นักชกจีนรุ่นสตรอว์เวตที่หน้าตายังไม่คุ้นตาสำหรับแฟนมวยไทยจะต้านทานพายุโจมตีของจอมบุกญี่ปุ่นที่มาพร้อมฉายา
The Air Raid ได้หรือไม่? ไฟต์นี้คือโจทย์ใหญ่ของคู่เปิดรายการ The Inner Circle 25
ก่อนเข้าโปรแกรมหลัก ONE ลุมพินี 165 ที่จะจัดที่สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา ในคืนวันศุกร์ที่ 7
สิงหาคมนี้ และเป็นโจทย์ที่ Pakyok
หยิบมานั่งแกะรายละเอียดกันอย่างจริงจัง เพราะแม้ทั้งคู่จะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ระดับคู่เอก
แต่ชั้นเชิงและความต่างของสไตล์การชกกลับซับซ้อนเกินกว่าเรตมวยจะบอกเราได้ทั้งหมด
เปิดรายการด้วยสองมหาอำนาจเอเชียที่เวทีลุมพินี
ค่ำคืนศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา
จะเปิดเวทีรับการชกคิกบ็อกซิงรุ่นสตรอว์เวตเป็นคู่แรกของรายการ The Inner Circle 25
ซึ่งจัดขึ้นก่อนรายการหลัก ONE ลุมพินี 165 โดยเริ่มชกเวลา 18:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
การแข่งขันจะถ่ายทอดสดผ่านช่อง 7HD และช่องทางสตรีมมิงอย่างเป็นทางการของ ONE
Championship ส่วนใครที่อยากไปรับบรรยากาศข้างเวทีก็สามารถหาซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ Thai
Ticket Major
แม้คู่นี้จะไม่ใช่คู่เอกของค่ำคืน แต่ก็ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือที่แฟนมวยไม่ควรพลาด
เพราะเป็นการวัดกันระหว่างนักชกจากสองชาติมหาอำนาจของวงการศิลปะการต่อสู้เอเชีย
นั่นคือจีนและญี่ปุ่น ยิ่งมาเจอกันในกติกาที่ไม่มีการใช้ศอกและจำกัดการคลินช์
ยิ่งทำให้โจทย์ของไฟต์นี้เหลือเพียงการวัดฝีมือหมัดกับแข้งล้วน ๆ ใครที่ไล่ตามโปรแกรมวิเคราะห์มวยวันลุมพินี
คงเห็นว่าคู่นี้ถูกวางไว้เป็นบทพิสูจน์ฝีมือของนักชกรุ่นใหม่ทั้งสองฝั่ง
อีกมุมที่คนดูทั่วไปอาจมองข้ามคือ The Inner Circle 25
ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักชกรุ่นใหม่ได้โชว์ฝีมือก่อนก้าวขึ้นมาเป็นชื่อหลักในเวทีใหญ่
ไฟต์เปิดรายการแบบนี้จึงมักดุเดือดและจริงใจ
เพราะทั้งคู่ต้องการเก็บชัยชนะเพื่อเรียกเรตมิงและความเชื่อมั่นจากโปรโมเตอร์
เมื่อทั้งคู่ยังไม่มีสถิติการพบกันมาก่อน
ไฟต์นี้จึงเปิดกว้างสำหรับทุกความเป็นไปได้ทั้งการชนะคะแนนและการปิดเกมด้วยอาวุธหนัก
สองสไตล์ที่ต่างขั้วระหว่างความคล่องตัวของจีนกับความดุดันของญี่ปุ่น
ในเมื่อทั้งคู่ไม่เคยมีสถิติการพบกันมาก่อน
สิ่งแรกที่เราพอจะเทียบกันได้คือตัวตนและวิธีชกของแต่ละฝั่ง ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ
ไฟต์นี้คือการชนกันระหว่างความรวดเร็วของมวยจีนกับการบุกแบบไม่หยุดของมวยญี่ปุ่น
ทั้งสองสไตล์นี้แหละที่จะเป็นตัวกำหนดว่าใครได้เปรียบในแต่ละยก
เผิง
ซือหาว นักชกจาก Liu Xiangming Fight Club ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง
เผิง ซือหาว ตัวแทนจาก Liu Xiangming Fight Club ผ่านการชั่งน้ำหนักที่ 123.6 ปอนด์
เรียกได้ว่าแลนด์ในพิกัดสตรอว์เวตได้สบาย ๆ แม้ข้อมูลประวัติการชกในระบบเปิดของ ONE
จะยังมีจำกัด แต่สิ่งที่พอจับทางได้คือพื้นฐานการเคลื่อนที่แบบนักชกจีนที่เติบโตมาจากกีฬาซานต้า
สไตล์แบบนี้ส่งผลให้เขาคล่องตัวทั้งการถีบ การเตะ และการเปลี่ยนมุมเข้าหาคู่ต่อสู้
จุดที่เผิง ซือหาว ต้องทำในไฟต์นี้คือการลดระยะให้เหลือน้อยที่สุด
เพื่อไม่ให้สึบาสะใช้ช่วงขาที่ยาวกว่ามาคุมเกมได้ถนัด ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งระยะได้ตลอด
เราอาจได้เห็นเขาโดนไล่ทำแต้มและหมดทางสู้ในยกท้าย
แต่ถ้าเขาหาจังหวะสลับเข้าไปออกอาวุธชุดในระยะประชิดได้ เกมนี้จะเปลี่ยนเป็นอีกเรื่องทันที
อีกสิ่งที่เผิง ซือหาว ต้องระวังคือจังหวะการออกหมัดชุดที่ทิ้งการ์ดยาวเกินไป
เพราะสึบาสะเป็นนักชกที่ช่ำชองการสวนด้วยลูกเตะ ถ้าเปิดช่องว่างให้เห็นเมื่อไหร่
เตะก้านคอหรือเตะกลางลำตัวจะพุ่งเข้าหาซี่โครงทันที
ดังนั้นการ์ดของเขาจึงต้องตั้งชิดและพร้อมสลับจังหวะตลอดเวลา
สึบาสะ
จอมบุกญี่ปุ่นจากค่าย Target กับฉายา The Air Raid
สึบาสะ นักชกชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปีจากค่าย Target สูง 167 เซนติเมตร ชั่งน้ำหนักได้ 124.4
ปอนด์ ฉายา The Air Raid สื่อถึงสไตล์การชกของเขาได้ชัดเจน
คือการโถมบุกเหมือนเครื่องบินทิ้งระเบิด ใช้คอมโบหมัดและเตะกดดันให้คู่ต่อสู้ถอยร่น
เขาไม่ค่อยปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
และจัดเป็นนักชกสายบู๊ลืมตายที่มีชั้นเชิงมาจากวงการคิกบ็อกซิงและ K-1 ของญี่ปุ่น
สิ่งที่ต้องลบคือน้ำหนัก 124.4 ปอนด์ ซึ่งเกือบถึงเพดานบนของรุ่น ถ้าแลกหมัดหนัก ๆ
กันทั้งสามยก ความอึดช่วงปลายยกของเขาอาจลดลง เมื่อเจอกับคู่ชกที่เร็วกว่าแบบเผิง ซือหาว
การบริหารพละกำลังในยกแรกจึงสำคัญพอ ๆ กับการออกหมัดทำแต้ม
มุมของค่าย Target มักเน้นการทำคะแนนผ่านหมัดหน้าและการเข้าจังหวะที่แน่นอน
ถึงฉายาจะดูดุดันแต่การบุกของสึบาสะมีแพตเทิร์น เขาจะเปิดด้วยแย็บวัดระยะ
ตามด้วยเตะเจาะยางเพื่อตัดการเคลื่อนที่ แล้วค่อยง้างหมัดตรงขนาดยาวเข้าที่กลางลำตัว ถ้าเผิง
ซือหาว อ่านแพตเทิร์นนี้ได้ทัน เกมจะไม่เป็นไปตามสคริปต์ของฝั่งญี่ปุ่นแน่นอน
ระยะเอื้อมและน้ำหนักที่บอกว่าใครได้เปรียบก่อนขึ้นชก
ตัวเลขสองอย่างที่การันตีความได้เปรียบของสึบาสะคือส่วนสูงและระยะช่วงชก
ไฟต์นี้ไม่มีสถิติการเจอกันมาเป็นตัวตั้ง
ดังนั้นเราต้องเอาความต่างทางกายภาพมาวางก่อนว่าใครน่าจะคุมจังหวะได้ดีกว่า
สิ่งนี้จะกลายเป็นกรอบที่เผิง ซือหาว ต้องหาทางทำลายให้จงได้
ส่วนสูง 167
เซนติเมตรของสึบาสะที่เปลี่ยนวิธีเข้าหาของเผิง ซือหาว
ในกติกาคิกบ็อกซิง ส่วนสูงมีค่าเท่ากับอาวุธชิ้นหนึ่ง เมื่อสึบาสะสูงถึง 167 เซนติเมตร
เขาสามารถใช้เตะเจาะยางและเตะกลางลำตัวสกัดนักชกจีนไม่ให้เดินหน้าได้ง่าย
ความยาวของช่วงขาทำให้การปล่อยแข้งของเขามาถึงก่อนหมัดของฝ่ายตรงข้ามเสมอ ส่วนเผิง
ซือหาว ซึ่งไม่มีข้อมูลส่วนสูงเปิดเผย
ต้องเข้าหาแบบหลบเลี่ยงแนวเตะและใช้ฟุตเวิร์กแบบสลิปเข้าเส้นใน
อีกประเด็นคือน้ำหนักที่ชั่งจริงต่างกันเพียง 0.8 ปอนด์ แปลว่าพลังปะทะของทั้งคู่สูสีกันมาก
แทบไม่มีใครได้เปรียบเรื่องแรงบด
แต่การที่สึบาสะแบกน้ำหนักมาใกล้เพดานรุ่นอาจทำให้เขาเสียความเร็วปลายยก ถ้าเผิง ซือหาว
ยังไม่หมดแรงในยกที่สาม นี่คือ ช่องว่างที่ราคามองข้าม ได้
มุมมองเรื่องระยะยังส่งผลต่อการทำแต้มของกรรมการด้วย เพราะในกติกาคิกบ็อกซิง
กรรมการจะให้ความสำคัญกับความชัดเจนของอาวุธและความเสียหายที่เกิดขึ้น
ถ้าสึบาสะยิงเตะเข้าตลอดแต่หมัดไม่คม อาจโดนหักคะแนนจากหมัดสวนที่แม่นยำของอีกฝ่ายได้เช่นกัน
การครองระยะจึงไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่คือกุญแจสำคัญของสกอร์ในทุกยก
เทียบอาวุธหมัดและแข้งของทั้งคู่ในกติกาที่ไม่มีศอก
พอตัดศอกออกไปและจำกัดการคลินช์ ไฟต์นี้จะเหลือการต่อสู้ด้วยหมัดกับเท้าเป็นหลัก
ใครวางอาวุธได้แม่นกว่าและไล่จังหวะได้ดีกว่าจะเป็นฝ่ายทำแต้ม
เรามาดูกันว่าอาวุธแต่ละชนิดของทั้งคู่จะชนกันตรงไหนบ้าง
หมัดแย็บและหมัดตรงที่สึบาสะน่าจะใช้ส่องทางเข้า
อาวุธที่สึบาสะน่าจะเปิดเกมคือหมัดแย็บเพื่อวัดระยะและบดบังสายตา
ตามด้วยหมัดตรงที่พุ่งตามน้ำหนักตัว เขาสามารถต่อด้วยหมัดฮุคหรือหมัดเสยได้เมื่อคู่ต่อสู้ชิ่งเข้าหา
วิธีนี้เป็นสูตรสำเร็จของค่าย Target
ที่เน้นการทำคะแนนชัดเจนและควบคุมจังหวะด้วยหมัดหน้า
ส่วนเผิง ซือหาว คงไม่ยอมแพ้ให้กับเกมหมัดหน้า
เขาน่าจะใช้การสลิปและปัดเพื่อเลี่ยงหมัดตรงแล้วสวนกลับด้วยหมัดหลังในจังหวะที่สึบาสะกำลังส่งหมัดชุด
จุดสำคัญคือเขาต้องไม่แกว่งหมัดกว้างจนเกินไป เพราะถ้าพลาดท่าจะโดนอาวุธสวนทันที
การหาจังหวะก้าวเท้าเข้าเส้นในก่อนปล่อยหมัดจะเป็นตัวตัดสินว่าฝ่ายไหนทำแต้มในวงในได้มากกว่า
เตะเจาะยางและเตะก้านคอที่ทำให้เผิง
ซือหาว เดินหน้าลำบาก
ความยาวช่วงขาของสึบาสะทำให้ลูกเตะเจาะยางเป็นอาวุธที่ใช้ทำลายฐานของนักชกจีนได้ตั้งแต่ยกแรก
ถ้ายิงเตะตัดขาข้างหน้าซ้ำ ๆ บ่อยพอ การเคลื่อนที่ของเผิง ซือหาว จะช้าลง
แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นมาเตะกลางลำตัวหรือเตะก้านคอในจังหวะที่คู่ต่อสู้เสียการทรงตัว
อาวุธที่ต้องจับตาในไฟต์นี้มีดังนี้
- เตะเจาะยางของสึบาสะที่ใช้ตัดเกมขาของคู่ชก
- เตะก้านคอซึ่งเป็นอาวุธปิดเกมที่มาในจังหวะคอมโบ
- หมัดสวนหลังของเผิง ซือหาว ที่อันตรายเมื่อเขาสลิปหมัดตรงได้
- เตะหน้าหรือถีบเพื่อกันระยะเวลาสึบาสะบุกเข้าใกล้
ถ้าเผิง ซือหาว ยังยืนระยะได้และใช้ลูกถีบผลักอีกฝ่ายออกจากตัวทุกครั้งที่โดนกดดัน
โอกาสที่สึบาสะจะยิงเตะก้านคอติดก็จะลดลง แต่ถ้าเขาถูกเตะตัดขาจนขยับไม่ออก
รูปเกมจะตกเป็นของฝ่ายญี่ปุ่นทั้งหมด จังหวะที่เขาต้องระวังที่สุดคือหลังจากที่ตัวเองออกหมัดชุดพลาด
เพราะนั่นคือช่องว่างที่สึบาสะจะสวนด้วยเตะได้เต็มระยะ
นอกจากนี้กติกาคิกบ็อกซิงที่ห้ามศอกและจำกัดการกอดรัดก็ทำให้เกมในระยะประชิดไม่ดุเดือดเท่ามวยไทย
เผิง ซือหาว จึงไม่สามารถใช้การกอดเพื่อพักเกมได้นาน ๆ ทุกครั้งที่เข้าเส้นใน
เขาต้องปล่อยอาวุธทันทีและรีบถอยออกมา
ไม่เช่นนั้นจะถูกสึบาสะรวบเอาไว้ในเกมเตะยาวซึ่งเป็นจุดแข็งของฝ่ายญี่ปุ่น

เกมนี้ตัดสินที่ใครคุมระยะได้ก่อนและจังหวะสวนของเผิง
ซือหาว

ไฟต์นี้ไม่เคยมีสถิติการพบกันมาก่อน พูดง่าย ๆ คือวัดกันที่รูปเกมวันนี้ล้วน ๆ
ดุลยภาพของไฟต์จะถูกตัดสินจากคำถามเดียว ใครคุมระยะกลางได้ก่อน
ฝ่ายนั้นจะเป็นคนกำหนดทิศทางของทุกยก ย้อนกลับไปในบทวิเคราะห์มวย ของเราที่ผ่านมา
คู่ชกที่ครองระยะไว้ได้มักเป็นฝ่ายทำคะแนนนำจนชนะแบบไม่ต้องเสี่ยง
เมื่อสึบาสะคุมระยะได้ตลอดสามยก
ถ้าเป็นไปตามที่คาด ภาพที่เราน่าจะได้เห็นคือสึบาสะเดินหน้าบุกด้วยคอมโบหมัด-เตะเป็นระลอก
เขาใช้เตะเจาะยางค่อย ๆ ตัดขาเผิง ซือหาว จนการเคลื่อนที่ช้าลง
แล้วเก็บคะแนนจากหมัดตรงที่ชัดเจนกว่า ท้ายยกเขาอาจเปลี่ยนเป็นเตะก้านคอเพื่อปิดเกม
ซึ่งสอดคล้องกับสไตล์ The Air Raid ที่ไม่รอให้กรรมการตัดสิน
| ด้านที่วัด | เผิง ซือหาว | สึบาสะ |
|---|---|---|
| ค่าย | Liu Xiangming Fight Club | ค่าย Target |
| อายุ | ไม่ระบุ | 30 ปี |
| ส่วนสูง | ไม่ระบุ | 167 เซนติเมตร |
| น้ำหนักชั่งจริง | 123.6 ปอนด์ | 124.4 ปอนด์ |
| สไตล์เด่น | ความเร็ว จังหวะสวน อาวุธชุด | บุกดุดัน คุมระยะด้วยเตะ |
| อาวุธหลัก | หมัดสวน เตะหน้า คอมโบ | แย็บ หมัดตรง เตะเจาะยาง |
| แนวทางชนะ | ลากเข้าประชิดแล้วแซงปลายยก | คุมระยะแล้วชนะคะแนนหรือปิดเกมยก 2–3 |
เงื่อนไขที่ทำให้เผิง ซือหาว
พลิกเกมได้
ด้านตรงข้าม ถ้าเผิง ซือหาว ทนแรงบุกสามยกแรกได้โดยไม่บาดเจ็บและเริ่มจับจังหวะได้
เขาจะใช้ความเร็วเข้าออกเพื่อสวนหมัดหลังในจังหวะที่สึบาสะส่งอาวุธชุดพลาด
หากทำให้อีกฝ่ายเสียหลักจนกรรมการนับได้ ความได้เปรียบเรื่องระยะจะถูกลดทอนลงทันที
เมื่อเข้าสู่ยกตัดสิน
ความเหนื่อยจากน้ำหนักตัวที่แบกมาเกือบเพดานของสึบาสะจะเป็นปัจจัยให้หมัดของนักชกจีนคมขึ้น
เราประเมินว่ารูปเกม มีโอกาสสูง ที่จะจบด้วยการชกครบสามยกและวัดกันที่คะแนน
สึบาสะ ดูมีภาษีดีกว่าทั้งเรื่องช่วงขาและประสบการณ์บนเวทีคิกบ็อกซิง
แต่ถ้าสึบาสะประมาทจังหวะสวนของฝ่ายตรงข้าม ไฟต์นี้ก็พร้อมพลิกได้ทุกเมื่อ
จุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในยกสองและยกตัดสิน
ยกแรกของไฟต์นี้น่าจะเป็นยกสำรวจระยะ เพราะทั้งคู่ยังไม่รู้จักอาวุธของกันและกันจริง ๆ
สึบาสะอาจเปิดเกมด้วยแย็บและเตะเจาะยางเบา ๆ เพื่อวัดจังหวะ ขณะที่เผิง ซือหาว
จะใช้ฟุตเวิร์กหลบหลีกและปล่อยหมัดสวนเป็นช่วง ๆ ถ้ายังไม่มีใครเสียสมดุลในยกแรก
เกมจะเดือดจริงในยกสอง
ยกสองคือช่วงเวลาที่สึบาสะน่าจะเร่งเครื่องตามสไตล์ The Air Raid อย่างเต็มรูปแบบ
เขาจะเพิ่มความถี่ของคอมโบหมัดและเตะก้านคอเพื่อปิดเกมให้เร็วที่สุด ถ้าเผิง ซือหาว
ผ่านพายุลูกนี้ไปได้โดยยังทรงตัวอยู่ เกมจะเข้าสู่ยกตัดสินแบบสูสี
และนั่นคือจังหวะที่ความคล่องตัวของนักชกจีนจะเริ่มทำงาน
สภาพร่างกายของผู้ต่อและรองในยกสามจึงเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะได้เฮก่อนระฆังสุดท้าย
เรตมวยวันนี้และทีเด็ดของคู่นี้ที่มวยตู้ควรเก็บไว้
จากรูปเกมที่วางไว้ มองว่าสึบาสะสมควรเป็น มวยต่อ ของคู่นี้
ขณะที่เผิง ซือหาว เป็น มวยรอง ที่มีดีกรีความอันตรายจากการสวนหมัด
ราคาอาจมาในลักษณะน้ำแดงเมื่อเทียบน้ำดำของฝั่งรอง
และถ้าน้ำไหลลงมาแปลว่าเซียนมวยเริ่มเทไปทางเจ้าตัวเล็กของจีน
แฟนมวยที่เล่นตามราคาต้องรอดูจังหวะก่อนปิดราคา
และระวังราคาพลิกถ้ามีข่าวการชั่งน้ำหนักหรือฟอร์มล่าสุดหลุดออกมา
สำหรับใครที่วางแผนเดิมพันไฟต์นี้พร้อมคู่อื่นในรายการใหญ่
แนะนำให้เปรียบเทียบเรตมวยก่อนตัดสินใจ ถ้าต้องการสิทธิพิเศษโบนัสต้อนรับก็สามารถลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเตรียมเงินทุนเข้าสู่ศึกวันศุกร์ได้เลย
จำไว้ว่าการแทงมวยให้ได้กำไรระยะยาวคือการเลือกจังหวะ ไม่ใช่การทุ่มทุกไฟต์
- สึบาสะชนะคะแนน คือทีเด็ดหลักของคู่นี้
เพราะรูปเกมและระยะเอื้อมเอื้อต่อการทำแต้มมากกว่า หากราคายังไม่ห่างจนเกินไป
การวางฝั่งต่อในแบบไม่ทุ่มเต็มเหนี่ยวคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด - รองเผิง ซือหาว ในไฟต์สด เป็นแผนรองที่น่าสนใจ
ถ้าเห็นว่าเขายังเคลื่อนที่ได้ดีเมื่อเข้าสู่ยกสองและสึบาสะเริ่มเหนื่อย
การแทงสดรองในจังหวะนั้นจะได้ราคาดีกว่าการแทงก่อนเริ่มคู่ - หลีกเลี่ยงการแทงโอเวอร์หรืออันเดอร์
เพราะทั้งคู่มีอาวุธปิดเกมอยู่กันคนละแบบ
เกมอาจจบด้วยการน็อกกลางรายการหรือลากยาวครบสามยกก็ได้
การเลือกข้างชนะหรือรองแต้มจึงให้ความคุ้มค่ามากกว่า