของก้องกุลาที่หลายคนชื่นชมคือ ‘ลูกเข่าเสียบ’ ที่เฉียบคม
โดยเฉพาะในจังหวะที่คู่ต่อสู้กำลังจะโถมตัวเข้าใส่ นอกจากนี้การที่เขาชกด้วยการยืนในท่าซ้าย
(Southpaw) ทำให้การออกอาวุธของเขามีทางมวยที่แปลกและอ่านยาก สำหรับมวยขวาทั่วไปแล้ว
การเจอมวยซ้ายที่มีฝีมือดีอย่างก้องกุลาถือเป็นปัญหาที่หนักข้อไม่น้อย
เพราะมุมในการออกหมัดและเข่าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ก้องกุลาทำได้ดีคือการ
ดักเตะ และใช้ เข่าตรง สอดไส้ในช่องว่างที่คู่ต่อสู้เผลอ
เพชรสามารถ
เพชรเกียรติเพชรกับความเก๋าที่เหนือชั้นกว่า
ในทางกลับกัน เพชรสามารถคือคำจำกัดความที่สุดยอดของคำว่า ‘มวยเก๋า’ ในทุก ๆ ด้าน
การที่เขาต้องขึ้นชกกับนักมวยที่อายุน้อยกว่าถึง 9 ปี
แต่กลับมีประสบการณ์ที่มากเกินกว่าที่จะประมาทได้ เขามาจากค่ายมวยเพชรเกียรติเพชร
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนักมวยเขาชั้นนำของประเทศที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ขุนเข่าจันทบุรี
ความสามารถในการอ่านเกมและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของเขาถือเป็นอาวุธที่เหนือชั้นกว่าความเป็นหนุ่มของก้องกุลาในหลายด้าน
ด้วยรูปร่างที่สูงถึง 178 เซนติเมตร และมีช่วงแขน-ขาที่ยาวกว่า
ทำให้เพชรสามารถควบคุมระยะและใช้การปล้ำตีเข่า (Knee Clinch)
ที่เป็นอาวุธประจำค่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เขามักจะชอบเดินบี้คู่ต่อสู้ให้เสียพื้นที่แล้วค่อยแทงเข่าไปที่ลำตัวอย่างรุนแรงจนคู่ต่อสู้ต้อง
ยุบ แม้จะต้องเจอกับมวยซ้ายที่ว่องไว แต่ด้วยประสบการณ์กว่า 100
ไฟต์ของเขาที่ผ่านการชกมาในหลายเวทีไม่ว่าจะเป็นเวทีราชดำเนินหรือเวทีลุมพินี
จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะหาเจอจังหวะสวนกลับหรือ จังหวะสอง
มาใช้ได้อย่างแนบเนียน
ฟอร์มล่าสุดของสองนักชกที่บ่งบอกทิศทางของเกม
การดูฟอร์มการชกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าใครกำลังมาในฟอร์มที่ดีกว่า
และใครมีสิ่งที่ต้องพิสูจน์ในไฟต์นี้ มาดูสถิติและผลการชกของแต่ละคนกันอย่างละเอียด
ฟอร์มที่กำลังร้อนแรงของก้องกุลาช่างน่าจับตามอง
ก้องกุลามีฟอร์มการชกที่ร้อนแรงอย่างมากในปีนี้
เขาสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและแทบจะเรียกได้ว่าเป็นขาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
หลังจากที่เคยมีประสบการณ์ใน ONE ลุมพินี เขาก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีในเวทีมวยไทย
ผลการชกของเขาใน 5 ไฟต์ล่าสุดมีดังนี้
- 9 มกราคม 2568: ชนะน็อก พรพิทักษ์ ต.จักรศรี ยก 3 (ศึกจิตรเมืองนนท์)
- 1 สิงหาคม 2568: ชนะคะแนนเอกฉันท์ สุขสวัสดิ์ พีเค.แสนชัย (ONE ลุมพินี)
- 3 ตุลาคม 2568: แพ้น็อก วรพล ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ยก 1 (ONE ลุมพินี)
- 1 กุมภาพันธ์ 2569: ชนะคะแนน เก้ากะรัต ส.เทียนโพธิ์ (ศึกมวยไทยเกียรติเพชร
สัญจร) - 26 เมษายน 2569: ชนะคะแนน เป็นต่อ แป๊ะมีนบุรี (ศึกท่อน้ำไทย TKO
เกียรติเพชร)
เส้นทางที่เต็มไปด้วยความแกร่งของเพชรสามารถ
เพชรสามารถยังคงความดุดันและแข็งแกร่งเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
การที่เขาเคยปะทะกับมวยจากค่ายจิตรเมืองนนท์มาแล้วนับเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้การวิเคราะห์ในครั้งนี้มีความชัดเจนมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพ้และชนะสลับกับคู่ต่อสู้ร่วมค่ายเดียวกันของก้องกุลา
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวของเพชรสามารถได้เป็นอย่างดี ผลการชก 5
ไฟต์ล่าสุดที่เราทราบข้อมูลแน่ชัดมีดังนี้
- 12 มกราคม 2568: ชนะ อัลฟี่ เฟียซ ส.เดชะพันธุ์ (พิกัด 154 ปอนด์)
- 15 มีนาคม 2568: ชนะ รามทิน มานาฟี่ (พิกัด 143 ปอนด์)
- 10 สิงหาคม 2568: แพ้ โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ (พิกัด 145 ปอนด์)
- 15 กุมภาพันธ์ 2569: ชนะ โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ (พิกัด 147 ปอนด์)
- 26 เมษายน 2569: (พบกับ พรพิทักษ์ ต.จักรศรี ในศึกท่อน้ำไทย TKO เกียรติเพชร)
เปิดสถิติและเปรียบเทียบอาวุธเด็ดที่ใครเหนือกว่า
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลพื้นฐานและสไตล์การชกแล้ว
เราสามารถนำมาวิเคราะห์เป็นตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่านักมวยคนใดมีจุดเด่นที่เหนือกว่าในด้านใด
| ด้านที่วัด | ก้องกุลา จิตรเมืองนนท์ | เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร |
|---|---|---|
| อายุ | 19 ปี | 28 ปี |
| ส่วนสูง | 173-175 ซม. | 178 ซม. |
| ถนัด | มวยซ้าย (Southpaw) | มวยขวา |
| สไตล์การชก | มวยฝีมือ, เข่าเสียบ | มวยเข่า, ปล้ำวงใน |
| ฟอร์มล่าสุด | ชนะ 4 / แพ้ 1 | ชนะ 3 / แพ้ 1 (ที่ทราบแน่ชัด) |
| ทัศนะของเรา | ตัวเลือกที่น่าสนใจหากเกมเร็ว | ตัวเลือกหลักหากเกมช้า-บด |
จุดเด่นของอาวุธที่แทงทางกันในไฟต์นี้
อาวุธของทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายที่ได้ยกแขนขึ้นชูชัย
การวิเคราะห์อาวุธเด็ดของแต่ละคนจะช่วยให้เราเห็นแนวทางการชกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- เข่าเสียบของก้องกุลา:
สามารถสอดเข่าในจังหวะที่คู่ต่อสู้กำลังเข้าหาได้อย่างเฉียบคม
อาวุธชนิดนี้อาจทำให้เพชรสามารถเสียจังหวะและไม่สามารถเดินบี้ได้อย่างใจ - เข่าตีจากวงในของเพชรสามารถ:
หากเขาปล้ำเข้าประชิดตัวก้องกุลาได้เมื่อไหร่ เกมจะพลิกทันทีที่ก้องกุลาถูก เข่าตรง
เข้าที่ลำตัวอย่างต่อเนื่องจนหมดแรง - หมัดซ้ายของก้องกุลา:
ด้วยการยืนซ้ายทำให้ลูกหมัดตรงของเขามีพลังทำลายที่สูง
สามารถเข้าทำลายเป้าหมายที่ใบหน้าและลำตัวของเพชรสามารถได้โดยตรง ซึ่งนับเป็น
หมัดเด็ด ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง - ศอกกลับของเพชรสามารถ:
หากก้องกุลาเลือกที่จะถอยหลังหรือวนออกในแนวรัศมีของเพชรสามารถ เขาอาจถูก
ศอกกลับ จังหวะสวย ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว - การไล่แขนของก้องกุลา:
เพื่อไม่ให้เพชรสามารถเกาะกุมและปล้ำตีเข่าได้สะดวก ก้องกุลาจำเป็นต้องใช้การไล่แขนและ
การดักเตะ (Teep) ตลอดเวลาเพื่อรักษาระยะที่ปลอดภัย
กลยุทธ์ในวันตัดสินใครจะคุมเกมอยู่เหนือกว่า
เกมนี้อยู่ที่การควบคุมระยะและจังหวะของคนทั้งคู่เป็นหลัก
ก้องกุลามีโอกาสที่จะเอาชนะได้สูงหากเขาใช้ความเร็วและลูกมวยซ้ายในการคุมเชิงอยู่เสมอ
โดยไม่เปิดโอกาสให้เพชรสามารถได้เข้าตัว การใช้เตะตัดล่าง (Low Kick) เพื่อทำลาย
การทรงตัว ของเพชรสามารถน่าจะเป็นอาวุธหลักของก้องกุลาในยกแรก ๆ
เพื่อไม่ให้เพชรสามารถเดินหน้าตะลุยใส่ได้ตามสบาย การ วนออก
ด้านข้างและการใช้หมัดแย็บเพื่อวัดจังหวะถือเป็นกุญแจสำคัญที่ก้องกุลาจะต้องทำได้ดีตลอดทั้งไฟต์
ในทางกลับกัน หากเพชรสามารถสามารถปิดระยะและจับก้องกุลาไว้ในวงในได้เร็วเพียงใด
โอกาสที่ก้องกุลาจะถูกบดขยี้ก็ยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะเมื่อก้องกุลาหมดแรง
เขาจะยิ่งเดินบี้ดุดันมากขึ้น ซึ่งการที่เพชรสามารถมี วงในเหนียว
นับเป็นตัวแปรสำคัญของไฟต์นี้ ถ้าหากก้องกุลาถูกเพชรสามารถกอดและปล้ำตีเข่าในยกแรก ๆ ได้
โอกาสที่ก้องกุลาจะ ยุบ ลงในยกกลางหรือยกท้ายก็มีสูงมาก
เจาะลึกวิเคราะห์มวยพร้อมราคาเปิดและทีเด็ดการเดิมพัน
ในช่วงใกล้วันชก เราได้รับข้อมูลและมุมมองจากทีมงาน รวมถึงการวิเคราะห์เชิงลึกผ่าน วิเคราะห์มวย
เพื่อให้แฟนมวยมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเดิมพัน แน่นอนว่าทุกมุมมองของคู่นี้ถูกนำเสนอไว้ใน วิเคราะห์มวยไทย 7 สี แบบครบทุกมิติ
ทั้งนี้เพื่อให้นักเดิมพันสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้จริง
เราได้วางภาพอินโฟกราฟิกเปรียบเทียบสถิติให้เห็นกันแบบจะจะ


ราคาเปิดและมุมมองจากเซียนมวยที่ควรจับตา
สำหรับไฟต์นี้ ราคาเปิด ออกมาค่อนข้างสูสีเพราะเป็นไฟต์ที่คาดเดาได้ยาก
แต่ในตลาดนั้นยังคงมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป หลายสำนักมองว่าก้องกุลาอาจเป็น
มวยทรงดี ที่มีอนาคตไกล
ในขณะที่แฟนมวยบางส่วนก็ยังคงเทใจให้เพชรสามารถที่เป็นมวยเก๋าประสบการณ์
การที่ไม่มีข้อมูลการเจอกันมาก่อนทำให้การวิเคราะห์เป็นไปอย่างตื่นเต้น
และเซียนมวยหลายคนก็ยังไม่กล้าฟันธงใครเป็นฝ่าย ต่อ หรือ รอง
อย่างชัดเจน
แม้ว่าเพชรสามารถจะมีความเก๋าและประสบการณ์ที่เหนือกว่า
แต่ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของก้องกุลาทำให้ราคาในตอนนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากที่เปิด
มาเป็นสัญญาณ ราคาไหลลง
ซึ่งเป็นสัญญาณให้ระวังเพราะความเชื่อมั่นในฝั่งต่ออาจลดลงเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องบอกว่านี่คือคู่ที่
พลิก ได้ตลอดเวลา เพราะหากก้องกุลาสามารถยื้อและทำแต้มนำได้ก่อน
โอกาสที่ราคาจะพลิกกลับมาก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน
ข้อดีข้อเสียและทีเด็ดก่อนเดิมพันที่ต้องรู้
หากประเมินจากมวยฝีมือและความสด ก้องกุลามีดีที่ความเร็วและสายตาที่ดี
แต่หากเป็นมวยเข่าในวงใน เพชรสามารถคือผู้ที่เหนือชั้นกว่าและสามารถสู้ในระยะประชิดได้ดีกว่า
มวยบู๊ล้างผลาญ
อย่างเพชรสามารถน่าจะเป็นฝ่ายที่เดินหน้าหาเรื่องใส่คู่ต่อสู้ได้มากกว่า
- เพชรสามารถ ชนะคะแนน —
จากประสบการณ์และเกมวงในที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะเกมในสนามมวยมาตรฐานที่ให้แต้มกับการเดินบด นี่คือตัวเลือกที่เรามีความมั่นใจมากที่สุด
เพราะเพชรสามารถน่าจะคุมเกมในยกท้าย ๆ ได้ดีกว่า - ก้องกุลา ชนะคะแนน —
หากเขาสามารถใช้มวยซ้ายและเข่าเสียบทำงานได้ตลอดทั้งยก
โดยเฉพาะการชกยกแรกไปจนถึงยกสามที่เขามักจะทำแต้มนำไว้ได้เสมอ
หากก้องกุลาหลีกเลี่ยงการปล้ำและใช้ความเร็วได้อย่างชาญฉลาด เขาก็มีลุ้น - เตะตัดขาในยกแรก — ก้องกุลามักจะเริ่มด้วยการ
เตะตัดล่าง เพื่อทำลายขาของคู่ต่อสู้
ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีในการแทงยกสำหรับนักเดิมพันที่ชอบความท้าทาย
สำหรับนักเดิมพันที่กำลังมองหาเว็บเดิมพันที่มั่นคงและล้ำสมัย สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อเสนอสุดคุ้มก่อนใครได้เลย