คืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมนี้ กระแสเงินในตลาดมวยยังไหลไม่นิ่ง เมื่อโปรแกรม ONE ลุมพินี 165
จัดไฟต์รีแมตช์ระหว่างฉัตรเพชร เสือแบล็คมวยไทย กับริกุ อิโตะ นักชกญี่ปุ่นจากค่ายจิตรเมืองนนท์
ยิ่งใครตามPakyokมาอย่างต่อเนื่องจะยิ่งเห็นว่าคู่นี้ไม่ได้แพ้กันที่ฝีมือ
แต่แพ้กันที่จังหวะและรายละเอียดเล็กน้อยในยกตัดสิน ไฟต์แรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ริกุเฉือนชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์
ทิ้งคำถามให้แฟนมวยถกเถียงกันยาวว่าใครสมควรเป็นผู้ชนะกันแน่
มาวันนี้ถึงคิวที่ฉัตรเพชรต้องล้างตา
และเซียนมวยต้องชั่งใจว่าจะเข้าข้างมวยต่อหรือเก็บมวยรองไว้ก่อนวางบิล
ราคาไหลของไฟต์รีแมตช์ที่ฉัตรเพชรต้องล้างตาในพิกัด
115 ปอนด์
ไฟต์นี้ถูกวางให้เป็นคู่เอกของโปรแกรม ONE ลุมพินี 165 ที่สนามมวยเวทีลุมพินี ถนนรามอินทรา
โดยมีรายการ The Inner Circle 25 เปิดฉากก่อนในเวลา 18:30 น.
เฉพาะสมาชิกทางช่องทางสตรีมมิ่งของ ONE และตามด้วยโปรแกรมหลักเวลา 20:30 น. ผ่านช่อง
7HD, Facebook และ YouTube ของ ONE
แฟนมวยในประเทศไม่ต้องห่วงเรื่องการรับชมเพราะทุกแพลตฟอร์มเปิดให้ดูฟรีในวันแข่งขัน
บัตรเข้าชมยังเปิดขายผ่าน Thai Ticket Major
สำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศในสนามจริง
พิกัดไฟต์นี้อยู่ในมวยไทยรุ่นอะตอมเวต 105-115 ปอนด์ ซึ่งถือเป็นรุ่นจิ๋วแต่ความเดือดไม่จิ๋ว
เพราะทั้งคู่ชั่งน้ำหนักมาที่ประมาณ 114 ปอนด์แทบไม่ห่างกันเลย ริกุได้เปรียบส่วนสูงเล็กน้อยที่ 164
เซนติเมตร ขณะที่ฉัตรเพชรสูง 160 เซนติเมตร
ตัวเลขนี้ฟังดูไม่มากแต่ในรุ่นเล็กมันหมายถึงระยะเอื้อมที่ทำให้เกมรับมือต่างกันชัดเจน
ยิ่งนับรวมกับสถานะไฟต์ล้างตาของฉัตรเพชร ราคาในตลาดจึงมีโอกาสไหลได้ทั้งสองทิศทาง
และนี่คือเหตุผลที่เซียนมวยจำนวนไม่น้อยรอชมการชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ
อีกสิ่งที่ทำให้ไฟต์นี้มีมูลค่ามากกว่าแค่ศักดิ์ศรี คือโอกาสของนักมวยที่จะก้าวไปสู่สัญญาอาชีพมูลค่า
100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นและคว้าโบนัสประจำรายการ
ฉัตรเพชรจึงมีแรงจูงใจสองชั้น ทั้งล้างตาและทำตลาดตัวเอง
ขณะที่ริกุต้องการพิสูจน์ว่าชัยชนะไฟต์แรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเขาคู่ควรกับสถานะมวยต่อในรุ่นนี้
กติกา ONE ที่ใช้ถุงมือเปิดนิ้ว 4 ออนซ์ยังเพิ่มน้ำหนักให้ทุกอาวุธรุนแรงขึ้น
ทำให้โอกาสจบไฟต์ก่อนครบยกไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ย้อนรอยไฟต์แรกที่ริกุเบียดชนะและคำถามที่ค้างคาในใจแฟนมวย
ก่อนจะวิเคราะห์ไฟต์ล้างตา ต้องย้อนกลับไปดูไฟต์แรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569
ซึ่งจบลงด้วยการตัดสินที่ทำให้แฟนมวยแตกเป็นสองฝ่าย ริกุ อิโตะ ชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์
แต่หลายคนมองว่าฉัตรเพชรทำได้ดีไม่แพ้กัน นี่คือสถิติการพบกันเพียงครั้งเดียวของทั้งคู่
และเป็นปมที่ต้องถูกเฉลยอีกครั้งในวันศุกร์นี้
Split Decision
ไฟต์แรกที่ทุกเสียงเถียงกันไม่จบ
ผลการตัดสินในครั้งนั้นคือ ริกุชนะคะแนนแบบสปลิต หรือคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์
โดยกรรมการสองในสามคนให้ริกุเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่อีกหนึ่งคนเห็นว่าฉัตรเพชรทำได้ดีพอจะชูมือ
ไฟต์นั้นทั้งคู่แลกหมัดแลกเตะกันดุเดือดจนแทบไม่มีใครยอมถอย
แต่ความแม่นยำและการคุมจังหวะของริกุคือสิ่งที่ทำให้เขาทำคะแนนได้เหนือกว่าในช่วงท้ายของแต่ละยก
ประเด็นที่แฟนมวยเถียงกันจนถึงวันนี้คือ
ฉัตรเพชรออกอาวุธหนักและเป็นฝ่ายเดินหน้าเกือบตลอดไฟต์
แต่ริกุตอบโต้ด้วยลูกเตะสกัดและหมัดแย็บที่คมกว่า
ทำให้ภาพรวมเป็นมวยวัดกันที่คะแนนมากกว่าวัดที่ความเสียหาย
ถ้าย้อนดูสถิติการพบกันทั้งหมดในระบบ จะมีเพียงไฟต์เดียวนี้เท่านั้น
และนั่นหมายความว่าทุกฝ่ายยังไม่มีข้อมูลมากพอจะฟันธงว่าใครเหนือกว่ากันจริง
1 พฤษภาคม 2569 – ONE ลุมพินี The Inner Circle: ริกุ อิโตะ
ชนะคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ (Split Decision) ฉัตรเพชร เสือแบล็คมวยไทย
นี่คือไฟต์เดียวที่มีในสถิติ H2H และยังไม่มีการเจอกันครั้งอื่นก่อนหน้านี้
ดังนั้นการบอกว่าฝั่งไหนจะชนะจึงต้องอิงจากฟอร์มล่าสุดและรูปเกมเชิงเทคนิคมากกว่าสถิติตรงตัว
ยิ่งไฟต์แรกสูสีขนาดนี้ ไฟต์ล้างตาจึงยิ่งยากต่อการคาดเดาเพราะทั้งคู่รู้ทางกันแล้ว
บทเรียนที่ฉัตรเพชรต้องเก็บจากความพ่ายแพ้ครั้งแรก
สิ่งที่ฉัตรเพชรต้องเรียนรู้จากไฟต์แรกคือ
การเดินลุยอย่างเดียวไม่พอเมื่อคู่ต่อสู้มีระยะที่เหนือกว่า ริกุใช้ส่วนสูงที่มากกว่าเพียง 4
เซนติเมตรขึงเกมด้วยลูกเตะเจาะยางและหมัดแย็บ ทำให้ฉัตรเพชรต้องเสียแรงในการฝ่าเข้าไป
และเมื่อเข้าประชิดได้จริงก็มักมาถึงตอนที่ตัวเองเริ่มเสียเปรียบเรื่องคะแนนไปแล้ว
ไฟต์นี้ฉัตรเพชรต้องปิดระยะให้เร็วขึ้น
แทรกด้วยการถีบและการกวาดขาเพื่อตัดจังหวะเตะของริกุ ไม่ใช่เดินหน้าตรง ๆ ให้โดนดัก
ถ้ายังปล่อยให้ริกุตั้งเกมได้เหมือนไฟต์แรก โอกาสที่ผลจะซ้ำรอยก็สูงมาก
เพราะจังหวะสองของริกุคือสิ่งที่ลงโทษนักมวยที่ใจร้อนได้ดีที่สุด
การเปลี่ยนเหลี่ยมเข้าหาโดยไม่ออกหมัดชุดจนกว่าจะถึงระยะจริงจึงเป็นกุญแจสำคัญของเกมนี้
ฉัตรเพชร
เสือแบล็คมวยไทย มวยบู๊วัย 16 ที่เอาหมัดหนักนำทาง
โฟกัสที่ฝั่งแดงก่อน
ฉัตรเพชรเป็นนักมวยที่เติบโตจากโรงเรียนกีฬาลำปางก่อนย้ายมาซ้อมกับค่ายเสือแบล็คมวยไทยบางนา
แม้อายุเพียง 16 ปีแต่ผ่านประสบการณ์ชกมาแล้วทั้งชนะน็อกและแพ้น็อก
ทำให้อาวุธของเขาไม่ใช่ลูกไม้เด็กฝึกหัด แต่เป็นมวยที่ผ่านไฟทั้งชนะและแพ้มาพอสมควร
สไตล์โดยรวมคือมวยบู๊ที่เดินหน้าใส่ไม่ยอมถอย และพร้อมแลกอาวุธทุกครั้งที่มีโอกาส
หมัดชุดกับสไตล์เดินหน้ากดดันที่ต้องพังกำแพงเตะของริกุ
อาวุธที่อันตรายที่สุดของฉัตรเพชรคือหมัด ไม่ว่าจะเป็นหมัดฮุคหรืออัปเปอร์คัต
เพราะเขาสามารถออกหมัดเป็นชุดได้อย่างต่อเนื่องจนคู่ต่อสู้ต้องถอยกรุด
ฟอร์มที่เห็นในไฟต์ชนะน็อกโยธิน สจ.บิ๊กเชียงใหม่ ยก 4
สะท้อนให้เห็นว่าถ้าเจอจังหวะคนตัวเล็กที่เดินเบียดเข้ามาได้ เขาสามารถปิดเกมได้ในชั่วหมัดเดียว
ตัวเลขสถิติชนะน็อกของเขายืนยันว่าพลังทำลายล้างคือของจริง
ไม่ใช่เพียงมวยที่เตะไปทำคะแนน
จุดที่ต้องกังวลคือการป้องกันตัว
เพราะสไตล์มวยบู๊ที่เน้นเดินหน้าลุยมักเปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้สวนกลับ และริกุคือนักชกที่ดักทางเก่ง
ถ้าฉัตรเพชรยังชกแรงเกินไปไม่เก็บแรงไว้ใช้ยกท้าย
ไม่แปลกที่เขาจะโดนสอยจากลูกเตะก้านคอหรือศอกกลับในจังหวะที่ตัวเองเผลอ
เกมนี้เขาต้องผสมความเป็นมวยฝีมือเข้าไปอีกนิดเพื่อไม่ให้เป็นเป้านิ่งของมวยเทคนิค
การบริหารแรงและการเลือกจังหวะออกอาวุธจึงสำคัญพอ ๆ กับความหนักหน่วงของหมัด
อีกมุมหนึ่งคือวัยและความสดของฉัตรเพชรยังเป็นอาวุธที่ซ่อนอยู่
เพราะนักมวยอายุน้อยมักฟื้นตัวเร็วและมีหัวใจสู้สูง
เมื่อรวมกับพื้นฐานจากค่ายเสือแบล็คมวยไทยที่เน้นความดุดัน
เขาจึงเป็นมวยที่อันตรายที่สุดเมื่อโดนกดดัน เพราะยิ่งโดนถีบยิ่งเดินหน้า
แฟนมวยที่เคยเห็นไฟต์เขาคงรับรู้ดีว่าไม่มีคำว่าถอยในพจนานุกรมของนักชกรายนี้
ริกุ อิโตะ
ลูกศิษย์จิตรเมืองนนท์ที่อาศัยระยะและสติคุมเกม
อีกฝั่งคือริกุ อิโตะ นักชกวัย 16 จากญี่ปุ่นที่เลือกเข้ามาฝึกกับค่ายจิตรเมืองนนท์
ซึ่งเป็นค่ายที่หล่อหลอมเทคนิคแบบไทยแท้ให้กับเขา ผลลัพธ์คือมวยที่นิ่ง คุมระยะเก่ง
และไม่ง่ายที่จะเสียแผนแม้ถูกกดดันหนัก ๆ
นักชกญี่ปุ่นรายนี้ไม่ได้มาอวดความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว
แต่มีชั้นเชิงที่พร้อมสู้กับมวยไทยในบ้านเกิด
ลูกเตะสกัด หมัดแย็บ
และการดักทางที่ทำให้ฉัตรเพชรถอยไม่เป็น
ริกุไม่ได้เป็นมวยที่เดินหน้าถล่ม แต่เขาคือนักชกที่ใช้สมองนำเกม
จุดแข็งชัดเจนคือการควบคุมระยะด้วยลูกเตะตัดล่างและเตะเจาะยางที่ต้นขาของฉัตรเพชร
เพื่อตัดกำลังขาก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ใช้พลังหมัด
หมัดแย็บของเขายังทำหน้าที่เป็นไม้วัดระยะที่คอยปล่อยออกมาเป็นจังหวะสองเมื่อฉัตรเพชรเผลอ
ภาพรวมจึงเป็นมวยที่ชกแบบมีแบบแผนและแทบไม่เปิดช่องให้คู่ต่อสู้ยิงระยะใกล้ได้ง่าย
อีกข้อที่ทำให้ริกุเหนือกว่าในไฟต์แรกคือความมั่นใจ
เพราะเขาเคยชนะมาแล้วครั้งหนึ่งและรู้แล้วว่าฉัตรเพชรจะบุกเข้ามาแบบไหน
ริกุมีจุดอ่อนที่ว่าแรงปิดเกมอาจไม่ถึงขั้นน็อกเหมือนฉัตรเพชร แต่ถ้าเขายังคุมเกมแบบไฟต์แรกได้
กรรมการก็มีแนวโน้มจะให้คะแนนเขาอีกครั้งเพราะศิลปะการชกที่สะอาดและคมกว่า
ความแข็งแรงของร่างกายที่สม่ำเสมอตลอด 3
ยกยังทำให้เขามักทำคะแนนในช่วงท้ายได้ดีเหนือคู่ต่อสู้ที่เหนื่อยง่าย
ต้องยอมรับว่าการที่ริกุเป็นชาวญี่ปุ่นแต่เลือกมาซ้อมกับค่ายชื่อดังในเมืองไทย
ทำให้เขาซึมซับทั้งแท็กติกมวยไทยและวินัยแบบนักกีฬาญี่ปุ่นพร้อมกัน
จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้ลูกศิษย์จิตรเมืองนนท์ไม่ใช่แค่นักมวยต่างชาติที่ชกแข็ง
แต่เป็นนักมวยที่อ่านเกมเก่งและรู้จังหวะเปลี่ยนเกมของคู่ต่อสู้
เขาจะใช้ความได้เปรียบทางสรีระกดฉัตรเพชรให้อยู่ห่าง ๆ พร้อมเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ
อาวุธเด็ดที่ต้องจับตาในยกแรกของไฟต์ล้างตา

เมื่อทั้งคู่ขึ้นเวทีลุมพินีในคืนวันศุกร์ อาวุธอะไรบ้างที่เป็นตัวกำหนดเกม?
รายการด้านล่างคือสิ่งที่ทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าแฟนมวยต้องล็อกตาไว้ตั้งแต่เสียงระฆังยกแรก
เพราะอาวุธเหล่านี้แหละที่จะเป็นตัวชี้ขาดว่าไฟต์จะจบด้วยการน็อกหรือวัดกันที่คะแนน
- หมัดฮุคและหมัดอัปเปอร์คัตของฉัตรเพชร ที่พร้อมปิดบิลได้ทุกเมื่อหากระยะประชิด
- ลูกเตะเจาะยางของริกุ ที่ใช้สกัดไม่ให้ฉัตรเพชรเดินเข้าซองได้ง่าย ๆ
- ศอกกลับของฉัตรเพชร ซึ่งเป็นอาวุธเงียบที่ยังไม่ได้โชว์เต็มรูปแบบในไฟต์แรก
- การปล้ำและแทงเข่าของริกุ ที่จะเข้ามามีบทบาทเมื่อทั้งคู่ชนกันในระยะประชิด
- ลูกเตะก้านคอและจังหวะสองของริกุ ที่เป็นอาวุธเก็บตกตอนฉัตรเพชรเสียหลัก
อาวุธเหล่านี้จะทำงานได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับใครคุมจังหวะได้ก่อน ถ้าฉัตรเพชรพังกำแพงเตะได้เร็ว
เขาจะได้ใช้หมัดชุดเดินหน้ากดดัน แต่ถ้าริกุรักษาระยะได้ตลอด
เกมจะวนกลับไปสู่การทำคะแนนด้วยเทคนิคที่เขาถนัด
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ราคาในไฟต์นี้ยังเปิดไม่ขาด
แฟนมวยที่ชอบแนวทางแทงสดควรจับตาช่วงยกแรกถึงยกสองให้ดี
เพราะเป็นช่วงที่รูปเกมจะชัดเจนที่สุด
เปรียบเทียบสถิติของฉัตรเพชรกับริกุก่อนตัดสินใจวางเงิน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เรารวบรวมตัวเลขสำคัญของทั้งคู่ไว้ในตารางเดียว
ตั้งแต่สรีระจนถึงฟอร์มล่าสุด และปิดท้ายด้วยมุมมองโอกาสชนะที่ทีมงานประเมินจากรูปเกมทั้งหมด
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ตัดสินทุกอย่างแต่ช่วยให้เห็นจุดได้เปรียบเสียเปรียบก่อนวางบิล
| ด้านที่วัด | ฉัตรเพชร เสือแบล็คมวยไทย | ริกุ อิโตะ |
|---|---|---|
| อายุ | 16 ปี | 16 ปี |
| ส่วนสูง | 160 เซนติเมตร | 164 เซนติเมตร |
| น้ำหนักชั่งล่าสุด | 114.2 ปอนด์ | 114.4 ปอนด์ |
| ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด | พ-ช-พ-ช-พ | ช-พ (ข้อมูลเท่าที่มี) |
| อาวุธเด่น | หมัดหนัก เดินลุย ออกอาวุธชุด | เตะสกัด หมัดแย็บ เข่า |
| จุดเปราะ | ช่องโหว่ช่วงบุก | แรงปิดเกมน้อยกว่า |
| โอกาสชนะที่เราประเมิน | รองเล็กน้อย | ต่อเล็กน้อย |
ตัวเลขข้างต้นไม่ได้บอกว่าฉัตรเพชรสู้ไม่ได้
แต่ชี้ให้เห็นว่าริกุมีจุดได้เปรียบในเรื่องระยะและความนิ่ง
ขณะที่ฉัตรเพชรเป็นฝ่ายได้เปรียบเรื่องพลังทำลายล้าง
เกมนี้จึงเป็นสูตรคลาสสิกระหว่างมวยเก๋าเชิงชั้นกับมวยบู๊ที่หวังพลิกด้วยหมัดเดียว
สิ่งสำคัญคือต้องไม่มองข้ามน้ำหนักที่แทบเท่ากัน แต่ส่วนสูง 4
เซนติเมตรทำให้การเข้าถึงตัวของฉัตรเพชรยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตัวแปรพลิกเกมที่ทำให้มวยรองมีสิทธิ์พลิกโผ
เหตุผลที่ทำให้ไฟต์นี้ยังไม่ควรตัดสินใจง่าย ๆ
คือพลังน็อกของฉัตรเพชรเป็นตัวแปรที่ราคาต่อรองไม่สามารถการันตีได้
แม้ริกุจะเป็นฝ่ายต่อเล็กน้อยในสายตาเซียน
แต่มวยบู๊แบบฉัตรเพชรต้องการเพียงจังหวะเดียวที่หมัดเข้าเป้า ไฟต์ก็พลิกได้ทันที
ดังนั้นใครที่วางบิลรองฉัตรเพชรก็ไม่ได้บ้า แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตาม
และควรเลือกจังหวะที่ราคายังให้ค่าน่าลงทุน นี่คือ หัวใจของไฟต์นี้
ที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องคิดหนัก
ในมุมกลับกัน ถ้าริกุทำได้ตามแผน คือใช้เตะสกัดและหมัดแย็บคุมระยะแล้วไล่ทำคะแนนไปเรื่อย
ๆ โอกาสที่ไฟต์ยืดถึงยกตัดสินมีสูง และถ้าเข้าสู่การชกครบ 3 ยก
ทักษะการคุมเกมของริกุน่าจะเบียดเอาชนะคะแนนได้อีกครั้ง จากการวิเคราะห์มวยของเรา
มองว่าริกุยังมีโอกาสมากกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นที่ราคาจะปิดสนิท
เพราะฝั่งที่แพ้ไฟต์แรกมาพร้อมความกระหายและอาวุธที่หนักกว่าซึ่งสามารถเปลี่ยนเกมได้เสมอ
การแทงสด อาจเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับคู่นี้ เพราะรูปเกมจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเวลาผ่านไป
สำหรับแฟนมวยที่อยากเทียบเรตคู่อื่น ๆ ในโปรแกรมเดียวกัน สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ วิเคราะห์มวยวันลุมพินี และรวมบทวิเคราะห์มวยครบทุกคู่ได้แล้ววันนี้
การเทียบราคาหลายคู่พร้อมกันจะช่วยให้เห็นภาพการลงเงินโดยรวมของวันนั้นชัดเจนขึ้น
ทีเด็ดมวยและจังหวะวางบิลสำหรับคู่ฉัตรเพชร
vs ริกุ
เมื่อผ่านการวิเคราะห์ทุกมุมแล้ว สิ่งที่เหลือคือการจัดลำดับความมั่นใจก่อนวางเดิมพัน
ทีเด็ดในไฟต์นี้ไม่ได้อยู่ที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งขาด แต่ต้องเลือกจังหวะให้ตรงกับสไตล์ที่เรามองเห็น
ใครที่ชอบความเสี่ยงต่ำควรวางบิลตามเทคนิค
ส่วนใครที่มองหาตัวคูณสูงก็ต้องยอมรับความผันผวนของพลังหมัด
- ทีเด็ดแรกคือการเข้าข้างริกุ อิโตะ ในฐานะมวยต่อเล็กน้อย
เพราะเทคนิคการคุมระยะและความมั่นใจจากชัยชนะไฟต์แรกเป็นฐานที่มั่นคงที่สุด - ทีเด็ดรองคือการวางบิลรองฉัตรเพชรเฉพาะช่วงราคาไหลไปในทางริกุมากเกินไป
เพราะพลังหมัดของเขาคือตัวเปลี่ยนเกมที่ราคามองข้ามไม่ได้ - จังหวะที่น่าสนใจคือการแทงสดช่วงยกแรก ถ้าฉัตรเพชรบุกหนักแต่ยังปิดเกมไม่ลง
ราคาจะหนีมาทางริกุ และนั่นคือโอกาสสวนกลับของคนที่มองว่าริกุจะคุมเกมได้ในยกยาว - สำหรับใครที่ไม่อยากเสี่ยงกับราคาที่แกว่ง ควรเลือกเดิมพันแบบเกมรวมที่รอจบครบยก
เพราะสไตล์การชกของทั้งคู่มีโอกาสสูงที่จะวัดกันถึงยกตัดสิน
การบริหารเงินก็สำคัญไม่แพ้การเลือกฝั่ง เพราะคู่นี้มีความสูสีสูงและมีโอกาสพลิกได้ตลอด
ควรกำหนดวงเงินวางเดิมพันต่อไฟต์ให้ชัดเจน และไม่ควรไล่ตามทุนหากเสียในยกแรก
การเดิมพันที่ดีที่สุดคือการเดิมพันที่รู้จักหยุดเมื่อถึงเป้า
อย่าลืมว่าการเดิมพันทุกครั้งต้องอยู่ในงบที่รับไหว และควรศึกษาราคาไหลก่อนวางบิลทุกครั้ง
หากพร้อมแล้วสามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อเริ่มเดิมพันกับคู่มวยนี้ได้เลย