เมื่อซานด้าพบกับยูโด และประสบการณ์ระดับตำนานต้องวัดกับความสดของดาวรุ่ง นี่คือโจทย์ที่
เอดูอาร์ด โฟลายัง และ โชโสะ อิโซจิมะ จะต้องหาคำตอบร่วมกันในเวทีลุมพินี คืนศุกร์ที่ 10
กรกฎาคม 2569 นี้ เวลา 18:30 น. ทาง มวยพักยก ชวนคุณมาวิเคราะห์ทุกมิติของคู่เอก MMA
รุ่นไลต์เวต ที่ถูกขนานนามว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางอาชีพของทั้งสองฝ่าย
เวทีลุมพินีกับคืนแห่งการตัดสินชะตาชีวิตนักสู้ทั้งสองฝ่าย
ศึก ONE Friday Fights 161 ร่วมกับ The Inner Circle 21 จัดขึ้น ณ
สนามมวยเวทีลุมพินี กรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 18:30 น.
ถ่ายทอดสดไปยังแฟนมวยทั่วโลก โดยไฟต์ระหว่างเอดูอาร์ด โฟลายังและโชโสะ
อิโซจิมะดำเนินไปภายใต้กติกาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ในรุ่นไลต์เวต กำหนดชก 3
ยก
สำหรับโฟลายัง นี่คือไฟต์ที่ถูกมองว่าเป็นทางแยกของอาชีพ เพราะวัย 42
ปีของเขากำลังเป็นข้อกังวล
ขณะที่อิโซจิมะเพิ่งผ่านความพ่ายแพ้ครั้งแรกจากการโดนศอกและหมัดของแอดเรียน ลีจนแตกพ่าย
ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องการชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจและพิสูจน์ให้เห็นว่ายังมีที่ยืนในเวทีระดับโลก
หากโฟลายังแพ้ในไฟต์นี้อีกครั้ง เส้นทางสู่การรีไทร์อาจใกล้เข้ามา
ในขณะที่อิโซจิมะต้องการกอบกู้ชื่อเสียงหลังจากสะดุดครั้งแรก
เอดูอาร์ด โฟลายัง “The Landslide” นักซานด้าจากฟิลิปปินส์ที่กำลังถึงทางแยก
ฟากแรกของคู่ชกที่แฟนมวยไทยคุ้นหน้าคุ้นตากันดีคือ เอดูอาร์ด โฟลายัง หรือ The
Landslide นักสู้ชาวฟิลิปปินส์เจ้าของเหรียญรางวัลระดับทวีปเอเชียมากมาย ปัจจุบันวัย 42
ปี และย้ายจากบ้านเกิดของเขาที่ Team Lakay มาสู่ Lions Nation MMA
ซึ่งเป็นค่ายที่รวมนักสู้จากหลากหลายชาติ แต่เส้นทางช่วงหลังของเขากลับไม่สดใสเท่าที่ควร
การเดินทางของจอมซานด้าจาก Team Lakay สู่เส้นทางลูกผสม
โฟลายังเป็นผลิตผลจากวูซูซานดาโดยแท้ เขาคว้าเหรียญทองซีเกมส์ถึงสามสมัย
เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ และเหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นอดีตแชมป์โลก ONE
รุ่นไลต์เวตสองสมัย การเปลี่ยนผ่านจาก Team Lakay สู่ Lions Nation MMA
แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวให้ทันกับเกม MMA สมัยใหม่
แต่ด้วยอายุและการบาดเจ็บสะสม
ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการจับล็อกของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายไฟต์หลัง
นอกเหนือจากความสำเร็จในระดับนานาชาติแล้ว
โฟลายังยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักสู้ที่มีหัวใจสู้ไม่ถอย เขาเคยขึ้นชกกับยอดฝีมือมาแล้วหลายคนทั้ง
Shinya Aoki, Eddie Alvarez, และ Timofey Nastyukhin
การได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่หลากหลายทำให้เขาสามารถปรับตัวและอ่านเกมได้อย่างยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม ร่างกายที่ผ่านการใช้งานมานานเริ่มส่งสัญญาณของความถดถอยให้เห็น
โดยเฉพาะการตอบสนองที่ช้าลงเมื่อต้องเจอกับการจู่โจมที่รวดเร็ว
จุดเด่นที่ยังคงอยู่ของโฟลายังคือความแม่นยำของหมัดตรงและหมัดฮุคที่หนักหน่วง
ซึ่งเป็นอาวุธที่เขาสามารถใช้ปิดเกมได้ตลอดเวลา
หากเขายังรักษาระยะและไม่ปล่อยให้อิโซจิมะเข้าประชิดได้ เกมอาจเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้
แต่ถ้าเสียเปรียบในเรื่องของระยะ การป้องกันของเขาจะถูกทดสอบอย่างหนัก
ฟอร์มล่าสุดกับสัญญาณแห่งความถดถอย
หากย้อนดูสถิติ 5 ไฟต์ล่าสุดของโฟลายัง จะพบว่าเขาชนะเพียงครั้งเดียว คือการน็อก Amir
Khan ในยก 3 เมื่อเดือนกันยายน 2566 นอกนั้นเป็นการแพ้ติดต่อกันหลายครั้ง โดยเฉพาะการแพ้
Shinya Aoki ถึงสองครั้งด้วยการยอมแพ้ (Armbar)
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการป้องกันการล็อกแขนและเกมภาคพื้นดิน
- แพ้ Shinya Aoki – ยอมแพ้ (Armbar), 23 มีนาคม 2568
- ชนะ Amir Khan – น็อกเอาต์ (หมัด), 30 กันยายน 2566
- แพ้ Edson Marques – TKO (หมัด), 3 ธันวาคม 2565
- แพ้ Zhang Lipeng – คะแนนเอกฉันท์, 13 สิงหาคม 2564
- แพ้ Shinya Aoki – ยอมแพ้ (Armbar), 28 เมษายน 2564
ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ชัดเจนว่าโฟลายังมีปัญหาใหญ่กับนักสู้สายกราวนด์ โดยเฉพาะการยอมแพ้ด้วย
Armbar ถึงสองครั้งจาก Shinya Aoki
ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่อิโซจิมะสามารถนำไปใช้ได้ทันทีหากเขาสามารถพาเกมลงพื้นได้
แต่ข้อดีของโฟลายังคือหมัดที่ยังคมและประสบการณ์ในการพลิกเกม
ซึ่งอาจเป็นอาวุธสำคัญถ้าเขายังมีพลังเหลือพอที่จะต่อกรกับความสดของคู่ต่อสู้
โชโสะ อิโซจิมะ “Great Teacher” จอมยูโดผู้เพิ่งผ่านบทเรียนราคาแพง
พลิกมาที่ฝั่งนักสู้ชาวญี่ปุ่นวัยหนุ่ม ฉายา Great Teacher
ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในสังเวียน ONE ด้วยพื้นฐานยูโดที่แข็งแกร่ง แต่เพิ่งจะสะดุดครั้งสำคัญ
อาวุธลับจากยูโดระดับมหาวิทยาลัยที่สร้างปรากฏการณ์
โชโสะ อิโซจิมะเริ่มเรียนยูโดตั้งแต่อายุ 13 ปี และฝึกฝนอย่างหนักในโรงเรียนมัธยมปลาย
Yokkaichi Central Technical ก่อนจะต่อยอดที่มหาวิทยาลัย Kogakuin ในกรุงโตเกียว
เขาเปลี่ยนผ่านสู่ MMA สมัครเล่นด้วยการชนะรวด 5 ไฟต์ ก่อนจะเปิดตัวอาชีพในปี 2023
การที่เขาสามารถโยนและทุ่มคู่ต่อสู้ด้วยท่ายูโดที่หลากหลาย และควบคุมเกมบนพื้นได้อย่างแน่นหนา
ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเขาคือความหวังใหม่ของสายจับล็อกในรุ่นไลต์เวต
การที่อิโซจิมะสามารถเอาชนะ Tye Ruotolo ซึ่งเป็นนักซับมิชชันระดับโลกได้นั้น
แสดงให้เห็นว่าทักษะยูโดของเขาสามารถเทียบชั้นกับระดับท็อปของวงการได้
เขาใช้เทคนิคการทุ่มที่หลากหลายทั้งสะโพกเหวี่ยง (Harai Goshi) และการกวาดขา (Osoto
Gari) เพื่อทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่การกดทับและรัดคอ
ซึ่งเป็นจุดแข็งที่เห็นได้ชัดในทุกไฟต์ที่เขาชนะ
ความสามารถในการเปลี่ยนระดับจากท่ายืนสู่พื้นของอิโซจิมะทำได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการคลำทาง
แต่สามารถหาจังหวะเข้าประชิดและใช้ความแข็งแรงของร่างกายส่วนบนในการโยนคู่ต่อสู้ลงพื้นได้ทันที
ซึ่งเป็นทักษะที่นักสู้ซานด้าอย่างโฟลายังต้องระวังเป็นพิเศษ
บทเรียนจากความพ่ายแพ้หลังโดนศอกแอดเรียน ลี
ไฟต์ล่าสุดของอิโซจิมะก่อนขึ้นชกกับโฟลายังคือการพบกับ Adrian Lee ซึ่งเป็นน้องชายของ
Christian Lee แชมป์โลก ONE อิโซจิมะถูกศอกและหมัดของแอดเรียนถล่มจนแตกและโดน TKO
ไปในยกแรก
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เปิดจุดอ่อนด้านการป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธชุดใหญ่ของเขาให้เห็นชัด
แต่ในเวลาเดียวกัน
มันก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องกลับไปแก้เกมและระมัดระวังมากขึ้นในการยืนต่อสู้
การป้องกันการโจมตีด้วยหมัดและศอกของอิโซจิมะยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
เพราะโฟลายังเป็นนักซานด้าที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกอาวุธที่รวดเร็วและแม่นยำ
หากอิโซจิมะยังเปิดช่องให้โดนหมัดชุดใหญ่โดยไม่ป้องกันอีกครั้ง
ไฟต์นี้อาจจบลงแบบเดียวกับที่แอดเรียน ลีเคยทำให้เขาพ่ายแพ้
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์จากความพ่ายแพ้คือเขาจะได้เรียนรู้ว่าข้อผิดพลาดของตัวเองคืออะไร
และมีเวลาเพียงพอที่จะกลับมาแก้ไข ก่อนเจอโฟลายัง เขามีเวลาเกือบ 5 เดือนในการปรับเกมรับ
ซึ่งอาจเพียงพอที่จะทำให้เขามั่นใจมากขึ้นในการยืนสู้
- แพ้ Adrian Lee – TKO (ศอกและหมัด), 13 กุมภาพันธ์ 2569
- ชนะ Tye Ruotolo – (ไม่ระบุวิธี), 16 พฤศจิกายน 2568
- ชนะ Nicolas Vigna – TKO, 3 ตุลาคม 2568
- ชนะ (คู่ชกในญี่ปุ่น) – ไม่ระบุ
- ชนะ (คู่ชกในญี่ปุ่น) – ไม่ระบุ
จะเห็นได้ว่าอิโซจิมะเป็นฝ่ายชนะถึง 4 ใน 5 ไฟต์หลัง
ความสดและพลังหนุ่มของเขายังเป็นแต้มต่อที่สำคัญ
ปัจจัยชี้ขาดระหว่างเกมยืนของซานด้ากับเกมพื้นของยูโด
การปะทะกันของสองสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือหัวใจของไฟต์นี้
หากเกมดำเนินไปในท่ายืน
โฟลายังผู้มีอาวุธซานด้าที่เฉียบคมทั้งเตะและหมัดจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างมาก
เขาสามารถใช้หมัดแย็บและเตะเจาะยางเพื่อควบคุมระยะไม่ให้อิโซจิมะเข้าประชิดได้
ในทางตรงกันข้าม หากอิโซจิมะสามารถบีบพื้นที่และเข้าคว้าตัวโฟลายังเพื่อทุ่มลงพื้นได้
เกมจะเปลี่ยนไปทันที ทักษะยูโดระดับสูงของเขาจะสร้างปัญหาให้โฟลายังอย่างหนัก
เพราะโฟลายังมีประวัติที่เปราะบางต่อการจับล็อก การที่เกมยืดเยื้อไปถึงยก 2 และ 3
ยิ่งช่วยอิโซจิมะ
เนื่องจากความอ่อนล้าจากวัยของโฟลายังจะทำให้การป้องกันเทคดาวน์แย่ลงเรื่อยๆ
จุดสำคัญที่ต้องจับตาคือ การกอด-คลินช์ และ การไล่แขน
หากโฟลายังสามารถใช้การไล่แขนเพื่อปัดป้องมือของอิโซจิมะก่อนที่เขาจะตั้งหลักทุ่มได้
เท่านั้นถึงจะรักษาระยะได้สำเร็จ
แต่ถ้าอิโซจิมะสามารถไขว้แขนหรือคว้าขาโฟลายังได้แม้เพียงครั้งเดียว
โอกาสที่เกมจะจบลงบนพื้นมีสูงมาก
ในยกแรก เราอาจได้เห็นโฟลายังพยายามเดินบดเพื่อกดดันและวัดระยะของอิโซจิมะ
โดยใช้หมัดแย็บและเตะเจาะยางเพื่อไม่ให้อิโซจิมะตั้งหลักได้
ถ้าหากยกแรกผ่านไปโดยที่อิโซจิมะยังหาจังหวะทุ่มไม่เจอ โอกาสของโฟลายังในยกที่ 2 จะสดใสขึ้น
แต่เมื่อเข้าสู่ยก 2-3 พละกำลังของโฟลายังจะลดลง
ทำให้การป้องกันเทคดาวน์มีประสิทธิภาพน้อยลง อิโซจิมะจะยิ่งได้เปรียบ
อาวุธที่ต้องจับตาในไฟต์นี้:
- หมัดตรงและหมัดฮุคของโฟลายังที่เคยน็อก Amir Khan มาแล้ว
- เตะตัดล่างของโฟลายังเพื่อถอนขาอิโซจิมะ
- การทุ่มยูโด (Harai Goshi, Tai Otoshi) ของอิโซจิมะ
- การรัดคอและหักแขนบนพื้นของอิโซจิมะ
- ศอกตัดวงในของทั้งคู่ในระยะประชิด
เจาะลึกโอกาสและจุดพลิกผันจากฟอร์มและสไตล์ของทั้งคู่

การที่ทั้งคู่ไม่เคยพบกันมาก่อนทำให้ไฟต์นี้มีความตื่นเต้นในเชิงแท็กติกสูง
โฟลายังมีประสบการณ์และความเก๋าเกม แต่ร่างกายเริ่มร่อยหรอ
อิโซจิมะมีความสดและทักษะยูโดอันตราย
แต่ก็มีจุดอ่อนในการรับหมัดและศอกที่เปิดเผยออกมาในไฟต์ล่าสุด
ตัวเลขที่บอกอนาคตเมื่อเปรียบเทียบสถิติและฟอร์มของทั้งคู่
| ด้านที่วัด | เอดูอาร์ด โฟลายัง | โชโสะ อิโซจิมะ |
|---|---|---|
| อายุ | 42 ปี | ไม่เปิดเผย |
| ส่วนสูง / Reach | 173 ซม. / 174 ซม. | ไม่เปิดเผย |
| ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด | ชนะ 1 แพ้ 4 | ชนะ 4 แพ้ 1 |
| พื้นฐานเด่น | วูซูซานดา | ยูโดระดับมหาวิทยาลัย |
| โอกาสชนะจากเรา | 48% | 52% |
จากการวิเคราะห์มวยของเรา โอกาสของทั้งคู่ค่อนข้างสูสี
แต่ด้วยความได้เปรียบทางกายภาพและทักษะการจับล็อกที่เหนือชั้น
ทำให้เราให้น้ำหนักอิโซจิมะมากกว่าเล็กน้อยที่ 52%
โดยมองว่าเกมมีแนวโน้มจะจบลงด้วยการยอมแพ้หรือคะแนนในยกที่ 2 หรือ 3
ทั้งนี้จังหวะพลิกผันอาจเกิดขึ้นได้หากโฟลายังใช้ความเก๋าสวนกลับน็อกในยกแรก
ซึ่งเขาเคยทำได้มาก่อนกับ Amir Khan
ข้อวิเคราะห์เพิ่มเติมที่น่าสนใจคือเรื่องของระยะเอื้อม โฟลายังมีช่วงชกที่ 174 ซม.
ซึ่งเป็นแต้มต่อในการยืนสู้ เขาควรใช้หมัดแย็บและเตะก้านคอเพื่อรักษาระยะตลอดเวลา
ขณะที่อิโซจิมะต้องพยายามลดระยะให้ได้โดยเร็ว
ส่วนการป้องกันเทคดาวน์ของโฟลายังก็คือกุญแจสำคัญ หากเขาป้องกันได้ดีกว่า 60%
ก็อาจพลิกเกมให้ตัวเองได้
นอกเหนือจากตัวเลขแล้ว ยังมีปัจจัยทางจิตวิทยาที่ต้องพิจารณา
โฟลายังเป็นนักสู้ที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วนับสิบปี
ความกดดันในการชกที่เวทีลุมพินีไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา
ขณะที่อิโซจิมะแม้จะเคยชกในระดับนานาชาติมาแล้ว
แต่การมาเป็นคู่เอกในรายการระดับโลกที่กรุงเทพฯ อาจทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกดดันไม่น้อย
ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการติดตามข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เราได้รวบรวมทรรศนะและราคาไว้ที่ วิเคราะห์มวย
และสามารถดูรายละเอียดโปรแกรมไฟต์อื่นๆ ในวันเดียวกันได้ที่ วิเคราะห์มวยวันลุมพินี
จุดพลิกผันที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกมพลิกขั้ว
หากเอดูอาร์ด โฟลายังสามารถหักด่านป้องกันของอิโซจิมะได้ด้วยหมัดฮุคหนักๆ
หรือศอกตัดที่แม่นยำ ไฟต์อาจจบลงในยกแรกทันที ซึ่งนั่นคือความหวังเดียวของเขาที่จะมีชัยชนะ
แต่อิโซจิมะก็ได้เรียนรู้จากไฟต์ล่าสุดแล้วว่าจะต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองโดนอาวุธชุดใหญ่โดยไม่ป้องกัน
เขาอาจเลือกใช้ท่าที่ยับยั้งการโจมตีของโฟลายังตั้งแต่ต้น
ในทางกลับกัน ถ้าอิโซจิมะสามารถทุ่มโฟลายังลงพื้นได้สำเร็จเพียงครั้งเดียว เขาก็จะค่อยๆ
บดขยี้โฟลายังบนพื้นด้วยการกดทับและหาจังหวะซับมิชชัน การยืดเยื้อไปถึงยก 3
ยิ่งเพิ่มโอกาสให้อิโซจิมะ เพราะโฟลายังจะเหนื่อยล้าตามวัยและเปิดช่องให้จับล็อกได้ง่ายขึ้น
อีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือค่าย Lions Nation MMA ของโฟลายัง
ซึ่งมีนักสู้มากประสบการณ์คอยช่วยแก้เกม
การปรับแผนในมุมอาจช่วยให้โฟลายังหาทางหลีกเลี่ยงการเทคดาวน์ในยกหลังได้ ตัวอย่างเช่น
การเปลี่ยนท่ายืนหรือการเน้นใช้ศอกในระยะประชิดเพื่อตัดทางอิโซจิมะไม่ให้คว้าตัวได้ถนัด
สุดท้ายนี้
การชกในเวทีลุมพินีซึ่งมีแฟนมวยไทยจำนวนมากอาจเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่แสดงประสิทธิภาพสูงสุด
โดยเฉพาะโฟลายังที่เคยชกในไทยหลายครั้งและได้รับเสียงเชียร์ไม่น้อย
ซึ่งอาจเป็นพลังใจสำคัญที่ทำให้เขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคในไฟต์นี้ได้
ข้อควรรู้ก่อนวางเดิมพันในคู่เอดูอาร์ด
โฟลายัง vs โชโสะ อิโซจิมะ
การเดิมพันในไฟต์นี้มีความท้าทายเพราะเป็นสไตล์ที่แตกต่างสุดขั้ว
ราคาต่อรองอาจออกมาในรูปแบบที่อิโซจิมะเป็นฝ่ายต่อไม่มากนัก
แต่กระแสเงินอาจเปลี่ยนแปลงตามข่าวความพร้อมของนักมวยทั้งสองฝ่าย
ทีมวิเคราะห์ของเราได้พิจารณาข้อมูลทุกด้านแล้วจึงสรุปทีเด็ดที่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
โดยเฉพาะในเรื่องของราคาต่อรองที่อาจมีความผันผวนจากกระแสของเซียนมวย
ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ราคาไหลไปในทางที่ควรระวัง การติดตามราคาสดก่อนเปิดบิลเป็นสิ่งจำเป็น
เพราะหากราคาไหลลงจากฝั่งต่อ อาจเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอน
หรืออาจเป็นโอกาสในการแทงสวนหากข้อมูลที่เรามีแข็งแรงพอ
การมองราคาและปัจจัยที่เราใช้ในการตัดสินใจ
- ต่อ โชโสะ อิโซจิมะ:
ด้วยฟอร์มที่สดกว่าและทักษะยูโดที่เหนือชั้นในเกมภาคพื้นดิน เขามีโอกาสชนะสูงกว่า
แม้เพิ่งแพ้มาแต่ก็เป็นฝีมือของระดับท็อปคลาส
ส่วนโฟลายังแม้เก๋าเกมแต่ร่างกายไม่ตอบสนองเหมือนเดิมแล้ว
ราคาน้ำของฝั่งอิโซจิมะอาจเป็นน้ำดำ
แต่เรามองว่าน่าลงทุนเพราะความได้เปรียบทางเทคนิคที่ชัดเจน - รองว่าเกมจะไม่จบยก 1:
โฟลายังมักเริ่มต้นช้าและพยายามรักษาพลังไว้ เกมน่าจะดำเนินไปถึงยก 2 หรือ 3 ก่อนจะมีบทสรุป
หากวางเดิมพันแบบจบยกควรเน้นที่ยก 2-3 ซึ่งราคาจะดีกว่าและมีโอกาสเกิดขึ้นจริงสูงกว่า - แนวทางการชนะของอิโซจิมะ: แนะนำเดิมพันแยกประเภท เช่น
อิโซจิมะชนะด้วยการยอมแพ้ หรือชนะคะแนน
เพราะโอกาสที่เขาจะน็อกโฟลายังมีน้อยกว่าการจับล็อก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยอมแพ้ด้วยการรัดคอ (Choke)
เป็นอาวุธเด็ดของอิโซจิมะที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงหากเขาสามารถพาเกมลงพื้นได้สำเร็จ - ข้อควรระวังเรื่องราคาไหล:
หากราคาเปิดมาในรูปแบบที่อิโซจิมะเป็นต่อน้อยกว่าที่ควร
หรือมีกระแสเงินไหลเข้าโฟลายังจำนวนมาก ควรชะลอการตัดสินใจแล้วรอดูราคาสด
เพราะราคาที่เปลี่ยนอาจสะท้อนข้อมูลสำคัญที่เพิ่งเปิดเผย
สำหรับผู้ที่สนใจวางเดิมพันในคู่นี้และคู่อื่นๆ ในศึก ONE ลุมพินี เราขอแนะนำให้ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร และติดตามราคาไหลแบบเรียลไทม์เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ข้อควรระวัง: การเดิมพันทุกรูปแบบมีความเสี่ยง
ควรใช้เงินที่เสียได้และศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนทุกครั้ง