โปรแกรมมวยวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เต็มไปด้วยคู่ชกที่จัดหนักจัดเต็ม
แต่ไฟต์ที่แฟนมวยถามถึงมากที่สุดหนีไม่พ้นการรีแมตช์นัดล้างตาระหว่างช่างทอง เอ็มยุเด็น
กับเพชรอันดา เกียรติยอดยิ่ง ในรายการ ONE ลุมพินี 165 เวลา 18:30 น. ณ
สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ทั้งคู่ชั่งน้ำหนักได้ 139.2
และ 139.8 ปอนด์ตามลำดับ ก่อนตัดสินใจวางบิลและเลือกข้าง
ติดตามโปรแกรมและเรตมวยแบบเรียลไทม์ได้ที่ Pakyok เพราะคู่นี้มีมิติให้วิเคราะห์เยอะพอ ๆ
กับความดุเดือดบนเวที
คู่รีแมตช์ล้างตาสดใน
ONE ลุมพินี 165 ที่ใครก็อดตั้งตารอไม่ได้
ไฟต์นี้ไม่ใช่แค่การพบกันครั้งที่สองของสองนักชกวัยหนุ่ม
แต่คือการพิสูจน์ว่าเพชรอันดาจะก้าวข้ามความพ่ายแพ้ครั้งที่ถูกช่างทองน็อกในยกที่ 3 เมื่อวันที่ 1
มิถุนายน 2568 ที่ศึกท่อน้ำไทย TKO เกียรติเพชร พิกัด 135 ปอนด์ ได้หรือไม่
แผลในใจของนักชกวัย 19 ปีจากจังหวัดชุมพรยังสดใหม่ และการได้กลับมาเจอกันในเวทีระดับ ONE
ลุมพินี 165 ยิ่งทำให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้นหลายเท่า
เพราะฝั่งช่างทองเองก็ต้องการยืนยันว่าชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้มาจากความโชคดี
แต่มาจากฝีมือและไหวพริบในการดักจังหวะที่เหนือชั้นจริง ๆ
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการดูสด โปรแกรมวันศุกร์นี้ยังมี The Inner Circle 25
จัดควบคู่กันในวันเดียวกัน ทำให้บรรยากาศบริเวณสนามมวยเวทีลุมพินีคึกคักเป็นพิเศษ
การแข่งขันเริ่มเวลา 18:30 น. โดยช่วงที่สองจะถ่ายทอดสดผ่านช่อง 7HD
และแฟนมวยทั่วโลกสามารถรับชมผ่านช่องทางสตรีมมิงออนไลน์อย่างเป็นทางการของ ONE
ส่วนใครที่อยากไปเชียร์ถึงขอบเวที ก็สามารถซื้อบัตรได้ที่ Thai Ticket Major
เรียกได้ว่าครบทุกช่องทางสำหรับคืนที่แฟนมวยรอคอย
สิ่งที่ทำให้คู่นี้ยิ่งน่าดูคือมาตรฐานการตัดสินของ ONE ลุมพินีที่ให้ค่ากับความดุดันและการปิดเกม
รวมถึงโบนัสสำหรับนักมวยที่บู๊แหลกจนแฟนมวยขนลุก ดังนั้นทั้งคู่จะไม่มียั้งกันง่าย ๆ
ช่างทองที่เพิ่งชนะน็อกยกแรกในไฟต์ล่าสุดย่อมอยากปิดเกมให้เร็ว
ขณะที่เพชรอันดาก็รู้ดีว่าการชกให้ครบยกอาจไม่เป็นผลดีกับเขาเมื่อเจอคู่ชกที่มีพลังหมัดขนาดนี้
ระยะเอื้อม
181 เซนติเมตรของเพชรอันดาคือคำตอบที่ช่างทองต้องหามุมสวนให้ได้
จุดที่เห็นชัดที่สุดจากการชั่งน้ำหนักคือข้อได้เปรียบทางสรีระของเพชรอันดา ซึ่งสูง 181
เซนติเมตร เทียบกับช่างทองที่ 176 เซนติเมตร ผลต่าง 5 เซนติเมตรนี้ถูกคิดเป็นช่วงชกที่ยาวกว่า
และยิ่งเป็นผลดีกับเกมเข่าและแข้งซ้ายนำของเพชรอันดา
เพราะเขาสามารถโจมตีได้ก่อนโดยที่คู่ชกยังเอื้อมไม่ถึงตัว
ถ้าช่างทองปล่อยให้เพชรอันดากำหนดระยะได้ตั้งแต่ยกแรก
เกมนี้จะกลายเป็นงานยากสำหรับมุมแดงทันที
อย่างไรก็ตาม ระยะที่ยาวกว่าย่อมมาพร้อมช่องว่างในจังหวะที่เหยียดอาวุธ
และนั่นคือพื้นที่ที่ช่างทองถนัดใช้เล่นงานคู่ต่อสู้ ดังนั้นหัวใจของไฟต์นี้จึงไม่ได้อยู่ที่ใครสูงกว่า
แต่อยู่ที่ใครจะบังคับระยะให้เป็นฝ่ายได้เปรียบก่อน
และนี่คือสิ่งที่เราจะเจาะลึกเป็นประเด็นแรก
เกมเข่าระยะยาวที่เพชรอันดาใช้กดดันจนมุมแดงเสียจังหวะ
เพชรอันดาเป็นมวยเข่าอาชีพที่ไม่ได้ถนัดแค่การตีเข่าในวงใน
เขาสามารถแทงเข่าจากระยะด้วยการวางเท้าหนักและไถลเข้าหาเป้าหมายโดยใช้ความยาวช่วงขา
85.1 เซนติเมตรพยุงระยะได้อย่างน่ากลัว
โดยเฉพาะเข่าแทงเข้าลำตัวและเข่าโค้งเข้าชายโครงที่ใช้ทำลายจังหวะการหายใจของคู่ชกได้เป็นอย่างดี
ถ้าเขาล็อกคอช่างทองได้เมื่อไหร่
เกมปล้ำตีเข่าของเขาจะกลายเป็นอาวุธที่บั่นทอนพลังของมุมแดงไปทีละน้อย
และเมื่อช่างทองเริ่มเสียศูนย์ เพชรอันดาก็จะได้จังหวะแทงเข่าซ้ำในจังหวะที่คู่ชกกำลังถอยหนี
การเดินเบียดเข้าหาอย่างไม่หยุดนิ่งของเพชรอันดาคือรูปแบบที่ทำให้คู่ต่อสู้หลายรายต้องถอยร่น
แต่กับช่างทองซึ่งเป็นมวยซ้ายชั้นเชิงเยี่ยม การเข้าปล้ำระยะใกล้มีความเสี่ยงสูง
เพราะช่างทองมีลูกฮุกซ้ายสั้นและศอกงัดที่พร้อมปิดเกมเสมอ
ดังนั้นเพชรอันดาต้องเลือกจังหวะเข้าปล้ำอย่างฉลาด ไม่ใช่ทุ่มเทรกไปแบบมั่ว ๆ
ถ้าเขาเร่งเข้าปล้ำโดยไม่ได้เตรียมการ์ดรับหมัดสวนไว้ล่วงหน้า ไฟต์แรกก็จะซ้ำรอยเดิม
จุดอ่อนเดิมที่เพชรอันดายังซ่อมไม่เสร็จหลังโดนหมัดสวนน็อก
เกมรุกที่ดุดันของเพชรอันดามีเงื่อนไขเดียวคือการเปิดช่องให้คู่ชกดักสวน
ไฟต์แรกเขาโดนหมัดสวนของช่างทองเข้าที่ปลายคางจนน็อกในยกที่ 3
และนั่นคือบทเรียนราคาแพงที่ยังไม่แน่ใจว่าเขาซ่อมแซมได้หมดหรือไม่
เพราะนิสัยการเดินบุกของเขาติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง
การจะเปลี่ยนสัญชาตญาณให้หันมาชะลอเกมหรือถอยเพื่อเลี่ยงหมัดสวนนั้นต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก
ไม่ใช่แค่ตั้งใจในไฟต์นี้เท่านั้น
จุดที่น่ากังวลคือเมื่อเพชรอันดาถูกหมัดหนักแล้ว เขามักจะยิ่งเร่งเครื่องเดินหน้าใส่
ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เข้าทางช่างทองพอดี เพราะช่างทองคือมวยที่รอจังหวะสองได้อย่างเลือดเย็น
หากเพชรอันดายังเดินหน้าซ้ำรอยเดิมโดยไม่เพิ่มการ์ดหรือใช้แย็บวัดระยะให้มากขึ้น
โอกาสที่จะถูกน็อกซ้ำอีกครั้งก็ยังสดใสอยู่บนโต๊ะวิเคราะห์
สิ่งเดียวที่จะช่วยเขาได้คือการหัดถอยหลังตั้งหลักบ้างเป็นจังหวะ แต่ด้วยนิสัยใจสู้แบบนักมวยเข่าแท้
ๆ นี่คือจุดที่ยากที่สุดในการปรับเปลี่ยน
สถิติ 5
ไฟต์ล่าสุดของช่างทองกับเพชรอันดาชี้ว่าใครเข้าฟอร์มก่อน
ถ้าดูจากสถิติการพบกันที่ผ่านมา ทั้งคู่เคยเจอกันเพียงครั้งเดียว
และผลจบลงที่ช่างทองเอาชนะน็อกเพชรอันดาในยกที่ 3
เป็นไฟต์ที่ทำให้ไฟต์นี้ถูกตั้งฉายาว่านัดล้างตา
แต่การตัดสินใจเลือกข้างในวันนี้ต้องดูฟอร์มล่าสุดของทั้งคู่ประกอบด้วย
เพราะต่างคนต่างผ่านการชกมาแล้วหลายไฟต์หลังเหตุการณ์นั้น
1 มิถุนายน 2568 – ช่างทองชนะน็อกเพชรอันดา ยก 3 (ศึกท่อน้ำไทย TKO เกียรติเพชร
พิกัด 135 ปอนด์)
สถิติการพบกันมีเพียงหนึ่งครั้งตามด้านบน แต่ฟอร์มการชก 5
ไฟต์ล่าสุดของทั้งคู่ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าใครกำลังเดินหน้าต่อ
และใครยังมีจุดที่ต้องแก้ไขก่อนขึ้นเวทีไฟต์สำคัญ
ผลงาน 5
ไฟต์ล่าสุดของช่างทองกับเพชรอันดาก่อนมาถึงไฟต์รีแมตช์
ช่างทอง เอ็มยุเด็น นักชกจากค่ายเอฟ.เอ.กรุ๊ป จังหวัดกระบี่ วัย 22 ปี ถนัดซ้าย
ฟอร์มล่าสุดกำลังเข้าที่เข้าทาง เขาชนะน็อกคู่ชกคนล่าสุดในยกที่ 1 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569
และก่อนหน้านั้นก็เคยชนะน็อกเพชรอันดามาแล้วในยกที่ 3 ผลงาน 5 ไฟต์หลังสุดของเขาคือ:
- ชนะน็อก ยก 1 – ยูเนส ราเมล แฟมิลี่มวยไทย (21 มิถุนายน 2569)
- ชนะน็อก ยก 3 – เพชรอันดา เกียรติยอดยิ่ง (1 มิถุนายน 2568)
- แพ้น็อก ยก 3 – วุฒิไกร ว.จักรวุฒิ (7 มีนาคม 2568)
- ชนะน็อก ยก 2 – เพชรพลังชัย พ.หอมกลิ่น (19 มกราคม 2568)
- แพ้น็อก ยก 2 – อีสานเหนือ โชติบางแสน (13 กันยายน 2567)
ฝั่งเพชรอันดา เกียรติยอดยิ่ง นักมวยเข่าจากค่ายเกียรติยอดยิ่ง / ช้างนครศรี วัย 19 ปี
ฟอร์มดีไม่แพ้กัน เขาเพิ่งชนะน็อกกอไผ่ ส.ยิ่งเจริญการช่างเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569
และชนะตามคะแนนอีก 2 ไฟต์ก่อนหน้านั้น แต่ใน 5 ไฟต์หลังสุดเขาก็แพ้น็อกถึง 2 ครั้ง
รวมถึงไฟต์ที่แพ้ช่างทองด้วย ผลงานของเขาคือ:
- ชนะน็อก – กอไผ่ ส.ยิ่งเจริญการช่าง (7 มิถุนายน 2569)
- ชนะคะแนน – ยอดเพชร เพชรพรหมคุณมวยไทยยิม (8 กุมภาพันธ์ 2569)
- ชนะคะแนน – ซาอีส แฟมิลี่มวยไทย (10 มกราคม 2569)
- แพ้น็อก – ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย (13 กรกฎาคม 2568)
- แพ้น็อก – ช่างทอง เอ็มยุเด็น (1 มิถุนายน 2568)
ฟอร์มโดยรวมบอกเราว่าช่างทองมีความคมในการปิดเกมมากกว่า
ขณะที่เพชรอันดาผ่านไฟต์ชนะมา 3 ไฟต์ติดต่อกัน
แต่คู่แข่งที่เจอในไฟต์ชนะยังไม่มีระดับเดียวกับช่างทอง
ดังนั้นการวัดฝีมือครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับดาวรุ่งจากชุมพร
และถ้าเพชรอันดาฝ่าด่านนี้ไปได้
ชื่อของเขาจะเปลี่ยนจากมวยรองพลิกชนะไปเป็นนักชกตัวจริงในบัลลังก์มวยไทยทันที
เปรียบเทียบอาวุธเด็ดระหว่างหมัดซ้ายทรงพลังกับเกมเข่าครบเครื่อง
ถ้าถามว่าใครมีอาวุธที่ “จบเกมได้ในหนึ่งจังหวะ” คำตอบคือช่างทอง เอ็มยุเด็น
เพราะหมัดซ้ายและแข้งซ้ายของเขาสร้างความเสียหายถึงขั้นน็อกเอาต์ได้แทบทุกไฟต์
ขณะที่เพชรอันดาเป็นมวยครบเครื่องที่เน้นการบดขยี้ด้วยเกมเข่าและความยาว
และนี่คือตารางเปรียบเทียบที่ทำให้เห็นจุดต่างของทั้งคู่ชัดเจน
| ด้านที่วัด | ช่างทอง เอ็มยุเด็น | เพชรอันดา เกียรติยอดยิ่ง |
|---|---|---|
| อายุ | 22 ปี | 19 ปี |
| ส่วนสูง | 176 เซนติเมตร | 181 เซนติเมตร |
| ช่วงชก | 176 เซนติเมตร | 181 เซนติเมตร |
| ค่ายมวย | เอฟ.เอ.กรุ๊ป | เกียรติยอดยิ่ง / ช้างนครศรี |
| สถิติรวม | ชนะ 16 แพ้ 9 | ชนะ 22 แพ้ 10 |
| สไตล์หลัก | มวยซ้ายฝีมือ ดักสวนอาวุธหนัก | มวยเข่า เดินบุกกดดัน |
| ฟอร์มไฟต์ล่าสุด | ชนะน็อกยก 1 | ชนะน็อก |
| แนวโน้มการชนะที่เราประเมิน | เหนือกว่า | ตามหลัง |
ตารางข้างต้นไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่ากันแบบขาดลอย
แต่บอกถึงทิศทางของเกมที่ทั้งคู่จะพยายามดึงเข้าหาตัว
ช่างทองอยากให้ไฟต์อยู่ในระยะกลางที่เขาสามารถยิงหมัดตรงและฮุกซ้ายได้เต็มกำลัง
ส่วนเพชรอันดาอยากให้ไฟต์เข้าไปอยู่ในวงในที่เขาจะได้ใช้เข่าแทงและเข่าโค้งเล่นงานร่างกายของคู่ชก
ใครบังคับจังหวะให้เป็นแบบที่ตัวเองถนัดได้ก่อน ฝ่ายนั้นจะมีโอกาสปิดเกมได้สวยงามกว่า
อาวุธที่ต้องจับตาคืนนี้มีทั้งหมัด แข้ง เข่า และศอก ซึ่งแต่ละฝั่งมีจุดเด่นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ไล่เรียงออกมาได้ดังนี้
- หมัดตรงซ้ายและฮุกซ้ายของช่างทอง คืออาวุธที่เคยน็อกเพชรอันดามาแล้ว
และเป็นตัวแปรที่ทำให้คู่ชกต้องระวังตัวตลอดเวลา - แข้งซ้ายก้านคอของช่างทองเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ใช้ตัดเกมและทำลายการ์ดของเพชรอันดาได้ในจังหวะที่เดินบุกเข้ามา
- เข่าแทงและเข่าโค้งของเพชรอันดาคือเกมปิดที่เขาต้องการพาทุกไฟต์เข้าสู่ระยะประชิดตัว
- แย็บซ้ายหน้าและการเตะทับนอกของเพชรอันดาจะเป็นเครื่องมือวัดระยะที่สำคัญที่สุด
ถ้าเขาทำได้ดีจะทำให้หมัดสวนของช่างทองไร้ประสิทธิภาพ
ที่จริงแล้วอาวุธของทั้งคู่ไม่ได้ห่างกันมากในแง่ความหลากหลาย แต่ต่างกันที่
“ความหมายของหนึ่งจังหวะ” ช่างทองใช้หนึ่งจังหวะเพื่อปิดเกม
ส่วนเพชรอันดาใช้หลายจังหวะเพื่อบั่นทอนและทำแต้ม การชกครั้งนี้จึงเหมือนกับการต่อรองระหว่าง
ระเบิดเวลา กับ เครื่องบดเนื้อ ใครตั้งระบบได้ก่อนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ
และในกติกา ONE ลุมพินีที่ใช้นวมเปิดนิ้วขนาดเล็ก ความเสี่ยงที่จะโดนอาวุธหนักปิดเกมมีสูงมาก
ทุกจังหวะที่พลาดคือหายนะ

วิเคราะห์เชิงลึกและทิศทางที่มวยคู่นี้กำลังเดินไป

เมื่อรวมทุกมิติเข้าด้วยกัน เรา วิเคราะห์มวย คู่นี้จากฟอร์ม สไตล์
สถิติการเจอกัน และสภาพร่างกายของนักชกทั้งสอง
และเรามองว่าช่างทองยังเป็นฝ่ายที่มีมุมได้เปรียบมากกว่า
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเพชรอันดาจะไม่มีทางกลับมา
เราไม่ควรด่วนตัดสินจากหน้าตาราคาหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว
เพราะทุกไฟต์ในเวทีลุมพินีมีพลิกได้เสมอ หากใครที่อยากดูโปรแกรมคู่อื่นเพิ่มเติม
ก็สามารถติดตามได้ที่ วิเคราะห์มวยวันลุมพินี
เช่นกัน
จุดพลิกเกมที่ทำให้เพชรอันดาคว้าโอกาสล้างตา
เงื่อนไขแรกที่เพชรอันดาต้องทำได้คือใช้ความยาวสาดแข้งซ้ายนำและคุมระยะไม่ให้ช่างทองตั้งมุมสวน
ถ้าเขาปล่อยให้ช่างทองยืนรออยู่กับที่ เกมของเขาจะถูกดักทางง่ายมาก
แต่ถ้าเขาขยับเข้าออกตลอดเวลา สลับกับการเตะทับนอกและเตะชายโครง
ทำลายขาของช่างทองตั้งแต่ยกแรก จะทำให้หมัดหนักของมุมแดงช้าลง
และเปิดทางให้เขาเข้าปล้ำตีเข่าได้ในยกท้าย ๆ
นี่คือสูตรที่เพชรอันดาต้องทำซ้ำให้ได้ตั้งแต่ยกแรกจนถึงยกตัดสิน
อีกเงื่อนไขคือการป้องกันหมัดตรงซ้ายเวลาที่ตัวเองเป็นฝ่ายเดินบุก
เพชรอันดาต้องใช้การ์ดที่สูงขึ้นและเอียงตัวหลบหลังอาวุธของตัวเอง
ไม่ใช่ตั้งท่าชกหมัดชุดแล้วทิ้งช่วงให้โดนสวนกลับ ถ้าเขาปลดล็อกจุดนี้ได้
เกมจะเปลี่ยนจากรองเป็นต่อได้ในพริบตา
เพราะร่างกายที่สูงยาวกว่าจะเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
และเมื่อเขาสามารถเข้าปล้ำได้โดยไม่โดนโจมตีระหว่างทาง
เกมเข่าของเขาจะกลายเป็นฝันร้ายของช่างทองในระยะประชิด
มุมที่ราคาอาจพลาดไปเมื่อมองฟอร์มของเพชรอันดา
หลายคนอาจมองว่าช่างทองชนะน็อกเพชรอันดามาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นไฟต์นี้จะจบไม่ต่างจากเดิม
แต่มุมที่ราคาอาจมองข้ามคือพัฒนาการของเพชรอันดาในรอบปี เขาเพิ่งอายุ 19 ปี
และมีไฟต์ต่อสู้กับคู่ชกที่แข็งแกร่งมาไม่น้อย เกมเข่าของเขาดูนิ่งขึ้น และการชก 3
ไฟต์ชนะรวดก็ช่วยสร้างความมั่นใจได้มาก
การที่เขาชนะน็อกไฟต์ล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่าพลังทำลายล้างของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์มวยของเรา เรายังคงให้น้ำหนักช่างทองเอาชนะได้มากกว่า
เพราะสไตล์มวยซ้ายที่รอจังหวะสวนเข้ากับนิสัยการเดินบุกของเพชรอันดาอย่างไม่ต้องสงสัย
และช่างทองเพิ่งโชว์ฟอร์มด้วยการชนะน็อกยกแรกในไฟต์ล่าสุด
ซึ่งแปลว่าร่างกายเขากำลังอยู่ในช่วงพีค การเดิมพันที่ให้ความมั่นใจมากที่สุดจึงยังเป็นช่างทองชนะ
แต่ถ้าอยากได้ราคาที่สูงขึ้น
การมองเพชรอันดาชนะคะแนนในเงื่อนไขที่เขาเข้าปล้ำได้สำเร็จก็มีเหตุผลรองรับอยู่เหมือนกัน
การวางบิลในไฟต์นี้จึงต้องชั่งใจระหว่างความปลอดภัยกับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ทีเด็ดมวยวันนี้และมุมเดิมพันที่ควรโฟกัส
สำหรับคืนนี้ ทีเด็ดมวย ONE ลุมพินี
ที่เรามองว่าโดนใจมากที่สุดคือการเลือกฝั่งช่างทองให้ชนะน็อกภายใน 3 ยก
แต่ก็มีมุมรองที่น่าสนใจสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ และสำหรับคนที่ชอบดูราคาไหลก่อนวางบิล
ควรจับตาความเคลื่อนไหวของเรตมวยในช่วงก่อนเริ่มไฟต์
เพราะถ้าราคาเริ่มหนีไปทางช่างทองมากเกินไป มูลค่าการเดิมพันอาจลดลง แต่ถ้ายังทรงตัวอยู่
การเข้าข้างช่างทองก็น่าจะเป็นการเล่นที่ปลอดภัยที่สุดในไฟต์นี้
- ช่างทองชนะน็อก (KO/TKO) –
เป็นตัวเลือกแรกที่เรามองว่ามีน้ำหนักมากที่สุด
เพราะอาวุธหนักของเขาคมกริบและเคยปิดเกมเพชรอันดามาแล้วครั้งหนึ่ง - ช่างทองชนะภายใน 3 ยก – เผื่อเพชรอันดาปรับเกมรับได้ดีขึ้น
แต่ก็ยังไม่น่าจะต้านทานพลังหมัดของมวยซ้ายรายนี้ไปจนครบ 5 ยก - หลีกเลี่ยงการแทงเพชรอันดาแบบมวยรอง –
ถ้ายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงการ์ดและจังหวะการเดินของเขาในยกแรก
แนวโน้มที่จะถูกสวนซ้ำยังสูงเกินไป
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเลือกข้างไหน อย่าลืมตั้งสติและแทงเท่าที่รับไหว
เพราะมวยไทยมีพลิกล็อกได้เสมอ แม้เราจะวิเคราะห์กันหนักหนาแค่ไหนก็ตาม
สำหรับใครที่ยังไม่มีบัญชีและอยากร่วมลุ้นกับคู่ไฟต์รีแมตช์ร้อนแรงนี้ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
ได้เลยก่อนเสียงระฆังยกแรก