ถ้าบ่ายนี้คุณกำลังมองหาทีเด็ดมวยในรายการมวยไทย 7 สี คู่ระหว่างกล๊อฟไซด์ แป๊ะมีนบุรี
นักชกหมัดหนักจากอุบลราชธานี กับกริชเงิน กิ๊กพระราม7 ดาวรุ่งสายเลือดใต้ที่ร้อนแรงสุดขีด
คือไฟต์ที่หลายคนรอคอย ที่ Pakyok.org
เรามองว่าไฟต์นี้คือบทพิสูจน์ว่า “บู๊ลืมตาย” จะเอาชนะ “มวยฝีมือครบเครื่อง”
ได้หรือไม่บนเวทีวิกหมอชิต คำถามคือหมัดเด็ดจะปิดเกมไวเหมือนไฟต์ล่าสุด หรืออีกฝั่งจะค่อยๆ
กัดเซาะจนพลิกเกมได้ในยกท้าย
สองดาวรุ่งที่แตกต่างสุดขั้วบนเวทีมวยช่อง
7
ไฟต์นี้ถูกจัดอยู่ในโปรแกรมของศึกมวยไทย 7 สี
รายการมวยมาตรฐานระดับประเทศที่แฟนมวยให้ความเคารพยำเกรงมาอย่างยาวนาน
กำหนดชกในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลา 14:30 น. ณ สนามมวยช่อง 7
หรือที่แฟนมวยเรียกติดปากว่า “วิกหมอชิต” โดยมีช่อง 7 เป็นผู้ถ่ายทอดสด
และยังเปิดให้รับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 7 ทั้งแบบสดและย้อนหลัง
ผู้ที่ไม่ได้อยู่หน้าจอในเวลาดังกล่าวจึงยังมีช่องทางตามเก็บรายละเอียดไฟต์นี้ได้ไม่ยาก
รวมถึงติดตามโปรแกรมมวยวันนี้ทั้งหมดได้ที่ วิเคราะห์มวย ศึกมวยไทย7สี
ความน่าสนใจของคู่นี้ไม่ได้อยู่ที่สถิติหรือชื่อเสียงของค่ายเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่รูปแบบการชกที่แตกต่างกันสุดขั้ว
กล๊อฟไซด์เป็นนักชกพลังทำลายล้างที่ถนัดการเดินเบียดบุกและปิดเกมด้วยลูกหนัก
ขณะที่กริชเงินเป็นมวยเตะที่เน้นชั้นเชิงและความครบเครื่องของอาวุธทั้งห้า
เมื่อทั้งคู่มาเจอกันในพิกัดที่ใกล้เคียงกัน ไฟต์นี้จึงมีเงื่อนไขว่าใครจะกำหนดจังหวะของเกมได้ก่อน
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้โปรแกรมมวยวันอาทิตย์คู่นี้คุ้มค่าที่จะวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง
โปรแกรมวันเดียวกันยังมีคู่เอกอย่างรณชัย ว.ยี่จีน หรือซ้ายเมืองดอกบัว พบเพชรอภิชาติ
อภิชาติมวยไทย รวมถึงเฮอริเคน ป.มงคลอินทร์ พบเพชรใหม่ โกลิตะมวยไทย
แต่มวยคู่ระหว่างกล๊อฟไซด์กับกริชเงินก็ถูกจับตามองไม่แพ้กัน
ถ้ามองในแง่ของความคุ้มค่าในการเดิมพัน คู่นี้ยังมีมิติที่น่าสนใจอีกชั้น
เพราะเป็นการเจอกันระหว่างมวยที่เน้นปิดเกมไวกับมวยที่เน้นการชกยาว
ซึ่งราคามวยในลักษณะนี้มักมีความผันผวนสูง
เซียนมวยหลายสำนักจะจับตาดูว่าราคาเปิดจะออกมาในทิศทางไหน
และเรตจะไหลไปทางไหนก่อนเวลา 14:30 น. เพราะถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงของราคาไหล
อาจบ่งบอกถึงข้อมูลบางอย่างที่ยังไม่เป็นที่รับรู้กันในวงกว้าง
ฟอร์มล่าสุดของสองดาวรุ่งที่ด้านหนึ่งปิดเกมไวและอีกด้านชนะรวด
6 ไฟต์ติด
การวัดฟอร์มของคู่นี้เห็นภาพความต่างได้ชัดเจน
เพราะฝั่งกล๊อฟไซด์เพิ่งโชว์พลังทำลายล้างด้วยการชนะน็อกในยก 2
ขณะที่กริชเงินเก็บชัยชนะมาแล้วหลายไฟต์ติดต่อกันจนเข้าขั้นฟอร์มร้อนแรงที่สุดในอาชีพ
เราจะเจาะรายละเอียดของแต่ละฝั่งให้เห็นจุดแข็งและข้อจำกัด
ก่อนจะนำมาสรุปเป็นภาพรวมของไฟต์
ระเบิดพลังจากเมืองดอกบัวของกล๊อฟไซด์
แป๊ะมีนบุรี
กล๊อฟไซด์เป็นนักมวยจากจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ภายใต้สังกัดแป๊ะมีนบุรี
หรือชื่อเต็มอย่างเอสพี.กันสาดแป๊ะมีนบุรี โดยมีสมบัติ จันตะบุตรเป็นหัวหน้าค่าย
ค่ายนี้เป็นที่รู้จักในวงการมวยไทยจากการปั้นนักชกที่มีความดุดันและพร้อมสู้ทุกสไตล์
ตัวกล๊อฟไซด์เองมีส่วนสูง 170 เซนติเมตร ใช้พิกัดน้ำหนักราว 117 ปอนด์ในไฟต์ล่าสุด
รูปร่างที่ได้สัดส่วนกับระยะแขนทำให้เขาสามารถทิ้งน้ำหนักลงไปกับหมัดและแข้งได้อย่างเต็มที่
และนี่คือจุดที่ทำให้เขาถูกจดจำในฐานะนักชกหมัดหนัก
ผลงานล่าสุดของเขาคือการชนะน็อกยก 2 ต่อซุปเปอร์แชมป์ ทต.พลับพลานารายณ์มวยไทยยิม
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569
ซึ่งเป็นการปิดเกมที่รวดเร็วและสอดคล้องกับสไตล์มวยพลังทำลายล้างของเขา
ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤษภาคมเขายังได้ขึ้นชกกับแพนเค้ก ส.ยิ่งเจริญการช่าง
นักมวยสัญชาติโมร็อกโก
ซึ่งสะท้อนว่าเขามีประสบการณ์ในการปรับตัวเข้ากับคู่ชกต่างชาติผ่านเวทีมวยไทยซุปเปอร์แชมป์ด้วยกันทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลไฟต์ย้อนหลังของเขามีไม่มากพอที่จะยืนยันความสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะเมื่อเกมต้องยืดเยื้อเกินยก 3 ซึ่งเป็นจุดที่แฟนมวยบางส่วนยังตั้งคำถาม
และนี่คือเหตุผลที่ราคามวยในคู่ของเขามักผูกอยู่กับคำถามเรื่อง “จะจบเร็วหรือจบช้า”
กริชเงิน กิ๊กพระราม7
ไอ้บินหราดงกับฟอร์มร้อนแรง
กริชเงินเป็นนักมวยวัย 19 ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช มีฉายาในวงการว่า “ไอ้บินหราดง”
ปัจจุบันสังกัดหลักคือกิ๊กพระราม7 แต่ก็เคยชกในนามพันธมิตรมวยไทยและเอสทีมวยไทยมาแล้ว
และมีข้อมูลว่าปัจจุบันซ้อมอยู่ที่คุกกี้มวยไทย จังหวัดภูเก็ต เขาเป็นลูกชายของเป็นเพชร ส.กิตติชัย
นักมวยรุ่นก่อน ทำให้พื้นฐานมวยของเขาถูกหล่อหลอมมาจากสายเลือดนักสู้จริงๆ ร่างกายสูง 171
เซนติเมตร อยู่ในช่วงพิกัด 111-121 ปอนด์ ซึ่งถือว่ามีความยืดหยุ่นในการขึ้นชกหลายพิกัด
ฟอร์มล่าสุดของเขายอดเยี่ยมมาก เริ่มจากชนะน็อกสมิงหนุ่ม ต.แย้มสวน เมื่อ 21 มกราคม
2569 ต่อมาชนะคะแนนฉลามทอง อ.วังหิน เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ ชนะน็อกจ้าวซัน กรุงเทคโน เมื่อ
21 กุมภาพันธ์ ชนะคะแนนลูฟี่ ตองพัทลุง เมื่อ 4 เมษายน ชนะคะแนนเพชรนาวี พยัคฆ์กันธร เมื่อ
20 พฤษภาคม และล่าสุดชนะน็อกแสนเชิง ศิษย์ อ.ปราโมทย์ เมื่อ 29 มิถุนายน 2569
นี่คือสถิติชนะรวดยาวนานถึง 6 ไฟต์ติดต่อกัน และการที่เขามีประสบการณ์ชกมากกว่า 39
ครั้งพร้อมอัตราชนะน็อกสูงถึง 82% ยิ่งตอกย้ำว่าดาวรุ่งรายนี้ไม่ธรรมดา
อาวุธเด็ดที่ต้องจับตาทั้งหมัดหนัก
หวดแข้ง และมวยฝีมือครบเครื่อง
การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ทำให้ไม่มีสถิติการเจอกันมาเป็นตัวชี้นำ
ต้องเทียบกันที่อาวุธและรูปแบบการชกเป็นหลัก กล๊อฟไซด์มีจุดขายที่พลังหมัดและการเดินบุก
ส่วนกริชเงินมีจุดขายที่การสาดแข้งและการต่อยสวน ซึ่งการวัดกันแบบนี้มักถูกตัดสินด้วยจังหวะเล็กๆ
เพียงไม่กี่จังหวะในยกแรก
สูตรปิดเกมของกล๊อฟไซด์และเกมรับของกริชเงิน
กล๊อฟไซด์จะพยายามใช้หมัดฮุคและหมัดตรงเข้าหาเป้าเพื่อสร้างอาการบอบช้ำตั้งแต่ยกแรก
โดยมีลูกเตะเป็นอาวุธเสริมที่ทำให้กริชเงินไม่สามารถตั้งการ์ดรับได้เพียงด้านเดียว
เขามักใช้การเดินเบียดเพื่อบีบให้คู่ต่อสู้ถอยไปติดเชือก แล้วจึงปล่อยอาวุธชุดเพื่อปิดเกม
แต่การบุกแบบนี้เปิดช่องให้คู่ต่อสู้ที่ฉลาดใช้การดักเตะหรือถีบทำลายจังหวะได้เช่นกัน
ถ้ากล๊อฟไซด์พลาดจังหวะบุกหลายครั้ง พลังในยกท้ายอาจลดลง
และเกมจะเริ่มเข้าทางกริชเงินทันที
สำหรับกริชเงิน
เกมรับของเขาคือการควบคุมระยะด้วยการสาดแข้งและใช้การโยกหลบเพื่อเลี่ยงหมัดหนัก
ก่อนจะโต้กลับด้วยหมัดตรงและศอกในจังหวะที่กล๊อฟไซด์ก้าวเข้ามา
เขามีจุดเด่นเรื่องการชกได้ทั้งวงนอกและวงใน หากถูกกดดันจนต้องคลุกวงใน
เขาก็พร้อมใช้การจับล็อกและแทงเข่าโต้กลับ ซึ่งทำให้กล๊อฟไซด์ไม่สามารถบุกได้ตามสบาย
อาวุธที่แฟนมวยควรจับตาในไฟต์นี้มีดังนี้
- หมัดฮุคของกล๊อฟไซด์ที่มาพร้อมการทิ้งน้ำหนักเต็มไหล่
เป้าหมายคือกรามและซี่โครงของกริชเงิน - การหวดแข้งจากฝั่งกล๊อฟไซด์ที่ใช้เปิดทางก่อนเข้าชกในระยะประชิด
- การสาดแข้งโต้และเตะตัดล่างของกริชเงินที่ใช้ทำลายจังหวะการเดินเบียด
- ฟันศอกของกริชเงินเมื่อเขาคุมระยะวงในได้สำเร็จ
- การแทงเข่าของกริชเงินในเกมกอดคอซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างแต้มได้ดีในยกท้าย
ถ้าเทียบอาวุธกันในกระดาษ ฝั่งกริชเงินดูมีความหลากหลายมากกว่า
แต่ฝั่งกล๊อฟไซด์มีความได้เปรียบเรื่องพลังเดียวที่อาจจบเกมได้ในชั่วพริบตา
สิ่งที่ต้องเฝ้าดูคือกริชเงินจะยอมแลกอาวุธกับกล๊อฟไซด์ในช่วงต้นหรือไม่
ถ้าเขาหลีกเลี่ยงการแลกและเน้นชกจังหวะสวน
เกมจะยิ่งเป็นใจให้ฝั่งที่อาวุธครบเครื่องมากขึ้นเรื่อยๆ
วิเคราะห์มวยเชิงลึกกับจุดเปลี่ยนของไฟต์ในช่วงยก
1 และ 2
การวิเคราะห์มวยคู่นี้ควรเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่าเกมจะจบภายใน 2 ยกหรือไม่
เพราะกล๊อฟไซด์เป็นมวยที่วางแผนปิดเกมไว ถ้าเขาทำไม่ได้ โอกาสจะค่อยๆ ไหลไปหากริดเงิน
เราลองจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงของไฟต์เพื่อหาคำตอบว่าไฟต์นี้ควรลงเอยแบบไหน
และควรวางตำแหน่งการเดิมพันไว้ที่ฝั่งใด
เมื่อเกมยืดเยื้อไปยก
3 ถึงยก 5 ความได้เปรียบจะขยับมาอยู่ฝั่งกริชเงิน
กล๊อฟไซด์มีพลังทำลายล้างสูงในยกต้น แต่เกมของเขามักพึ่งพาความแรงของการบุก
หากกริชเงินสามารถผ่านช่วง 2 ยกแรกไปได้โดยไม่เสียอาการ บทบาทของไฟต์จะเปลี่ยนทันที
กริชเงินจะเริ่มใช้ความหลากหลายของอาวุธบดขยี้ระยะและควบคุมเกมด้วยการชกคะแนน
ขณะที่กล๊อฟไซด์อาจเริ่มแสดงอาการปลายแผ่ว เพราะการเดินเบียดหนักๆ
ตั้งแต่ยกแรกย่อมเผาผลาญพละกำลังไม่น้อย การที่กริชเงินมีสถิติ “ปลายแข็งแกร่ง”
อยู่ในโปรไฟล์จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ชี้ว่าเขาจะยังเดินเครื่องได้ดีในยก 4 และยก 5
เมื่อดูจากฟอร์มการชนะรวด 6 ไฟต์ของกริชเงิน ความมั่นใจของเขาอยู่ในระดับสูงมาก
ไม่ว่าเขาจะถูกกดดันแค่ไหน เขาก็มีวิธีเอาตัวรอดและเปลี่ยนเกมเป็นของตัวเองได้เสมอ
ส่วนกล๊อฟไซด์ยังมีคำถามเรื่องความสม่ำเสมอเมื่อต้องชกครบ 5 ยก ถ้าเกมไม่จบเร็ว
แนวโน้มที่กริชเงินจะค่อยๆ กัดเซาะแต้มและปิดเกมด้วยการชกคะแนนจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อรวมกับชั้นเชิงที่เหนือกว่าในเรื่องการคุมจังหวะ เราจึงมองว่าภาพไฟต์นี้ใกล้เคียงกับที่ทีมงาน
วิเคราะห์มวย เคยชี้ไว้ในหลายคู่
คือมวยพลังที่ปิดเกมไม่ขาดจะเจอปัญหากับมวยฝีมือที่อ่านเกมขาด
การที่กริชเงินมีประสบการณ์ชกมากกว่า 39 ครั้งในวัยเพียง 19 ปี
แสดงถึงความเก๋าและกระดูกมวยที่สูงกว่าวัย เขารับมือกับมวยบุกหนักมาแล้วหลายแบบ
และมีไหวพริบในการใช้ดักเตะหรือถีบทำลายจังหวะเพื่อสกัดการบุกของกล๊อฟไซด์
ดังนั้นบทสรุปของส่วนนี้คือ ถ้ากล๊อฟไซด์ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในยก 1-2
โอกาสชนะของเขาจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเกมจะตกไปอยู่ในมือของไอ้บินหราดง
เทียบสถิติ พิกัด
และสรีระของกล๊อฟไซด์กับกริชเงิน

การเทียบสถิติแบบเทียบเคียงกันช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าจุดแข็งของแต่ละฝั่งอยู่ตรงไหน
โดยเฉพาะในไฟต์ที่ทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน ตัวเลขเรื่องส่วนสูง พิกัด
และฟอร์มล่าสุดจะเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ดีที่สุดที่เรามี และจะช่วยให้เราประเมิน “มวยทรงนี้”
ได้แม่นยำขึ้น
| ด้านที่วัด | กล๊อฟไซด์ แป๊ะมีนบุรี | กริชเงิน กิ๊กพระราม7 |
|---|---|---|
| ภูมิลำเนา | อุบลราชธานี | นครศรีธรรมราช |
| อายุ | ไม่ระบุ | 19 ปี |
| ส่วนสูง | 170 ซม. | 171 ซม. |
| พิกัดน้ำหนัก | ประมาณ 117 ปอนด์ (ไฟต์ล่าสุด) | 111-121 ปอนด์ |
| ค่ายสังกัด | แป๊ะมีนบุรี / เอสพี.กันสาดแป๊ะมีนบุรี | กิ๊กพระราม7 / พันธมิตรมวยไทย / เอสทีมวยไทย |
| ฟอร์มไฟต์ล่าสุด | ชนะน็อกยก 2 (29 มี.ค. 2569) | ชนะน็อก (29 มิ.ย. 2569) |
| ผลงาน 5 ไฟต์ล่าสุด | ข้อมูลไม่ครบ | ชนะรวด 5 ไฟต์ติด |
| อัตราชนะน็อก | ไม่มีข้อมูล | สูงถึง 82% |
| จุดเด่นชัดที่สุด | พลังทำลายล้างและลูกหนัก | มวยฝีมือครบเครื่อง ปลายแข็งแกร่ง |
| แนวโน้มการตัดสินไฟต์ | ชนะได้หากปิดเกมในยกต้น | ได้เปรียบเมื่อเกมยืดเยื้อเกินยก 3 |
จากตารางจะเห็นว่ากริชเงินมีข้อมูลที่ครบถ้วนกว่าในแทบทุกด้าน
ทั้งอายุที่ยังอยู่ในวัยทองของนักมวย ฟอร์มการชนะที่ต่อเนื่อง และอัตราการปิดเกมที่น่ากลัว
ส่วนกล๊อฟไซด์มีจุดแข็งที่พลังหมัดซึ่งมองข้ามไม่ได้ เพราะในกีฬามวยไทย
หมัดเดียวจอดสามารถพลิกทุกอย่างได้ในเสี้ยววินาที
ดังนั้นการตัดสินใจวางเดิมพันจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงของการรอเกมยาวกับโอกาสของการจบเกมไว
ถ้ามองในแง่ของสรีระ กล๊อฟไซด์สูง 170 เซนติเมตร ส่วนกริชเงินสูง 171 เซนติเมตร
แทบไม่มีความต่างกันในเรื่องระยะเอื้อม จุดต่างจึงอยู่ที่พิกัดน้ำหนักที่กริชเงินเคยชกอยู่ในช่วง
111-121 ปอนด์ ขณะที่กล๊อฟไซด์เพิ่งชกที่ 117 ปอนด์
ซึ่งน่าจะเป็นพิกัดที่ใกล้เคียงกันมากในวันชกจริง และการที่กริชเงินมีพิกัดที่ยืดหยุ่นกว่า
บ่งบอกว่าเขาปรับสภาพร่างกายได้เก่งกว่ามวยทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบในวันชก
ทีเด็ดมวยไทย 7
สีกับการวางเดิมพันฝั่งกริชเงินที่คุ้มค่ากว่า
เมื่อดูฟอร์ม สไตล์ และสถิติประกอบกันแล้ว ทีมงานเรามองว่าคู่นี้มีทิศทางที่ค่อนข้างชัดเจน
แม้กล๊อฟไซด์จะเป็นมวยที่อันตรายในช่วงต้น
แต่การที่กริชเงินมีฟอร์มชนะรวดและความครบเครื่องของอาวุธ
ทำให้เขาเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบในภาพรวมมากกว่า เราจะอธิบายเหตุผลและจังหวะที่ควรระวัง
เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยข้อมูล ไม่ใช่เพียงอารมณ์ และอย่าลืมว่ามวยไทย 7 สีเป็นรายการที่
มวยพลิก ได้ตลอดเวลา
เหตุผลที่เรามองว่ากริชเงินเป็นมวยต่อในไฟต์นี้
ข้อแรกคือความต่อเนื่องของฟอร์ม การชนะมา 6 ไฟต์ติดต่อกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
โดยเฉพาะเมื่อคู่ชกมีระดับฝีมือและสไตล์ที่หลากหลาย
กริชเงินแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเอาชนะได้ทั้งเกมน็อกและเกมคะแนน
ซึ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะในสังเวียนที่สูงมาก ข้อสองคือความหลากหลายของอาวุธ
เมื่อเทียบกับกล๊อฟไซด์ที่พึ่งพาพลังหมัดเป็นหลัก กริชเงินสามารถสลับไปมาระหว่างการเตะ การต่อย
การใช้ศอก และการแทงเข่าได้ตลอดเวลา ทำให้คู่ต่อสู้คาดเดาเกมได้ยาก
และการออกอาวุธชุดของเขายังมาพร้อมการคุมจังหวะที่เหนือชั้นกว่ามวยวัยเดียวกัน
ข้อสามคือเรื่องพละกำลังในยกท้าย
สถิติและโปรไฟล์ของกริชเงินบ่งชี้ว่าเขาเป็นมวยปลายแข็งแกร่ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับมวยไทย 7
สีที่ต้องชกครบ 5 ยก หากเกมเข้าสู่ยก 4-5
ความฟิตของเขาจะเป็นแต้มต่อที่ชัดเจนเหนือกล๊อฟไซด์ที่อาจเริ่มเหนื่อยจากการออกอาวุธหนักในยกต้น
ดังนั้นมุมมองของเราคือกริชเงินเป็นฝ่ายที่ ยืนระยะได้ดีกว่า
และการเลือกวางเดิมพันฝั่งเขาจึงมีความเสี่ยงต่ำกว่าในสายตาของเรา
จังหวะที่กล๊อฟไซด์จะพลิกเกมได้
แน่นอนว่าไม่มีใครการันตีผลมวยได้ 100%
กล๊อฟไซด์มีโอกาสพลิกเกมได้เสมอถ้าเขาจับจังหวะหมัดฮุคเข้าที่กรามของกริชเงินในยกแรก
หรือถ้ากริดเงินเกิดชะงักเมื่อถูกบุกหนักอย่างที่ไม่เคยเจอในฟอร์มล่าสุด
แฟนมวยที่ชอบความเสี่ยงอาจมองหาค่าเรตจากการแทงน็อกในยกต้นซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูง
แต่เรามองว่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์นี้ต่ำกว่าการที่กริชเงินจะค่อยๆ คุมเกมแล้วปิดด้วยคะแนน
ดังนั้นในมุมของการลงทุนระยะยาว การเลือกฝั่งที่มีความสม่ำเสมอย่อมปลอดภัยกว่า
อีกมุมที่ต้องระวังคือกล๊อฟไซด์อาจถูกวางเป็นมวยรองในสายตาเซียนมวย
แต่การที่เขามีพลังหมัดเพียงพอจะพลิกเกมได้ทุกเมื่อ ถ้าใครอยากแทงรองเพื่อลุ้นกำไรจากเรตที่สูง
ควรแบ่งเงินเดิมพันไว้ส่วนหนึ่งและไม่ทุ่มทั้งหมดในบิลเดียว
เพราะไฟต์ประเภทมวยพลังปะทะมวยฝีมือมักมีจังหวะพลิกได้เสมอแม้โอกาสจะไม่มาก
สรุปทีเด็ดของเราในไฟต์นี้ เรียงตามความมั่นใจจากมากไปหาน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ
เราขอไล่จากมุมที่มั่นใจที่สุดไปหามุมที่รับความเสี่ยงสูง
ซึ่งนักเดิมพันสามารถเลือกใช้ได้ตามสไตล์การลงทุนของตัวเอง
- กริชเงินชนะคะแนน หากเกมครบ 5 ยก
แนวโน้มที่เขาจะทำแต้มนำได้ตลอดทั้งไฟต์สูงมาก - กริชเงินชนะแบบไม่น็อก จุดที่ควรวางเงินคือการชกครบยก
เนื่องจากกล๊อฟไซด์มีพลังทำลายล้างแต่ความอึดในยกท้ายยังเป็นคำถาม - กล๊อฟไซด์ชนะน็อกในยก 1-2
เป็นทางเลือกสำหรับคนที่รับความเสี่ยงสูงและเชื่อในพลังหมัดเพียงหมัดเดียว
สำหรับใครที่วิเคราะห์ตามเราแล้วเห็นว่าคู่นี้มีมูลค่าในการเดิมพัน สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
แล้ววางเดิมพันได้เลย แต่ควรจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสม เพราะมวยไทย 7
สีเป็นรายการที่มีความผันผวนสูง
และการแทงทีละคู่แบบมวยเดี่ยวอาจควบคุมความเสี่ยงได้ดีกว่าการทำสเต็ปหลายคู่