วิเคราะห์มวย
เจค็อบ ทอมป์สัน vs ทาคูมะ โอตะ 5 มิถุนายน 2569

ราคาเปิดของคู่มวยระหว่าง เจค็อบ ทอมป์สัน กับ ทาคูมะ โอตะ ในการแข่งขันของ มวยพักยก ONE ลุมพินี 157 ที่กำลังจะมาถึงในวันศุกร์ที่
5 มิถุนายนนี้ ค่อนข้างมีความผันผวนจนทำให้แฟนมวยและเซียนมวยต้องขยี้ตากันอีกรอบ
เพราะในด้านหนึ่งเจค็อบเป็นนักมวยไทยสายเลือดยุโรปที่มีทักษะทางเทคนิคยอดเยี่ยม
ขณะที่โอตะเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก WBC มวยไทยในรุ่นเฟเธอร์เวตที่มีพลังทำลายล้างสูง
การที่ทั้งคู่มาพบกันในพิกัดฟลายเวตของรายการวันศุกร์จึงเป็นไฟต์ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นและความเสี่ยงที่ลงตัวพอดีสำหรับการเดิมพัน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแทงเต็งหรือสายมองหาตัวรองที่มีราคาน่าสนใจ
บทวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพของไฟต์นี้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อมูลสำคัญของไฟต์ เจค็อบ
ทอมป์สัน vs ทาคูมะ โอตะ
ย้อนกลับมาที่ข้อมูลของไฟต์นี้กันก่อน รายการ ONE ลุมพินี 157 และ The Inner Circle
จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา
โดยมีพิกัดน้ำหนักอยู่ที่รุ่นฟลายเวต ซึ่งอยู่ในช่วง 125-135 ปอนด์
ซึ่งถือเป็นรุ่นน้ำหนักที่กำลังร้อนแรงและมีนักมวยฝีมือดีอยู่จำนวนมาก สำหรับกำหนดการนั้น รายการ
The Inner Circle จะเริ่มขึ้นก่อนในเวลา 18:30 น. ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง
LIVE.ONEFC.com และตามด้วยรายการ ONE ลุมพินี 157 เวลา 20:30 น.
ซึ่งแฟนมวยชาวไทยสามารถรับชมได้ฟรีทางช่อง 7HD
การชกในคืนนี้ไม่ได้มีเพียงคู่เอกระหว่างเจค็อบกับโอตะเท่านั้น แต่ยังมีคู่ที่น่าสนใจอย่าง
ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ พบ ซอว์ มิน มิน และในส่วนของ The Inner Circle ก็มี ก้องชัย
ไฉนดอนเมือง ขึ้นพบกับ วาเลรี สตรุนการี จากมอลโดวา
ซึ่งสร้างสีสันให้กับโปรแกรมวันศุกร์นี้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม
สายตาของบรรดานักเดิมพันและคอนักมวยไทยจับจ้องไปที่คู่ของเจค็อบและโอตะเป็นพิเศษ
เพราะเป็นไฟต์ที่ทั้งสองฝ่ายมีความสามารถสูสีกันในหลายมิติ
สำหรับเจค็อบนี่คือโอกาสทองในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาหลังจากเพิ่งพ่ายให้กับบัวขาว
ขณะที่โอตะต้องการตอกย้ำว่าตำแหน่งแชมป์โลกของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เจค็อบ ทอมป์สัน
นักชกจากอังกฤษที่มาพร้อมเชิงมวยแม่นยำ
เจค็อบ ทอมป์สัน หรือที่แฟนมวยไทยรู้จักในชื่อ “สมบัติ” เป็นนักมวยไทยอาชีพชาวอังกฤษวัย 23
ปีจากค่าย Team Jai Dee และ Hertford Combat Academy เขามีส่วนสูง 173 เซนติเมตร
ซึ่งเท่ากับคู่ชกของเขาในคืนนี้ และด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นแชมป์ยุโรปมาก่อน
ทำให้เขาเป็นนักมวยที่มีระเบียบวินัยในการชกสูงมาก
จุดเด่นของเขาคือการใช้หมัดแย็บและการเตะเจาะยางเพื่อควบคุมระยะ
ซึ่งเป็นสไตล์ของนักชกยุโรปที่ได้รับการฝึกฝนเชิงมวยไทยอย่างจริงจัง การที่เขาได้ซ้อมกับ Team
Jai Dee ซึ่งเป็นค่ายที่เน้นการวางแผนและเชิงชั้น ทำให้เขามีความรู้ในการอ่านเกมคู่ต่อสู้ที่มากขึ้น
นอกจากนี้เขายังมีครูฝึกที่คอยปรับจังหวะการก้าวเท้าและการคุมระยะให้มีความคล่องตัวมากขึ้น
ในการชก 3 ไฟต์ล่าสุดใน ONE ลุมพินี เจค็อบมีสถิติที่ค่อนข้างผสมผสาน
โดยเขาพ่ายแพ้คะแนนไม่เอกฉันท์ให้กับบัวขาว บัญชาเมฆ ในศึก ONE Friday Fights 144
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ก่อนหน้านั้นเขาสามารถเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ ยอดเสกสัน
รอดสวยแจ้ด มาได้ในเดือนพฤศจิกายน 2568
การที่ได้ขึ้นชกกับมวยระดับตำนานอย่างบัวขาวเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เจค็อบเห็นจุดอ่อนของตัวเอง
โดยเฉพาะเรื่องการจบเกมและการรับมือกับความกดดันของคู่ต่อสู้ที่ดุดัน
เขายังมีอีกหนึ่งอาวุธที่มักถูกมองข้ามคือความสามารถในการคลุกวงในและการปล้ำตีเข่าซึ่งได้รับการฝึกฝนมาจาก
Team Jai Dee โดยตรง ทำให้เขาไม่ใช่แค่มวยฝีมือที่เน้นการออกอาวุธจากระยะไกลเท่านั้น
ฟอร์มล่าสุดของเจค็อบ ทอมป์สัน
- แพ้คะแนนไม่เอกฉันท์ — บัวขาว บัญชาเมฆ (ONE Friday Fights 144, 27 ก.พ.
2569) - ชนะคะแนนเอกฉันท์ — ยอดเสกสัน รอดสวยแจ้ด (ONE Friday Fights 134, 21 พ.ย.
2568) - แพ้คะแนนเอกฉันท์ — อภิวัต ส.สมนึก (ONE Friday Fights 109, 23 พ.ค.
2568)
จากสถิติ 3 ไฟต์นี้จะเห็นว่าเจค็อบมีผลงานที่ค่อนข้างสูสีกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับสูง
โดยเฉพาะการแพ้บัวขาวเพียงแค่คะแนนไม่เอกฉันท์
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาดไว้
และการที่เขาสามารถเอาชนะยอดเสกสันได้ก็ตอกย้ำว่าฝีมือของเขาอยู่ในระดับที่สามารถลุ้นกับมวยชั้นนำได้ไม่ยาก
ทาคูมะ โอตะ แชมป์โลก WBC
สายพันธุ์ซามูไร
ทาคูมะ โอตะ หรือ “ทากุ” นักมวยไทยชาวญี่ปุ่นวัย 26 ปีจาก Shinkoh Muay Thai Gym
สร้างชื่ออย่างรวดเร็วด้วยการคว้าแชมป์โลก WBC มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เมื่อวันที่ 21
กุมภาพันธ์ 2569 โดยเอาชนะน็อก อันโตนิโอ ออร์เดน จากสเปน ในยกที่ 3
ซึ่งเป็นการประกาศศักดาอย่างเต็มตัวว่าเขาคือยอดฝีมือที่พร้อมจะปะทะกับนักมวยระดับแนวหน้า
ไม่ว่าจะเป็นจากเอเชียหรือยุโรปก็ตาม ก่อนหน้านี้โอตะเคยชกที่ประเทศไทยหลายครั้ง
ทำให้เขาคุ้นเคยกับเวทีลุมพินีและกติกาของ ONE เป็นอย่างดี
ความคุ้นชินนี้เป็นแต้มต่อที่สำคัญเวลาต้องดวลกับนักมวยต่างชาติที่เพิ่งเข้ามา
สไตล์การชกของโอตะคือการเดินหน้าบุกอย่างไม่หยุดยั้ง
เขามักใช้หมัดหนักและศอกที่รุนแรงบดขยี้คู่ต่อสู้ให้อยู่ในภาวะตั้งรับตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาคือศอกพิฆาตที่สามารถสร้างบาดแผลและการน็อกเอาต์ได้ในพริบตา
นอกจากนี้โอตะยังมีความแข็งแกร่งของร่างกายที่เหนือชั้น
ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของนักมวยญี่ปุ่นที่ฝึกซ้อมด้วยระเบียบวินัยที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม
จุดอ่อนของโอตะคือการเปิดช่องว่างในการป้องกันระหว่างการบุกหนัก
ซึ่งนักมวยที่มีเชิงมวยสูงอย่างเจค็อบอาจใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้ดี
ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุดของทาคูมะ โอตะ
- ชนะน็อก — อันโตนิโอ ออร์เดน (ชิงแชมป์โลก WBC, 21 ก.พ. 2569) ยก 3
- แพ้คะแนนเอกฉันท์ — อิสราเอล โดส ซานโตส (ONE Friday Fights 136, 12 ธ.ค.
2568) - ชนะคะแนนเอกฉันท์ — เว่ย ซือคิน (ONE Friday Fights 85, 1 พ.ย. 2567)
- แพ้คะแนนไม่เอกฉันท์ — บราซิล เอกเมืองนนท์ (ONE Friday Fights 75, 16 ส.ค.
2567) - ชนะน็อก — คอปเตอร์ ส.สมหมาย (ONE Friday Fights 59, 19 เม.ย. 2567) ยก
2
จากฟอร์มนี้จะเห็นว่าโอตะสามารถน็อกคู่แข่งได้ถึง 2 ครั้งใน 5 ไฟต์ล่าสุด
ซึ่งเป็นสถิติที่สูงมากสำหรับการชกใน ONE ลุมพินี ที่มีกติกาโหดมากขึ้น
การที่เขาทำได้ทั้งน็อกตั้งแต่ยก 2 และยก 3 แสดงให้เห็นถึงพลังทำลายล้างที่มีอยู่ตลอดทั้งไฟต์
แม้โอตะจะเพลี่ยงพล้ำแพ้คะแนนให้กับอิสราเอลและบราซิลมา
แต่ก็เป็นการแพ้ที่คู่แข่งมีดีกรีใกล้เคียงกัน และโอตะก็กลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง
เปรียบเทียบอาวุธเด็ดและจุดแตกหักในเกม
เมื่อพูดถึงอาวุธที่สามารถพลิกเกมได้ในไฟต์นี้
ทั้งสองฝ่ายต่างมีอาวุธเด็ดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เจค็อบเป็นมวยฝีมือที่เน้นการใช้หมัดแย็บ
การเตะเจาะยาง และการคุมระยะด้วยเชิงมวยที่เหนือชั้น
ขณะที่โอตะเป็นมวยเข่าที่มีพลังทำลายล้างสูงและชอบเข้าประชิดตัวเพื่อใช้ศอกและหมัดหนัก
การมองหาจังหวะที่เหมาะสมของแต่ละฝ่ายจึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินผลแพ้ชนะ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้แยกอาวุธเด่นของทั้งคู่ให้ดูแบบตรงประเด็นกัน
โดยเริ่มจากเจค็อบก่อนซึ่งมีจุดเด่นที่ความแม่นยำและเชิงชั้น
ขณะที่โอตะโดดเด่นด้วยความดุดันและแรงปะทะที่เหนือกว่า
อาวุธเด่นของเจค็อบ
ทอมป์สัน หมัดแม่นและเตะเจาะยาง
- หมัดแย็บและหมัดตรง:
เจค็อบใช้หมัดหน้าในการหยั่งระยะและรบกวนคู่ต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากนั้นเขามักจะตามด้วยหมัดตรงพลังสูงซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างคะแนนได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะการแย็บแล้วถอยออก ทำให้โอตะที่เดินหน้าใส่เสียจังหวะเป็นประจำ - เตะเจาะยาง:
การเตะเข้าที่ต้นขาครั้งแล้วครั้งเล่าช่วยทำลายการเคลื่อนที่ของโอตะ
หากขาของโอตะหมดสภาพตั้งแต่ยกแรก การเดินเข้าหาเจค็อบที่เหลืออยู่จะกลายเป็นเรื่องยาก
การเตะตัดล่างยังสามารถใช้ร่วมกับการถอยหลังเพื่อให้โอตะเสียหลักได้อีกทาง - การคลุกวงในและการปล้ำตีเข่า: แม้เจค็อบจะไม่ใช่จอมเข่าโดยตรง
แต่เขามีพื้นฐานการคลินช์ที่แข็งแกร่งจากการฝึกที่ Team Jai Dee
ซึ่งช่วยให้เขาควบคุมสถานการณ์ในระยะประชิดและหลีกเลี่ยงศอกของโอตะได้
การใช้เข่าตวัดในวงในจึงเป็นอาวุธที่ช่วยลดความได้เปรียบของโอตะได้ดี
อาวุธเด่นของทาคูมะ โอตะ
ศอกพิฆาตและหมัดหนัก
- ศอกตีและศอกกลับ: นี่คืออาวุธที่อันตรายที่สุดของโอตะ
เขามักใช้ศอกตีในจังหวะที่คู่ต่อสู้กำลังเสียหลักหรือหลบหมัดไปทางด้านข้าง
และสามารถหมุนตัวฟันศอกกลับได้อย่างรุนแรงจนทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บสาหัส
ซึ่งศอกที่ว่านี้เองที่ทำให้เขาคว้าแชมป์โลก WBC มาได้
ศอกของโอตะไม่ใช่แค่รุนแรงแต่มาในหลายรูปแบบทั้งศอกตี ศอกกลับ และศอกงัด
ซึ่งทำให้คู่ต่อสู้คาดเดาทางยาก - หมัดหนักและหมัดฮุค: โอตะมีพลังหมัดที่เหนือกว่าเจค็อบอย่างเห็นได้ชัด
หมัดฮุคของเขาสามารถปิดเกมได้ทันทีหากเข้าที่จุดสำคัญ
โดยเฉพาะในจังหวะที่โอตะกดดันเข้ามาในระยะประชิด
การที่เจค็อบต้องเผชิญกับน้ำหนักของหมัดฮุคของโอตะตลอดทั้งสามยกเป็นเรื่องที่ต้องบริหารพลังงานอย่างดีเยี่ยม - การเดินบุกตลอดยก: สไตล์ของโอตะคือการบุกไม่หยุด
ซึ่งทำให้คู่ต่อสู้ไม่มีเวลาหายใจและจำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการป้องกัน
การที่โอตะคุมจังหวะของเกมไว้ได้จะทำให้เจค็อบหมดแรงและเปิดช่องให้โดนอาวุธหนักได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นการที่เจค็อบจะชนะได้เขาต้องหาทางสลับเกมให้โอตะเสียจังหวะบ้าง
เชิงมวยและการหักเหลี่ยม
ใครจะคุมระยะได้ก่อน
การที่ทั้งคู่ไม่เคยปะทะกันมาก่อนทำให้การวิเคราะห์ในส่วนนี้ค่อนข้างท้าทาย
แต่จากสไตล์ที่ปรากฏให้เห็นในไฟต์ที่ผ่านมา เราสามารถคาดการณ์ถึงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญได้
หนึ่งในนั้นคือการควบคุมระยะซึ่งเจค็อบจะพยายามใช้หมัดแย็บและลูกเตะเจาะยางเพื่อรักษาระยะแขนและขาเอาไว้
หากเขาสามารถทำได้สำเร็จก็จะบีบให้โอตะต้องเดินเข้าหาและเสี่ยงต่อการถูกสวนกลับ
ในทางกลับกัน
โอตะจะพยายามทะลวงระยะโดยการตอบโต้ด้วยหมัดขวาหนักหรือการเบี่ยงตัวเข้ามาประชิดเพื่อปล่อยศอก
สำหรับเซียนมวยที่ต้องการอ่านข้อมูลของคู่อื่นในคืนเดียวกัน เราได้รวบรวมบท วิเคราะห์มวยวันลุมพินี ไว้ให้แล้วเช่นกัน
จุดแตกหักสำคัญอยู่ที่จังหวะที่เจค็อบต้องตัดสินใจยืนแลกหรือถอยตั้งรับ
หากเขาเลือกตั้งรับนานเกินไป โอตะจะเริ่มปรับจังหวะและกดดันจนมุมได้
แต่ถ้าเจค็อบสามารถสลับกับการโต้กลับที่แม่นยำและคอยย้ำเตือนด้วยลูกเตะล่าง
เขาอาจทำให้โอตะเสียความมั่นใจและเปิดช่องให้ถูกน็อกได้ง่ายขึ้น
การหักเหลี่ยมในระยะประชิดเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ไฟต์พลิกได้ทันที ในวงใน
เจค็อบอาจเสียเปรียบเรื่องพลังศอก แต่เขามีเข่าที่ใช้ได้ดีและสามารถถีบตัวออกจากวงในได้เร็ว
ดังนั้นหากเขาพบว่าถูกคลินช์หนัก เขาควรใช้เข่าท้องและเข่าตรงสกัดก่อนแล้วค่อยถอยออกมา
วิเคราะห์เชิงลึกและบทสรุปของไฟต์
ภาพรวมของตัวเลขและการวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่าทาคูมะ
โอตะมีโอกาสสูงกว่าในการคว้าชัยชนะในไฟต์นี้ โดยเฉพาะจากความมั่นใจที่เพิ่งคว้าแชมป์โลก WBC
มาและการมีพลังน็อกที่เด็ดขาด อย่างไรก็ตาม เจค็อบก็ไม่ได้เป็นรองในทุกด้าน
ความแม่นยำและเชิงมวยที่ดีกว่าอาจทำให้เขาสามารถสยบเกมบุกของโอตะและนำการชกไปสู่การตัดสินได้
ถ้าผ่านพ้นช่วงต้นที่อันตรายได้สำเร็จ เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด
สิ่งที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญคือสภาพจิตใจของทั้งคู่ในยกแรก
หากโอตะไม่สามารถน็อกเจค็อบได้อย่างรวดเร็ว
เขาอาจเริ่มหงุดหงิดและเปิดช่องให้โดนสวนกลับ
ในขณะที่เจค็อบจะต้องหาจังหวะเข้าทำโดยไม่เสียสมาธิจากการบุกตลอดเวลาของโอตะ
ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับนักมวยที่เพิ่งผ่านการแพ้บัวขาวมาไม่นาน
แต่ไฟต์นี้เป็นโอกาสทองของเจค็อบที่จะก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ถ้าหากเขาสามารถเอาชนะแชมป์โลก WBC ได้
ชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการมวยไทยทันที ภายใต้กติกา ONE
ที่ให้คะแนนกับความเสียหายและความพยายามในการจบไฟต์ โอกาสของโอตะสูงขึ้นอีกเล็กน้อย
เพราะกรรมการมักจะประทับใจการเดินบุกมากกว่าการตั้งรับที่เฉียบขาด
แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัวเสมอไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมคุณสามารถดูบทวิเคราะห์ของคู่อื่นๆ ได้ที่
วิเคราะห์มวย
ซึ่งเราอัปเดตทุกสัปดาห์

ตัวเลขเปรียบเทียบและการคาดการณ์ผล
| ด้านที่วัด | เจค็อบ ทอมป์สัน | ทาคูมะ โอตะ |
|---|---|---|
| อายุ | 23 ปี | 26 ปี |
| ส่วนสูง | 173 ซม. | 173 ซม. |
| ฟอร์มล่าสุด | ชนะ 1 แพ้ 2 (ใน 3 ไฟต์หลัง) | ชนะ 3 แพ้ 2 (ใน 5 ไฟต์หลัง) |
| อัตราน็อก | 0% ใน 3 ไฟต์หลัง | 40% ใน 5 ไฟต์หลัง |
| จุดเด่น | หมัดแม่น, เตะเจาะยาง, เชิงมวยดี | ศอกพิฆาต, หมัดหนัก, เดินบุกไม่หยุด |
| โอกาสชนะที่เราประเมิน | 45% | 55% |
ตัวเลขจากการวิเคราะห์มวยของเราชี้ว่าทาคูมะ โอตะ มีโอกาสชนะอยู่ที่ 55%
ขณะที่เจค็อบมีโอกาส 45%
ตัวเลขนี้อิงจากปัจจัยเรื่องพลังทำลายล้างที่โอตะมีมากกว่าและความมั่นใจที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลก
แต่ก็ต้องยอมรับว่าฟอร์มของโอตะในการแพ้คะแนนเอกฉันท์ให้กับอิสราเอล โดส ซานโตส
อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเขายังมีจุดอ่อนในการเจอกับนักมวยที่ใช้เชิงชั้นเหนือกว่า อย่างไรก็ตาม
มุมมองของเรามองว่าโอตะน่าจะมีไฟมากพอที่จะกดดันเจค็อบได้ตลอดสามยก
และมีโอกาสสูงที่ไฟต์นี้จะจบลงด้วยการน็อกในช่วงยก 2 หรือ 3
ทีเด็ดและแนวทางการวางเดิมพัน
สำหรับแนวทางการเดิมพันในไฟต์นี้เรามองว่ามีหลายมุมที่ควรพิจารณา
โดยเฉพาะในตลาดสูง-ต่ำ และการแทงยกแรก
โอกาสที่ไฟต์นี้จะจบก่อนครบยกนั้นมีความเป็นไปได้สูงพอสมควร
เนื่องจากโอตะมีสไตล์การบุกที่ดุดันและมีอาวุธที่สามารถปิดเกมได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตามเจค็อบก็มีเกมรับที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้ไฟต์ยืดเยื้อได้เช่นกัน
เมื่อวิเคราะห์ถึงแนวโน้มของไฟต์และราคาต่อรองที่เปิดออกมา
เราได้จัดลำดับทีเด็ดสำหรับการเดิมพันในไฟต์นี้ตามความมั่นใจจากมากไปน้อยดังนี้
- ทาคูมะ โอตะ ชนะน็อก — ทีเด็ดหลัก การแทงให้โอตะชนะน็อกในยก
2 หรือ 3 นั้นให้ราคาที่คุ้มค่า เมื่อพิจารณาจากฟอร์มการน็อกของเขาในสองไฟต์ล่าสุด
ช่องโหว่ในการป้องกันของเจค็อบเมื่อโดนกดดันหนักเป็นจุดที่โอตะน่าจะใช้ประโยชน์ได้ - แทงสูงที่ไฟต์จะไม่ครบ 3 ยก — ทางเลือกสำรอง
สำหรับผู้ที่มองว่าผลน็อกเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การแทงว่าการชกจะจบลงก่อนยกที่ 3
ก็เป็นตัวเลือกที่โดนใจ โดยเฉพาะถ้าราคาต่อรองเปิดมาให้ที่เรท 1.75-2.00 เท่า
ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงตามการวิเคราะห์ของเรา - แทงเจค็อบ ทอมป์สัน ชนะคะแนน — ทีเด็ดตัวรอง
สำหรับนักเดิมพันสายลุย การแทงตัวรองอย่างเจค็อบให้ชนะคะแนนอาจมีราคาสูงถึง 3-4 เท่าตัว
ซึ่งเป็นมูลค่าที่น่าสนใจ
ถ้าสังเกตแล้วว่าโอตะเริ่มเสียจังหวะและถูกเจค็อบคุมเกมได้ในช่วงยกสองเป็นต้นไป
การเดิมพันแบบเรียลไทม์ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ
เพราะถ้าคุณสังเกตเห็นว่าเจค็อบเริ่มถูกโอตะกดดันจนเสียท่าในยกแรก
การแทงให้โอตะชนะน็อกในช่วงท้ายจะให้ราคาที่ดีกว่าเดิม
อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษก่อนเดิมพันได้ที่ ลงทะเบียนรับโบนัส