ในโปรแกรมมวยวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
สนามมวยเวทีลุมพินีจะกลับมาคึกคักอีกครั้งกับการจัดแบบควบสองรายการในคืนเดียว ทั้ง The
Inner Circle 26 และ ONE ลุมพินี 166 โดยคู่ที่น่าจับตามองที่สุดคือการดวลหมัดระหว่าง
น้องนุก ส.เดชะพันธ์ ดาวรุ่งสาวไทยวัย 22 ปี กับ ซายะ อิโตะ
นักชกหญิงชาวญี่ปุ่นผู้เคยท้าชิงแชมป์สนามมวยราชดำเนิน ไฟต์นี้ถูกวางไว้ในรายการ The Inner
Circle 26 สำหรับแฟนมวยที่ติดตามบทวิเคราะห์กับ Pakyok.org
คู่นี้คือคำตอบที่ลงตัวทั้งเรื่องฝีมือและเรื่องความสนุก
เพราะเป็นการปะทะกันระหว่างความสดกับประสบการณ์ของนักชกสองรุ่น
โปรแกรมมวยวันศุกร์ที่
14 สิงหาคม 2569 เปิดเวทีลุมพินีด้วยคู่ชิงชัยของสองนักชกหญิง
คู่นี้ถูกจัดอยู่ในรายการ The Inner Circle 26 ซึ่งเป็นรายการมวยไทยในเครือ ONE
Championship ที่เปิดฉากก่อนรายการหลักอย่าง ONE ลุมพินี 166 ในช่วงเวลา 18:30 น.
ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามมวยเวทีลุมพินี บริเวณรามอินทรา
ทั้งสองฝ่ายจะชกกันในกติกามวยไทยตามกฎของ ONE มวยไทย
ซึ่งเน้นการออกอาวุธต่อเนื่องและความดุดัน พร้อมสวมนวม 4
ออนซ์ที่ทำให้เกมเร็วและแลกกันหนักกว่ามวยไทยทั่วไป พิกัดที่ใช้คืออะตอมเวต 105–115 ปอนด์
ซึ่งเป็นรุ่นที่ความเร็วและจังหวะตัดสินใจคือตัวชี้ขาด
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| รายการ | The Inner Circle 26 / ONE ลุมพินี 166 |
| วันแข่งขัน | วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 |
| เวลาชก | 18:30 น. |
| สนาม | เวทีลุมพินี (รามอินทรา) |
| พิกัด | อะตอมเวต 105–115 ปอนด์ |
| กติกา | มวยไทย ตามกติกา ONE มวยไทย |
สำหรับแฟนมวยที่อยากดูมวย ONE ลุมพินีสดวันนี้
คู่นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่มวยที่ถูกวางไว้ในช่วงแรกของรายการ และให้อรรถรสครบทั้งเกมรุก เกมรับ
และแทคติก โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีเป้าหมายชัดเจน
น้องนุกต้องการสร้างชื่อเพื่อไต่ระดับสู่สัญญาหลักของ ONE Championship
ส่วนซายะต้องการพิสูจน์ว่าเธอยังเป็นคู่แข่งที่เหนือชั้นของนักชกหญิงไทย รายการ The Inner
Circle 26 เปิดรับชมสำหรับสมาชิก ก่อนที่รายการหลัก ONE ลุมพินี 166 จะเริ่มต้นตามโปรแกรม
นอกจากชัยชนะแล้ว นักมวยที่ทำผลงานได้ประทับใจยังมีสิทธิ์ลุ้นโบนัสหลังชกจากรายการ
ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ทั้งคู่เปิดเกมแลกกันตั้งแต่ยกแรก
และโปรแกรมทั้งหมดของคืนนี้สามารถติดตามได้ที่ วิเคราะห์มวยวันลุมพินี
น้องนุก
ส.เดชะพันธ์ ดาวรุ่งวัย 22 จากค่าย ส.เดชะพันธ์ที่มาพร้อมหมัดชุดหนักและหัวใจนักสู้
น้องนุก ส.เดชะพันธ์ คือนักมวยหญิงดาวรุ่งชาวไทยจากค่าย ส.เดชะพันธ์ ซึ่งมี
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ หรือที่แฟนมวยรู้จักในชื่อรองเชษฐ์ เป็นหัวหน้าค่าย
ค่ายนี้ให้ความสำคัญกับแม่ไม้มวยไทยโบราณและพื้นฐานที่แน่นหนา
ทำให้ลูกค่ายทุกคนมีมวยทรงที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์
ตัวน้องนุกเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อก้าวเข้าสู่รายการ ONE ลุมพินี ด้วยวัยเพียง 22 ปี
เธอมีร่างกายที่แข็งแรง เร็ว และมีความกล้าที่จะยืนหยัดแลกอาวุธกับทุกคน
จุดเด่นที่ทำให้ชื่อของดาวรุ่ง ส.เดชะพันธ์ คนนี้ถูกพูดถึง
คือความแข็งแกร่งของร่างกายและความเร็วในการออกอาวุธ โดยเฉพาะหมัดชุดที่รุนแรงและแม่นยำ
เธอขึ้นชกในพิกัดอะตอมเวตด้วยน้ำหนักประมาณ 49.6 กิโลกรัม
ซึ่งถือว่ามีมวลกล้ามเนื้อที่แน่นเมื่อเทียบกับนักชกหญิงในรุ่นเดียวกัน
เธอไม่ใช่ประเภทเต้นโชว์หรือถอยหนีเมื่อเจอแรงกดดัน
แต่เลือกเดินหน้าเข้าหาและบีบพื้นที่ให้คู่ต่อสู้หายใจไม่ทั่วท้อง
ซึ่งเป็นสไตล์ที่แฟนมวยไทยชื่นชอบเป็นพิเศษ และการเป็นนักสู้ใจเด็ดที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
คือสิ่งที่ทำให้เธออันตรายอยู่เสมอ
สไตล์เดินบดและหมัดชุดที่รวดเร็วของน้องนุกคืออาวุธทำเงินชั้นดี
สไตล์ของน้องนุกจัดอยู่ในกลุ่มมวยเดินบด
เธอไม่ถอยหลังและชอบกดดันคู่ต่อสู้ด้วยหมัดแย็บเพื่อวัดระยะ
ก่อนจะระเบิดหมัดตรงและหมัดฮุคเข้าที่ใบหน้าและลำตัวอย่างต่อเนื่อง
ลูกชุดของเธอไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเก็บคะแนนเพียงอย่างเดียว
แต่ตั้งใจทุบให้คู่ต่อสู้หน้าสั่นและเสียเกม หากซายะพลาดท่าถูกหมัดหนักเข้าที่จุดพอยต์ คำว่า
หมัดเดียวหลับ อาจกลายเป็นเรื่องจริงได้ไม่ยาก
นอกจากหมัดแล้ว น้องนุกยังมีเข่าตรงและเข่าโค้งไว้ใช้ในจังหวะปล้ำ
เมื่อคู่ต่อสู้ถอยไปติดเชือกหรือเสียหลักจากการถูกกดดัน จุดแข็งที่สำคัญไม่แพ้อาวุธคือความสดของวัย
22 ปี ซึ่งทำให้พละกำลังในยกสามยังเต็มร้อย ขณะที่คู่ต่อสู้หลายคนเริ่มมีอาการออก
เธอกลับเร่งเครื่องได้หนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกมของเธออันตรายทั้งตอนต้นยกและตอนท้ายยก
ฟอร์มชนะคะแนนใน
ONE ลุมพินี 157 ยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอสำหรับดาวรุ่งไฟแรง
ฟอร์มล่าสุดของน้องนุกน่าสนใจตรงที่เธอเพิ่งชนะคะแนนเอกฉันท์ต่ออาลิเซีย ซานเชซ ซาเอซ
นักชกชาวสเปน ในรายการ ONE ลุมพินี 157 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569
ผลงานชิ้นนี้การันตีเรื่องความสามารถในการเดินเกมสามยกและความนิ่งของจิตใจในเวทีใหญ่
ซึ่งเป็นการต่อยอดจากไฟต์ก่อนหน้าที่ผ่านมาในเวทีลุมพินี
แต่ถ้ามองให้ลึกขึ้น เส้นทางของเธอยังมีไฟต์ที่ผลออกมาเป็นไม่มีผลการแข่งขัน
อย่างการพบกับกัสจัง แฟร์เท็กซ์ ใน ONE ลุมพินี 20 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566
และยังมีอีกหลายไฟต์ที่ข้อมูลไม่ชัดเจน
นั่นหมายความว่าโมเมนตัมของเธอถูกทดสอบกับคู่ต่อสู้ระดับกลางเป็นส่วนใหญ่
การเจอกับซายะซึ่งผ่านศึกกับยอดมวยหญิงไทยมาแล้วหลายคนจึงเป็นบททดสอบแรกที่พิสูจน์ว่าหมัดชุดของเธอใช้ได้จริงในเวทีระดับสูงหรือไม่
ถ้าน้องนุกคุมเกมได้ตั้งแต่ยกแรก โอกาสเข้าวินจะสูงมาก แต่ถ้าถูกซายะดักทางในยกแรก
เธออาจต้องเจอเกมที่ยากกว่าที่หลายคนคิด
ซายะ
อิโตะ อดีตผู้ท้าชิงแชมป์ราชดำเนินและตัวแทนความเก๋าของวงการมวยไทยญี่ปุ่น
ซายะ อิโตะ คือหนึ่งในนักมวยไทยหญิงที่ดีที่สุดที่ญี่ปุ่นเคยผลิตออกมา
แฟนมวยบางกลุ่มยกย่องให้เธอเป็นราชินีมวยไทยญี่ปุ่นจากผลงานแชมป์ 18 เส้นในเวทีระดับสากล
มวยทรงของเธอคือ มวยฝีมือ ที่เน้นความคมและความแม่นยำมากกว่าพลังปะทะ
เธอสังกัดทีมมวยไทยญี่ปุ่นและผ่านการชกในเวทีมาตรฐานสูงของไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่รายการมวยช่อง 8 จนถึง RWS ที่สนามมวยราชดำเนิน
ประสบการณ์ตรงนี้เองที่ทำให้นักชกรุ่นเดียวกันแทบไม่มีใครเทียบเธอได้
ปัญหาของราชินีมวยไทยญี่ปุ่นคือแรงปะทะกับมวยไทยสายบู๊ระดับท็อป
จุดแข็งของซายะอยู่ที่เทคนิคและความแม่นยำ เธอวางเท้าดี ออกอาวุธสะอาด
และมีจิตวิทยาการชกชั้นเยี่ยม รู้ว่าจังหวะไหนควรบุก จังหวะไหนควรถอยเพื่อดึงให้คู่ต่อสู้เสียฟอร์ม
เธอถนัดการใช้ลูกเตะตัดขาและเตะชายโครงเพื่อทำลายจังหวะการเดินของคู่ต่อสู้
ก่อนจะดักชกสวนด้วยหมัดตรงเมื่อคู่ต่อสู้โถมเข้ามา
การวางอาวุธของเธอถูกหลักมวยไทยทุกกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็นการสเต็ปเท้าเพื่อหามุม
หรือการหักเหลี่ยมในคลินช์เพื่อให้คู่ต่อสู้เสียหลัก
แต่จุดอ่อนที่เห็นชัดจากประวัติการชกคือเมื่อต้องเจอกับยอดมวยหญิงไทยสายบู๊ที่แข็งแกร่ง
เธอมักต้านทานพลังปะทะไม่ไหว เช่นการแพ้พญาหงส์ บัญชาเมฆ
ในการชิงแชมป์ราชดำเนินรุ่นมินิมัมเวตเมื่อเดือนเมษายน 2567 และการแพ้มงกุฎเพชรในรายการ
RWS เมื่อเดือนธันวาคม 2567
สถิตินี้เองที่ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเกมรับของเธอจะทนหมัดชุดของน้องนุกได้ครบทั้งสามยกหรือไม่
ยิ่งในกติกา ONE มวยไทยที่กรรมการตัดสินให้คะแนนกับความดุดันและการออกอาวุธต่อเนื่อง
ยิ่งเป็นเงื่อนไขที่ไม่เอื้อต่อมวยตั้งรับอย่างเธอ
สถิติการพบกันของน้องนุกกับซายะยังว่างเปล่าและยกแรกจะเป็นบทเรียนของทั้งคู่
ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อน นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของสองนักชกหญิงข้ามชาติ
การไม่มีสถิติการเจอกันทำให้ไฟต์นี้ยากต่อการคาดเดา
เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการปรับตัวในเวทีจริง ยกแรกจึงเป็นช่วงชิมลางที่ทั้งสองฝ่ายต้องวัดระยะ
อ่านน้ำหนักหมัด และหาจุดอ่อนของกันและกันให้เจอโดยเร็ว
ถ้าดูจากฟอร์มล่าสุดของทั้งคู่จะเห็นภาพชัดขึ้น
ฝั่งซายะเดินทางมาพร้อมกับผลงานที่สะดุดในไฟต์ใหญ่ ขณะที่น้องนุกเพิ่งเก็บชัยชนะมาได้สด ๆ
ในรายการ ONE ลุมพินี 157
รายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่เซียนมวยใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนวางเดิมพัน
และนี่คือผลงานล่าสุดของทั้งสองฝ่ายที่พอจะเทียบเคียงกันได้:
- เมษายน 2567 – ซายะ แพ้ พญาหงส์ บัญชาเมฆ ในศึกชิงแชมป์ราชดำเนินรุ่นมินิมัมเวต
รายการ RWS - ธันวาคม 2567 – ซายะ แพ้ มงกุฎเพชร ในรายการ RWS
- กุมภาพันธ์ 2568 – ซายะ พบ ข้าวสวย ในรายการ RWS ระดับคอนเทนเดอร์
- 9 มิถุนายน 2566 – น้องนุก ไม่มีผลการแข่งขัน กับ กัสจัง แฟร์เท็กซ์ ใน ONE ลุมพินี
20 - 5 มิถุนายน 2569 – น้องนุก ชนะคะแนนเอกฉันท์ อาลิเซีย ซานเชซ ซาเอซ ใน ONE ลุมพินี
157
จากสถิติข้างต้นจะเห็นว่าเกมของซายะถูกทดสอบกับคู่ต่อสู้ระดับท็อปของไทยอยู่เสมอ
และเมื่อใดที่พบกับมวยสายบู๊ที่ดุดัน เธอมักเป็นฝ่ายปราชัย
ขณะที่ชื่อเสียงของน้องนุกเพิ่งเริ่มเบ่งบานในเวทีลุมพินี
การวัดกันครั้งนี้จึงเป็นคู่ที่ทายผลมวยได้ยากที่สุดคู่หนึ่งของรายการ
และจะตอบคำถามใหญ่ของแฟนมวยได้ว่าดาวรุ่งไฟแรงจะข้ามผ่านความเก๋าของนักชกระดับแชมป์ได้หรือไม่
จุดตัดสินของเกมอยู่ที่ระยะประชิดที่น้องนุกจะใช้ความสดบดขยี้ความเก๋าของซายะ

เมื่อนำข้อดีข้อเสียของทั้งคู่มาวางบนตาชั่ง เกมนี้จะถูกตัดสินที่ ระยะการชก
หากไฟต์ดำเนินไปในระยะประชิดซึ่งทั้งคู่ต้องแลกหมัดแลกเข่ากันตรง ๆ
ความสดและพลังของน้องนุกจะคุมเกมได้เกือบทั้งหมด
แต่ถ้าซายะรักษาระยะกลางไว้ได้และใช้แข้งสกัดนำตลอดทั้งสามยก
เธอจะมีทางชนะคะแนนด้วยเทคนิคที่เหนือกว่า แผนการชกของทั้งคู่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ไฟต์นี้น่าดูหมัดชุดของน้องนุกปะทะแข้งสกัดของซายะคือสมรภูมิที่ต้องจับตา
หัวใจของเกมนี้คือการแย่งจังหวะ น้องนุกจะพยายามใช้หมัดแย็บเปิดทางก่อนระดมหมัดชุด
ส่วนซายะจะตอบโต้ด้วยการเตะตัดขาเพื่อตัดกำลังและใช้การสเต็ปเท้าหลบเลี่ยงออกด้านข้าง
ใครควบคุมจังหวะได้ก่อนจะเป็นฝ่ายกำหนดเกม
และน้องนุกมีข้อได้เปรียบเรื่องการกดดันอย่างต่อเนื่องแบบมวยตื้อที่เดินหน้าไม่รู้จักเหนื่อย
อาวุธที่ต้องจับตาในคู่นี้มีอยู่ 5 อย่างด้วยกัน:
- หมัดชุดของน้องนุก ทั้งหมัดแย็บนำ หมัดตรง และหมัดฮุค
ที่ออกเป็นชุดสามลูกอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง - การเดินบดของน้องนุก
การกดดันด้วยการเดินหน้าเข้าหาและบีบพื้นที่ให้ซายะถอยร่นไปติดเชือก - ลูกเตะตัดขาของซายะ
อาวุธสกัดจังหวะที่ใช้ทำลายฐานรากและความคล่องตัวของน้องนุก - การดักชกของซายะ
ความนิ่งและความแม่นยำในการสวนกลับจังหวะที่น้องนุกโถมบุกเข้ามา - เข่าคู่ใจช่วงคลินช์
ทั้งสองฝ่ายมีเข่าตรงและเข่าโค้งไว้ใช้เมื่อเกมเข้าสู่ระยะปล้ำและหักเหลี่ยม
ถ้าเกมเป็นไปตามแผนของน้องนุก หมัดชุดของเธอจะค่อย ๆ ทุบให้ซายะเสียการทรงตัว
จนอาจถึงขั้นโดนกรรมการนับแปดในยกท้าย แต่ถ้าซายะทำตามแผนของเธอได้
เกมจะกลายเป็นการชกที่ช้าและเน้นความคมเป็นจังหวะ
ซึ่งจะทำให้คะแนนสูสีและพึ่งดุลยพินิจของกรรมการตัดสินในที่สุด
ทีมงานวิเคราะห์มวยประเมินว่าน้องนุกเข้าวินด้วยการชนะคะแนน
จากการวิเคราะห์มวยของเราบนพื้นฐานของฟอร์ม สไตล์ และอาวุธที่ทั้งคู่มี
เราประเมินว่าน้องนุกได้เปรียบเรื่องความสดและพลังทำลายล้าง
ขณะที่ซายะได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และการอ่านเกม
น้ำหนักโอกาสจึงเอียงไปทางดาวรุ่งไทยอย่างชัดเจน โดยผลลัพธ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดคือ
การชนะคะแนนของน้องนุก รองลงมาคือการชนะน็อกทางเทคนิคในยกท้าย
หากซายะเริ่มมีอาการออกและเสียสมาธิจากการถูกกดดันตลอดทั้งไฟต์
ส่วนช่องทางชนะของซายะต้องอาศัยการดึงเกมให้ช้าและเก็บแต้มด้วยเทคนิคในยกตัดสินเพียงอย่างเดียว
แต่มุมที่เราอยากให้แฟนมวยเก็บไว้พิจารณาคือ น้องนุกยังไม่มีประสบการณ์ในไฟต์ที่กดดันระดับนี้
ขณะที่ซายะเคยชกกับนักมวยหญิงไทยระดับแนวหน้ามาแล้วหลายคน
ความเก๋าของเธออาจทำให้สองยกแรกออกมาเนิ่น ๆ ก่อนที่น้องนุกจะเร่งเครื่องในยกสาม
ซึ่งถ้าเกมยืดเยื้อถึงยกตัดสิน คะแนนอาจสูสีมากกว่าที่หลายคนคาดไว้
และในจุดนั้นซายะซึ่งถนัดการชกทรงประคองคะแนนอาจเก็บแต้มจากจังหวะที่คมกว่าได้
บทสรุปของทีมงานจึงยังยืนยันการชนะคะแนนของน้องนุกเป็นหลัก
แต่ไม่ตัดโอกาสการจบเกมก่อนครบสามยก และสำหรับบทวิเคราะห์คู่อื่น ๆ
เพิ่มเติมสามารถอ่านต่อได้ในหมวด วิเคราะห์มวย
ทีเด็ดมวยคู่นี้วางเงินฝั่งน้องนุกแต่ต้องระวังราคามวยที่อาจไหล
มุมมองของทีมงานวิเคราะห์มวยในไฟต์นี้คือการวางเงินไปฝั่งน้องนุกในฐานะตัวต่อ
ในกรณีที่ราคาเปิดมาแบบเสมอ หรือน้องนุกต่อไม่ห่างนัก การสู้ราคาฝั่งดาวรุ่งก็คุ้มค่ากับความเสี่ยง
แต่ถ้าราคาเปิดมาให้ฝั่งต่อเป็นน้ำแดงแบบต่อห่างชัดเจน ต้องคิดให้รอบคอบก่อนทุบ
เพราะยิ่งมีกระแสเงินเข้าฝั่งน้องนุกมากเท่าไหร่ ราคามวยก็จะไหลขึ้นจนกำไรบางลงเรื่อย ๆ
แนะนำให้รอดูราคาเปิดและจังหวะที่ราคานิ่งก่อนตัดสินใจวางเดิมพัน
สำหรับคนที่ชอบแทงสด แนะนำให้ดูจังหวะยกแรกก่อน ถ้าน้องนุกกดดันได้และซายะเริ่มถอยร่น
ราคาในระหว่างการชกจะขยับเข้าหาน้องนุก
การเข้าไปในจังหวะนั้นอาจได้น้ำที่ดีกว่าการทุบตั้งแต่เปิดบิล แต่ถ้าซายะทำเกมได้ตามแผน
ราคาอาจพลิกไปเข้าฝั่งเธอในช่วงยกสอง
ใครที่เชื่อในความเก๋าของฝั่งญี่ปุ่นก็ควรเล่นเฉพาะเมื่อได้ราคารองแบบจ่ายน้ำดำซึ่งคุ้มค่ากว่า
เพราะจากสถิติที่ผ่านมาเมื่อต้องสู้แบบบู๊ล้างผลาญกับนักชกไทยสายแข็ง
เธอมักเป็นฝ่ายปราชัยมาแล้วหลายครั้ง และเมื่อราคาไหลลงมาถึงจุดที่เราประเมินว่าคุ้มค่า
ค่อยเพิ่มน้ำหนักบิลไปฝั่งน้องนุกได้เต็มที่
ทีเด็ดของเราในคู่นี้เรียงตามความมั่นใจจากมากไปน้อยดังนี้
- ทีเด็ดหลัก – น้องนุก ชนะคะแนน
วางเงินหลักไปที่ฝั่งดาวรุ่งไทยด้วยความสดและหมัดชุดที่หนักหน่วง - ทีเด็ดรอง – น้องนุก ชนะน็อกทางเทคนิคในยกสาม
ต่อเมื่อราคาต่อรองจูงใจและซายะเริ่มมีอาการออกชัดเจน - มุมสวน – ซายะ ชนะคะแนน สำหรับผู้ที่ได้ราคารองสูง
เพราะต้องพึ่งเทคนิคและการดึงเกมให้ช้าตลอดทั้งสามยก - แทงสด – วางฝั่งน้องนุกช่วงยกสอง หลังจากผ่านการวัดใจในยกแรก
ราคาจะนิ่งและเห็นทิศทางของเกมชัดเจนขึ้น
อย่าลืมว่าการเดิมพันทุกครั้งต้องมีสติและตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า
ไฟต์นี้เป็นคู่ที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายทำเงินได้จริงถ้าเราอ่านเกมถูก
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการร่วมสนุกกับศึกมวยวันลุมพินีคืนนี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเปิดบิลในคู่มวยอื่น ๆ ได้ทันที