ย้อนกลับไปเมื่อค่ำคืนวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ในศึกเพชรยินดีช่วงที่ 2 มีคู่ชกสายเลือดพิกัด
112 ปอนด์ที่ถูกพูดถึงไม่น้อย นั่นคือไฟต์แรกของ มรกตเขียว ส.เรืองสวัสดิ์ กับ หลานย่าโม
ศิษย์มนต์ชัย
ซึ่งบทวิเคราะห์ก่อนชกครั้งนั้นหนุนนักชกจากค่ายศิษย์มนต์ชัยให้เป็นฝ่ายชนะด้วยอาวุธครบเครื่อง
และเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบเดือน
ทั้งคู่ก็กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในไฟต์รีแมตช์ของศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ วันอังคารที่ 1
กันยายน 2569 ณ เวทีมวยนานาชาติรังสิต จ.ปทุมธานี โดยแฟนมวยที่ติดตามโปรแกรมผ่าน มวยพักยก ต่างเฝ้ารอว่าม้ามืดวัย 22
ปีจะล้างตาได้สำเร็จหรือไม่
มรกตเขียว
ส.เรืองสวัสดิ์ ม้านอกสายตาสูง 169 เซนติเมตรที่การันตีด้วยพลังทีเคโอ
มรกตเขียว ส.เรืองสวัสดิ์ คือชื่อที่คอเมวยเริ่มจดจำได้มากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา
เจ้าตัวถูกวางภาพในฐานะ “ม้านอกสายตา” หรือมวยมาแรงที่ไต่อันดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ด้วยวัยเพียง 22 ปี และส่วนสูง 169 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นรูปร่างได้เปรียบสำหรับพิกัด 112
ปอนด์ หรือราว 55 กิโลกรัม ก่อนหน้านี้เขายังเคยชกในนาม MJ.ไฟท์พ้อย มาก่อน
แต่เพิ่งมาแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักในสังกัด ส.เรืองสวัสดิ์ จากผลงานบนเวทีรายการใหญ่
ฟอร์มล่าสุดของมรกตเขียวกับบทเรียนนัดแพ้กรังปรีย์น้อย
ถ้าดูจากฟอร์มที่ปรากฏในข้อมูล มรกตเขียวเคยโชว์พลังจบเกมได้อย่างน่ากลัว เมื่อวันที่ 30
กันยายน 2568 เขาเอาชนะทีเคโอ ฉลามเพชร ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน ได้ในยก 2 บนเวทีมวยรังสิต
และในรายการเดียวกันนั้นเขาขึ้นชกในมุมน้ำเงิน
ซึ่งยืนยันว่าเป็นมวยที่มีอาวุธหนักพอจะปิดเกมได้โดยไม่ต้องรอกรรมการชี้ขาด
นี่คือภาพจำที่ทำให้เจ้ามือและเซียนมวยหลายคนเริ่มจับตามองเขาในฐานะตัวแปรสำคัญของรุ่น
แต่ไฟต์ล่าสุดที่ทราบผลแน่ชัดกลับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569
เขาเป็นฝ่ายแพ้คะแนนให้กับ กรังปรีย์น้อย ปุ๋ยตราสามพี่น้อง บนเวทีมวยรังสิตเช่นกัน
นั่นแสดงให้เห็นว่าเมื่อเจอคู่ชกที่อ่านเกมขาดและมีชั้นเชิงเหนือกว่า
มรกตเขียวยังหาทางพลิกกลับได้ไม่สำเร็จ การมาเจอกับหลานย่าโมซึ่งเป็นมวยฝีมือครบเครื่อง
จึงต้องพิสูจน์ว่าเขาปรับเกมจากนัดแพ้ครั้งนั้นได้มากแค่ไหน
และจุดอ่อนที่เคยถูกจับได้จะถูกแก้ไขหรือยัง
จุดเปราะเรื่องน้ำหนักและความสดของนักมวยอายุ
22
สิ่งหนึ่งที่ตามหลอกหลอนมรกตเขียวมาตลอดคือวินัยในการชั่งน้ำหนัก จากสถิติที่มีปรากฏ
เขาชั่งเกินพิกัด 0.2 ปอนด์ ในไฟต์วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569, เกิน 0.6 ปอนด์ ในไฟต์วันที่ 23
มิถุนายน 2569 และเคยชั่งได้ 112.7 ปอนด์ เกิน 0.7 ปอนด์
ในรายงานผลชั่งของศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ อีกรายการหนึ่ง
นิสัยการปล่อยน้ำหนักเกินแบบนี้ย่อมกระทบสภาพร่างกายโดยตรง
เพราะร่างกายต้องรีบลดน้ำหนักในช่วงสัปดาห์สุดท้ายและอาจเสียความสดในยกท้าย
ในทางกลับกัน อายุ 22 ปีถือเป็นข้อได้เปรียบเรื่องความสดและความทะเยอทะยาน
เขายังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาและมีแรงจูงใจสูงในการไต่อันดับ
ทว่าความกดดันจากการถูกจับตามองในฐานะม้ามืดอาจเล่นงานได้
หากเขาพลาดจังหวะชั่งน้ำหนักอีกครั้งในคืนก่อนชก
ทีมงานมุมของเขาจึงต้องบริหารทั้งน้ำหนักและความฟิตให้ลงตัวมากที่สุด
เพราะถ้าเข้าเวทีมาสภาพไม่เต็มร้อย
เกมที่จะสู้กับมวยประสบการณ์อย่างหลานย่าโมก็ยากจะไปถึงฝั่งฝัน
หลานย่าโม
ศิษย์มนต์ชัย มวยขวาสูงยาวเข่าแหลมที่กลับมาโหมดบู๊
ฝั่งหลานย่าโม ศิษย์มนต์ชัย คือนักมวยมากประสบการณ์จากค่ายมวยดังเมืองกาญจน์
ซึ่งภูมิลำเนาจริงอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ปักหลักซ้อมอยู่ที่ค่ายศิษย์มนต์ชัย จ.กาญจนบุรี
เจ้าตัวขึ้นชกมาแล้วไม่น้อยกว่า 100 ไฟต์ แม้หน้าสถิติชุดหนึ่งจะแสดงตัวเลขชนะ 12 แพ้ 16 เสมอ
0 แต่ตัวเลขเหล่านั้นก็ไม่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดของมวยที่เติบโตมาจากเวทีต่างจังหวัด
ก่อนไฟต์นี้เขาถูกมองว่าเป็นมวยขวา สูงยาว ครบเครื่อง
ซึ่งมีทั้งฝีมือและเชิงมวยในระดับที่อันตรายต่อคู่ชกทุกคน
เข่าแหลม ลูกถีบดี
และเกมปล้ำเหนียวแน่นที่กดดันระยะประชิด
จากบทวิเคราะห์ก่อนการพบกันครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
มีการชี้ชัดว่าหลานย่าโมเป็นนักมวยที่ใช้อาวุธเข่าได้แหลมคม มีลูกถีบที่ใช้กันระยะได้ดี
และที่สำคัญคือเกมปล้ำตีที่เหนียวแน่นแข็งแกร่ง พอรวมกับศอกที่หนักหน่วงแล้ว
เขาจึงเป็นมวยที่ครบเครื่องทั้งอาวุธไกลและอาวุธประชิด
การเข้าประกบของเขาไม่ได้เป็นเพียงการกอดรั้งเพื่อรอกรรมการแยก
แต่คือการปล้ำตีเพื่อสร้างคะแนนและบั่นทอนร่างกายคู่ชกไปในตัว
จุดที่ต้องจับตาคือเมื่อเขาจับระยะได้
เขามักจะดันเกมเข้าสู่คลินช์และยกเข่าขึ้นกระทุ้งเป็นจังหวะสั้น ๆ
ซึ่งเป็นอาวุธที่ทำแต้มได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับมรกตเขียวที่ถนัดมวยสูงยาว
การถูกพาเข้าสู่เกมในระยะประชิดจะลดความได้เปรียบด้านช่วงแขนลงทันที
นี่จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หลานย่าโมจะใช้เปลี่ยนทิศทางของไฟต์ได้
และถ้าเขาเลือกใช้ลูกถีบสวนจังหวะตั้งแต่ยกแรก มรกตเขียวจะยิ่งยากขึ้นในการตั้งเกมรุก
ฟอร์มชนะน็อกยกแรกของหลานย่าโมกับการปรับสไตล์ใส่ไม่ยั้ง
ฟอร์มล่าสุดที่ทราบผลของหลานย่าโมคือการชนะน็อก ฉัตรเงินเล็ก ปานนิวัฒน์มวยไทยยิมส์
ได้ในยกแรก โดยรายงานผลเขียนว่าแดงชนะน็อก ยก 1 ซึ่งหมายถึงตัวเขาที่อยู่ในมุมแดง
ไฟต์นั้นยิงสัญญาณชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้มาเล่นเกมรอจังหวะ
แต่พร้อมจะเดินหน้าเปิดเกมแลกและปิดงานได้ทุกเมื่อ
ความมั่นใจในระดับนี้คือสิ่งที่นักมวยทุกคนต้องการก่อนขึ้นเวทีไฟต์ใหญ่
นอกจากนี้ โพสต์จากทีมงานและค่ายยังระบุว่าหลานย่าโมกลับมาทำฟอร์มสวยได้อย่าง “กระดูก”
และปรับสไตล์การชกให้บู๊ขึ้น เน้นเตะขา ต่อยหมัด ซัดไม่ยั้ง แทนที่จะเป็นมวยฝีมือที่ตั้งเกมรอ
การเปลี่ยนโหมดแบบนี้ทำให้เขาดูอันตรายขึ้นในสายตาเซียนมวย เพราะทั้งบุกและทั้งมีอาวุธปิดเกม
ถ้าเกมนี้เขาเดินใส่ตั้งแต่ยกแรก มรกตเขียวจะถูกกดดันให้ต้องตอบโต้ทั้งที่ไม่ได้ถนัด
และถ้าถูกไล่ต้อนจนถอยไม่ทัน โอกาสโดนศอกตัดหรือเข่าตีในจังหวะแลกก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
รีแมตช์จากศึกเพชรยินดีสู่เวทีมวยรังสิตที่ยังไม่มีผลแพ้ชนะการันตี
คู่นี้เคยเจอกันมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ในศึกเพชรยินดีช่วงที่ 2
โดยหลานย่าโมอยู่ในมุมแดง ส่วนมรกตเขียวอยู่ในมุมน้ำเงิน
แต่ที่หนักใจคือผลการตัดสินในไฟต์นั้นไม่ปรากฏในข้อมูลที่เรามี
ทำให้ไม่สามารถใช้สถิติการพบกันมายืนยันความได้เปรียบได้แน่ชัด
สิ่งที่พออนุมานได้คือทั้งคู่คุ้นเคยอาวุธและจังหวะของกันและกันในระดับหนึ่งแล้ว
รีแมตช์ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบว่าฝ่ายไหนพัฒนามากกว่ากันจริงหลังผ่านไปเกือบปี
สำหรับโปรแกรมวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 รายการศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ
จะเริ่มชกตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีมวยนานาชาติรังสิต จ.ปทุมธานี
โดยคู่นี้ชกในพิกัด 112 ปอนด์ และถ่ายทอดสดผ่านช่อง True4U หรือทรูโฟร์ยู กด 24
รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ
แฟนมวยที่ต้องการไล่ดูโปรแกรมทั้งรายการสามารถติดตามได้จากหน้า วิเคราะห์มวย ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
ของเรา
- 6 พฤศจิกายน 2568 – หลานย่าโม ศิษย์มนต์ชัย (มุมแดง) พบ มรกตเขียว ส.เรืองสวัสดิ์
(มุมน้ำเงิน) ศึกเพชรยินดีช่วงที่ 2 – ยังไม่ทราบผลการตัดสิน - 1 กันยายน 2569 – มรกตเขียว ส.เรืองสวัสดิ์ พบ หลานย่าโม ศิษย์มนต์ชัย
ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ เวทีมวยรังสิต – ไฟต์รีแมตช์ที่รอการตัดสิน
ข้อมูลสำคัญที่ต้องย้ำคือ แม้บทวิเคราะห์ก่อนไฟต์แรกจะหนุนหลานย่าโม แต่ในวงการมวยไทย
ไม่มีอะไรการันตีว่าผลไฟต์แรกกับไฟต์ที่สองจะเหมือนกัน การเปลี่ยนแปลงทั้งฟอร์ม สภาพร่างกาย
และแทคติกในรอบเกือบปี ย่อมส่งผลต่อภาพรวมทั้งหมด
ดังนั้นการมองหาจุดพลิกของไฟต์นี้จึงต้องอิงกับฟอร์มล่าสุดและสภาพความพร้อมในวันชกมากกว่าสถิติเก่า
เปรียบเทียบมรกตเขียวกับหลานย่าโม
ใครครองระยะได้เปรียบในเกม 112 ปอนด์
เมื่อจับสองโปรไฟล์มาเทียบกัน ข้อแตกต่างชัดเจนที่สุดอยู่ที่รูปร่างและวิธีการเล่นเกม
มรกตเขียวสูง 169 เซนติเมตร ขณะที่หลานย่าโมสูง 165 เซนติเมตร ระยะที่ต่างกัน 4
เซนติเมตรอาจฟังดูไม่มาก แต่ในพิกัด 112 ปอนด์
เจ้าของช่วงชกที่ยาวกว่าย่อมได้เปรียบในการโยงระยะและชิงจังหวะก่อน อย่างไรก็ตาม
ความได้เปรียบทางกายภาพจะไร้ค่าทันทีหากถูกดึงเข้าสู่เกมปล้ำที่หลานย่าโมถนัด
| ด้านที่วัด | มรกตเขียว ส.เรืองสวัสดิ์ | หลานย่าโม ศิษย์มนต์ชัย |
|---|---|---|
| อายุ | 22 ปี | 23 ปี |
| ส่วนสูง | 169 เซนติเมตร | 165 เซนติเมตร |
| ฟอร์มที่ทราบล่าสุด | แพ้คะแนน กรังปรีย์น้อย | ชนะน็อกยก 1 ฉัตรเงินเล็ก |
| อาวุธเด่น | พลังทีเคโอ เกมนอก ระยะมวย | เข่าแหลม ศอกแรง ลูกถีบ เกมปล้ำ |
| ประสบการณ์ | ม้ามืดที่กำลังไต่อันดับ | ไม่น้อยกว่า 100 ไฟต์ |
| จุดที่ต้องระวัง | ชั่งน้ำหนักเกินพิกัดประจำ | ผลงานไม่คงเส้นคงวา |
จากตารางจะเห็นว่าหลานย่าโมได้เปรียบเรื่องประสบการณ์และความหลากหลายของอาวุธ
ขณะที่มรกตเขียวได้เปรียบเรื่องรูปร่างและพลังจบเกม ถ้าเกมดำเนินไปในระยะไกล
มรกตเขียวมีโอกาสควบคุมจังหวะได้ แต่ถ้าถูกบีบให้แลกในระยะประชิด
โอกาสจะขยับไปทางหลานย่าโมมากขึ้น ถ้าใครชอบมวยฝีมือก็จะเชียร์หลานย่าโม
แต่ถ้าชอบมวยมีพลังจบเกมก็ต้องไม่มองข้ามมรกตเขียวเช่นกัน
- เข่าแหลมของหลานย่าโม – อาวุธทำแต้มหลักในจังหวะคลินช์
ใช้กระทุ้งสั้น ๆ ได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ - ลูกถีบ – คอยตัดระยะเตะของมรกตเขียว
และใช้เปลี่ยนจังหวะเข้าหาได้อย่างมีชั้นเชิง - ศอกแรง – จุดเสี่ยงของมรกตเขียวเมื่อถูกประกบแน่นในเกมใน
- พลังทีเคโอของมรกตเขียว – เคยปิดเกมฉลามเพชรได้ในยก 2
ต้องไม่ปล่อยให้เขามีจังหวะตั้งหลัก - ระยะเอื้อมจากส่วนสูง 169 เซนติเมตร –
หมัดตรงและเตะกดของเขาสามารถคุมเกมนอกได้ก่อนใคร
หัวใจของไฟต์นี้คือการแย่งเกมนอกก่อนจะถูกลากเข้าปล้ำระยะประชิด

ถ้าจะสรุปแก่นของไฟต์นี้ให้สั้นที่สุด ก็คือสงครามแย่งชิงระยะ
มรกตเขียวต้องการยืนชกในเกมนอก ใช้หมัดตรงและเตะคุมระยะ
ขณะที่หลานย่าโมต้องการพาเกมเข้าสู่คลินช์เพื่อปล่อยเข่าและศอก ใครกำหนดระยะของไฟต์ได้ก่อน
โอกาสชนะก็จะสูงตามไปด้วย นี่คือเงื่อนไขที่ทำให้เกมนี้เป็น บทพิสูจน์
ว่ามวยหนุ่มที่กำลังมาแรงจะรับมือกับมวยเก๋าที่ครบเครื่องได้หรือไม่
เงื่อนไขที่ทำให้มรกตเขียวพลิกเกมได้และข้อที่หลานย่าโมต้องระวัง
สำหรับมรกตเขียว เงื่อนไขแรกคือการชั่งน้ำหนักให้ผ่านแบบไม่เสียสภาพร่างกาย
เพราะประวัติที่ผ่านมาเขามักเกินพิกัดเล็กน้อย
ซึ่งพอคูณกับความกดดันในคืนชกอาจทำให้ความสดในยกท้ายลดลง
เงื่อนไขที่สองคือเขาต้องอาศัยหมัดตรงและลูกเตะกดคุมระยะตั้งแต่ยกแรก
ถ้าปล่อยให้หลานย่าโมเดินเข้าประกบได้ง่าย เกมจะไหลไปทางฝั่งตรงข้ามทันที
และเขาอาจถูกบังคับให้เล่นเกมในที่ไม่ถนัดตลอดทั้งไฟต์
ทีมงานวิเคราะห์มวยของเราที่ วิเคราะห์มวย
มองว่าข้อได้เปรียบของหลานย่าโมไม่ได้อยู่ที่การบุกเพียงอย่างเดียว
แต่คือการวางมวยด้วยประสบการณ์ เขาสลับจังหวะเดินหน้าและถอยได้ตามสถานการณ์
แม้จะปรับมาเป็นสไตล์บู๊ แต่การอ่านเกมแตกของมวย 100 ไฟต์ยังเป็นอาวุธเงียบที่มองไม่เห็น
สำหรับฝั่งหลานย่าโม สิ่งที่ต้องระวังคือการเปิดเกมแลกเร็วเกินไป
เพราะถ้าโดนหมัดหนักของมรกตเขียวเข้าที่ปลายคาง
เกมน็อกดาวน์หรือได้นับอาจเกิดขึ้นได้แม้แต่ในยกแรก
ทิศทางการคาดการณ์ของเรายังคงโน้มเอียงไปทางหลานย่าโม ศิษย์มนต์ชัย
ที่มีโอกาสชนะมากกว่าเล็กน้อยถึงปานกลาง ด้วยเหตุผลด้านประสบการณ์ อาวุธครบเครื่อง
และฟอร์มล่าสุดที่ดีกว่า แต่ก็ไม่ถึงกับวางใจได้เต็มร้อย เพราะมรกตเขียวมีพลังจบเกมและช่วงชกที่ดี
ถ้าคู่ชกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชั่งน้ำหนักพลาดหรือมาสภาพไม่พร้อม ภาพรวมของไฟต์ก็จะเปลี่ยนไปทันที
ดังนั้นก่อนวางเดิมพันจึงต้องประเมินปัจจัยนอกเวทีให้หนักกว่าราคาต่อรอง
ทีเด็ดมวยไทยคู่นี้ต้องรอราคาปิดและผลชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ
สำหรับมุมมองการเดิมพัน
คู่นี้มีข้อจำกัดสำคัญคือยังไม่มีการเปิดเผยราคาต่อรองหรือเรตมวยอย่างเป็นทางการในข้อมูลที่เราได้รับมา
ดังนั้นการรีบวางเดิมพันโดยไม่มีราคาปิดจึงเป็นความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
สิ่งที่เซียนมวยควรทำคือรอผลชั่งน้ำหนักในวันชกก่อน
เพราะประวัติการชั่งเกินพิกัดของมรกตเขียวอาจทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง
หรือเกิดการต่อน้ำระหว่างค่ายได้ และถ้าราคาเปิดออกมาแล้วขยับแรงในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
ก็ควรรอให้ราคานิ่งก่อนตัดสินใจ
หลักการทั่วไปของมวยไทยไฟต์รีแมตช์คือมวยรองหรือฝ่ายที่แพ้ในไฟต์แรกมักถูกมองว่าน่าจะเอาคืนได้
แต่ในกรณีนี้เราไม่รู้ผลไฟต์แรก จึงไม่ควรยึดโยงสถิติการพบกันมาเป็นหลัก สิ่งที่เรา
ย้ำกับแฟนมวยเสมอในคู่ที่มีข้อมูลจำกัด
คือการรอชมจังหวะเปิดเกมในยกแรกและประเมินสภาพร่างกายของทั้งคู่ก่อน
หากต้องการวางเดิมพันในไฟต์นี้
แนะนำให้เลือกจังหวะที่เรตมวยมีความคุ้มค่าที่สุดหลังประกาศราคาปิด
- หลานย่าโมชนะในเกมเข่า-ปล้ำ – หากราคาไม่ห่างกันมาก
การเลือกฝั่งนักมวยที่ครบเครื่องและมีประสบการณ์สูงกว่าถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า - รอผลชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ – ถ้ามรกตเขียวชั่งเกินพิกัดอีกครั้ง
ควรเลี่ยงฝั่งเขาหรือรอความเคลื่อนไหวของน้ำก่อน - เล่นอันเดอร์/โอเวอร์โดยอิงจังหวะเปิดเกม –
ถ้าทั้งคู่มาสภาพพร้อมและชกแลกกันตั้งแต่ยกแรก ไฟต์นี้อาจจบก่อนครบกำหนดได้
สุดท้ายนี้ หากคุณต้องการร่วมสนุกกับไฟต์นี้และคู่อื่น ๆ ในรายการ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนราคาปิดจะถูกประกาศออกมา
และอย่าลืมติดตามผลชั่งน้ำหนักและโปรแกรมมวยวันนี้จากเราเพื่อประกอบการตัดสินใจให้รอบด้านที่สุด