เปิดราคามวยคู่นี้มาให้เซียนมวยได้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางตั้งแต่เนิ่นๆ
เมื่อฝ่ายต่อถูกยกให้เป็น จ้าวกาหลง คนเมืองช้างฟาร์ม
แม้จะเพิ่งแพ้น็อกมาในไฟต์ล่าสุดแต่รูปร่างที่ได้เปรียบและประสบการณ์ที่มากกว่าก็ทำให้ราคาไหลมาทางนี้
ขณะที่ มวยพักยก
มองว่าแฟนมวยที่รอจังหวะแทงรองก็มีสิทธิ์ได้ลุ้นกับ เหลี่ยมเพชร ท.เทพซุนกวน
ที่ถึงแม้จะเสียเปรียบเรื่องสรีระแต่ก็มีความสดและพลังบุกที่พร้อมพลิกเกมได้ทุกเมื่อ
ก่อนที่ระฆังยกแรกจะดังขึ้นในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมนี้ที่เวทีมวยนานาชาติรังสิต
อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนวางเดิมพัน
ปฐมบทแห่งศึกมวยเข่าที่ทุกคนต้องรู้ก่อนชมไฟต์นี้
กำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เริ่มชกตั้งแต่เวลา 18:00 น.
เป็นต้นไป ณ เวทีมวยนานาชาติรังสิต จังหวัดปทุมธานี ถ่ายทอดสดผ่านช่อง True4U
และแพลตฟอร์ม PRYDE TV โดย วิเคราะห์มวย
ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง ในครั้งนี้มีโปรโมเตอร์ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เป็นผู้สนับสนุนหลัก
ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักมวยดาวรุ่งรุ่นเล็กจากทั่วประเทศได้มาพิสูจน์ฝีมือกัน
ทั้งสองนักชกจะลงชกในพิกัดน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน โดยเหลี่ยมเพชร ท.เทพซุนกวน
มีน้ำหนักปล่อยประมาณ 43-45 กิโลกรัม และน้ำหนักที่ดีที่สุดในการชกอยู่ที่ 39-43 กิโลกรัม
ขณะที่จ้าวกาหลง คนเมืองช้างฟาร์ม มีน้ำหนักปล่อยประมาณ 45 กิโลกรัม บวกลบไม่เกิน 2
กิโลกรัม และน้ำหนักที่ดีที่สุดในการชกอยู่ที่ 43-45 กิโลกรัม
เมื่อเทียบกันแล้วทั้งคู่จึงอยู่ในพิกัดที่สูสีกัน
ทำให้การวัดกันในเรื่องของรูปร่างและช่วงชกกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในไฟต์นี้
เหลี่ยมเพชร
ท.เทพซุนกวน มวยเข่าสายบุกจากถิ่นบุรีรัมย์ที่กำลังเรียกฟอร์มกลับมา
นักชกจากค่าย ท.เทพซุนกวน จังหวัดบุรีรัมย์ วัย 14 ปี มีประสบการณ์การชกมากว่า 25 ครั้ง
พัฒนาฝีมือขึ้นมาในสายมวยเข่าซึ่งเป็นสไตล์ที่โดดเด่นของค่าย
แม้จะเพิ่งพบกับความพ่ายแพ้มาสองไฟต์ติด แต่ด้วยวัยที่ยังน้อยและความสดที่ยังเต็มเปี่ยม
เหลี่ยมเพชรยังมีเวลาในการพัฒนาฝีมือและปรับแก้จุดบกพร่องก่อนก้าวขึ้นไปเป็นมวยเก๋าในอนาคต
อย่างไรก็ตามการแพ้ติดต่อกันสองไฟต์ก็สร้างแรงกดดันให้กับเขาพอสมควร
ดังนั้นไฟต์นี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
ผลการชก 5 ไฟต์ล่าสุดของเหลี่ยมเพชร ท.เทพซุนกวน มีดังนี้
- 19 พฤษภาคม 2569 — แพ้น็อกยก 5 ให้กับ หินหนามหน่อ ศิษย์เสมอน้อย (พิกัด 42
กก.) - 23 ธันวาคม 2568 — แพ้น็อกยก 4 ให้กับ ซันจิ ก็อตชี้มวยชอบ (พิกัด 43 กก.)
- 18 พฤศจิกายน 2568 — ชนะคะแนน ให้กับ ธูปทอง แดงรถดี (พิกัด 40 กก.)
- 23 กันยายน 2568 — ชนะคะแนน ให้กับ เพชรอุดร ศ.พ่อบ่อทอง (พิกัด 39 กก.)
- 7 มิถุนายน 2568 — พบกับ คชสาร ศิษย์บุญมี (ไม่ทราบผลการชก)
สไตล์มวยเข่าและอาวุธเด็ดที่สร้างชื่อให้เหลี่ยมเพชร
เหลี่ยมเพชรเป็นมวยเข่าสายบุกที่ชอบเดินหน้ากดดันคู่ต่อสู้ด้วยความรวดเร็วและความสดของร่างกาย
จุดเด่นอยู่ที่การตีเข่าที่รุนแรงตามแบบฉบับมวยบุรีรัมย์
ซึ่งเน้นการปล้ำตีเข่าในระยะประชิดและแทงเข่าตรงเข้าหาลำตัวของคู่ต่อสู้
นอกจากนี้เขายังมีทักษะในการปรับตัวตามพิกัดน้ำหนักที่หลากหลาย เคยชกตั้งแต่ 39 จนถึง 45
กิโลกรัม
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่สามารถขึ้นลงน้ำหนักได้โดยไม่เสียฟอร์มมากนัก
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของเหลี่ยมเพชรที่เห็นได้ชัดคือการป้องกันตัวในช่วงท้ายเกม
โดยจากสถิติการชกที่ผ่านมา เขามักจะเสียท่าให้กับการโจมตีหนักๆ ในยก 4 และยก 5
โดยเฉพาะการแพ้น็อกให้กับหินหนามหน่อ ศิษย์เสมอน้อย ในยกที่ 5 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
และแพ้น็อกให้กับซันจิ ก็อตชี้มวยชอบ ในยกที่ 4 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเข้าสู่ยกท้าย หากเหลี่ยมเพชรไม่สามารถบริหารพละกำลังให้ดีพอ
เขาอาจเปิดช่องให้คู่ต่อสู้จบเกมได้ง่ายขึ้น
จากสถิติจะเห็นว่าเหลี่ยมเพชรมีฟอร์มที่ค่อนข้างผันผวน
ก่อนหน้านี้เขาสามารถเก็บชัยชนะได้สองไฟต์ติดด้วยการชนะคะแนน
แต่เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีความหนักหน่วงในอาวุธ
เขากลับไม่สามารถป้องกันเกมบุกได้และต้องจบลงด้วยการแพ้น็อก
ดังนั้นในไฟต์นี้การเตรียมร่างกายให้พร้อมรับอาวุธหนักของจ้าวกาหลงจึงเป็นสิ่งที่ทีมงานของเหลี่ยมเพชรต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะแผนสำรองในการป้องกันการปล้ำตีเข่าซึ่งเป็นอาวุธเด็ดของคู่ต่อสู้
จ้าวกาหลง
คนเมืองช้างฟาร์ม มวยเข่าร่างยาวจากถิ่นสุรินทร์ที่พร้อมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
อีกหนึ่งนักชกวัย 14 ปีจากค่ายคนเมืองช้างฟาร์ม จังหวัดสุรินทร์ ผู้มีประสบการณ์การชกมากกว่า
31 ครั้ง นับว่าเป็นนักมวยที่มีชั่วโมงบินสูงในรุ่นอายุเดียวกัน ด้วยส่วนสูง 165
เซนติเมตรที่ถือเป็นอาวุธสำคัญในการคุมระยะและเข้าทำ
จ้าวกาหลงถูกมองว่าเป็นฝ่ายต่อในมุมของรูปร่างและความเก๋า แต่การแพ้น็อกยก 5
ในไฟต์ล่าสุดก็ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความทนทานของเขา
ประสบการณ์ที่มากกว่าและรูปร่างที่ได้เปรียบในรุ่นเล็กของจ้าวกาหลง
จ้าวกาหลง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ส.สุจิมาวิทย์ เป็นนักชกฝีมือดีที่ผ่านการขึ้นเวทีมาแล้วมากกว่า
31 ครั้ง ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงมากสำหรับนักมวยอายุ 14 ปี
ประสบการณ์ที่มากกว่านี้ทำให้เขามีความเก๋าในการอ่านทางมวยและการคุมเกม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่บุกหนักแบบเหลี่ยมเพชร
การที่เขาผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนจะช่วยให้เขาสงบและวางแผนการชกได้ดีกว่า
นักมวยที่ชกมามากจะคุ้นเคยกับจังหวะของไฟต์และรู้ว่าเมื่อใดควรเดินหน้า
เมื่อใดควรรักษาระยะ
นอกจากนี้ส่วนสูงที่ 165
เซนติเมตรของจ้าวกาหลงก็เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมากในรุ่นน้ำหนักเล็กอย่าง 42-45 กิโลกรัม
เพราะรูปร่างที่ยาวกว่าทำให้เขาสามารถแทงเข่าได้ถนัดกว่า
และยังใช้ระยะแขนที่ยาวกว่าในการดักต่อย ดักศอก หรือถีบทำลายจังหวะบุกของเหลี่ยมเพชรได้ก่อน
ข้อนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้ราคามวยในวันชกจริงไหลมาทางจ้าวกาหลงมากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อเซียนมวยเห็นความแตกต่างทางกายภาพในวันชั่งน้ำหนัก
จุดอ่อนที่ต้องระวังเมื่อเจออาวุธหนักในยกท้าย
จุดอ่อนของจ้าวกาหลงที่เห็นได้ชัดเจนคือการที่เขามักจะโดนโจมตีหนักในช่วงท้ายเกม
โดยไฟต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เขาแพ้น็อกในยกที่ 5 ให้กับ จอมโหด ก็อตชี้มวยชอบ
ซึ่งเป็นจังหวะที่เขาเริ่มหมดแรงและเปิดช่องให้คู่ต่อสู้ทำเกมเข้าหาได้ถนัด
สิ่งนี้คล้ายกับจุดอ่อนของเหลี่ยมเพชรที่ก็แพ้น็อกในยกท้ายเช่นกัน
การที่ทั้งคู่มีจุดอ่อนร่วมกันทำให้การแข่งขันในยกท้ายของไฟต์นี้น่าจะดุเดือดและเด็ดขาดเป็นพิเศษ
ดังนั้นในไฟต์นี้ใครก็ตามที่สามารถบริหารพละกำลังได้ดีกว่าใน 3 ยกแรก
และยังมีเรี่ยวแรงเหลือพอในยกที่ 4 และ 5 จะเป็นฝ่ายที่มีโอกาสคว้าชัยไปครองมากกว่า
จ้าวกาหลงจำเป็นต้องปรับแผนการชกไม่ให้เผาผลาญพลังงานมากเกินไปในช่วงต้นเกม
เพราะหากเขาหมดแรงก่อนยกท้าย เหลี่ยมเพชรอาจอาศัยจังหวะนั้นพลิกกลับมาเอาชนะน็อกได้
นี่คือสิ่งที่ทีมงานของเขาต้องวางแผนรับมือให้ดี
เปรียบเทียบสถิติและจุดเด่นในสงครามเข่าที่วัดกันทุกมิติ
เมื่อนักมวยเข่าสองคนมาพบกัน เกมการชกจะไม่ใช่แค่การวัดกันที่ความแข็งแกร่งของเข่าเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงรูปร่าง ประสบการณ์ และแผนการชกที่จะถูกนำมาใช้
หัวข้อนี้จะพาไปดูการเปรียบเทียบเชิงลึกของทั้งคู่ผ่านตัวเลขและข้อมูลสถิติสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
การมองเห็นภาพรวมของทั้งคู่ผ่านข้อมูลเชิงปริมาณจะช่วยให้แฟนมวยเข้าใจแนวโน้มของเกมได้ดีกว่าการดูเพียงฟอร์มล่าสุดหรือชื่อเสียงของค่ายมวยเพียงอย่างเดียว
| ด้านที่วัด | เหลี่ยมเพชร ท.เทพซุนกวน | จ้าวกาหลง คนเมืองช้างฟาร์ม |
|---|---|---|
| อายุ | 14 ปี | 14 ปี |
| ส่วนสูง | ประมาณ 146-163 ซม. | 165 ซม. |
| พิกัดน้ำหนักที่ดีที่สุด | 39-43 กก. | 43-45 กก. |
| ประสบการณ์ | 25+ ไฟต์ | 31+ ไฟต์ |
| สไตล์การชก | มวยเข่าสายบุก | มวยเข่าสายควบคุม |
| ฟอร์ม 5 ไฟต์ล่าสุด | แพ้น็อก-แพ้น็อก-ชนะคะแนน-ชนะคะแนน-ไม่ทราบ | แพ้น็อกยก 5-ไม่มีข้อมูล |
| จุดเด่น | ความสด ความเร็ว พลังบุก | ส่วนสูง ประสบการณ์ การคุมเกม |
| จุดอ่อน | การป้องกันยกท้าย | ความทนทานช่วงปลายเกม |
ความได้เปรียบทางกายภาพที่อาจตัดสินผลของไฟต์ระหว่างสองมวยเข่า
เมื่อดูจากตารางเปรียบเทียบจะเห็นว่าทั้งคู่มีอายุเท่ากันที่ 14 ปี
แต่จ้าวกาหลงมีความได้เปรียบในเรื่องของส่วนสูงที่วัดได้ชัดเจนที่ 165 เซนติเมตร
ขณะที่เหลี่ยมเพชรมีข้อมูลส่วนสูงที่ไม่ชัดเจนโดยมีแหล่งข้อมูลระบุไว้สองค่าคือ 146 เซนติเมตรและ
163 เซนติเมตร แต่ไม่ว่าจะเป็นค่าใดก็ยังน้อยกว่าจ้าวกาหลงอยู่ ในกีฬามวยไทย
รูปร่างที่ยาวกว่าให้ข้อได้เปรียบอย่างมากในการควบคุมระยะ การแทงเข่า และการถีบสกัด
ยิ่งในรุ่นน้ำหนักเล็กอย่างนี้ข้อต่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็สามารถเปลี่ยนผลของไฟต์ได้
นอกจากนี้ประสบการณ์ที่มากกว่าของจ้าวกาหลง (31+ ไฟต์ เทียบกับ 25+ ไฟต์)
ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้เขาคุ้นเคยกับสถานการณ์กดดันบนเวทีมากกว่า
แม้ฟอร์มล่าสุดจะใกล้เคียงกันคือแพ้น็อกในยกท้ายเหมือนกัน แต่ด้วยสถิติการชกที่โชกโชนกว่า
จ้าวกาหลงน่าจะรู้วิธีบริหารเกมและแบ่งแรงได้ดีกว่าเหลี่ยมเพชรที่เพิ่งเสียสองไฟต์ติดกัน
ประสบการณ์ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่ขึ้นชก
แต่รวมถึงการเรียนรู้จังหวะการเอาชนะนักมวยต่างสไตล์และการปรับตัวบนเวทีในสถานการณ์ที่กดดัน
วิเคราะห์เชิงลึกสงครามเข่าเหลี่ยมเพชรพบจ้าวกาหลงที่เวทีรังสิต

ทีมงาน วิเคราะห์มวย
ของเราได้ประมวลข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ที่จะนำไปสู่การตัดสินผลของไฟต์นี้
ซึ่งอาวุธสำคัญที่แฟนมวยควรจับตามองมีดังนี้
- แทงเข่าตรง:
อาวุธหลักของมวยเข่าทั้งสองที่ใช้ทำคะแนนและทำลายสภาพร่างกายในระยะประชิด
เหลี่ยมเพชรถนัดแทงเข่าในจังหวะเดินหน้าขณะที่จ้าวกาหลงแทงเข่าได้ถนัดกว่าเพราะช่วงขาที่ยาว - เข่าลอย:
ท่ากระโดดแทงเข่าที่คาดว่าทั้งคู่จะใช้เมื่อคู่ต่อสู้เริ่มเสียหลักหรือถอยหลังไม่ทัน
โดยเฉพาะเมื่อเกมเข้าสู่ยกท้ายที่การ์ดอาจหลุดร่วง - ศอกตัดและศอกตี:
อาวุธที่สร้างบาดแผลและทำให้เสียเลือดซึ่งเป็นปัจจัยที่กรรมการใช้ตัดคะแนน
อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมในยกที่คะแนนสูสี - การปล้ำตีเข่า:
หัวใจของมวยเข่าที่ใครควบคุมเกมคลินช์ได้ดีกว่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ข้อนี้จ้าวกาหลงมีโอกาสเหนือกว่าด้วยรูปร่างที่ยาวกว่า - เตะตัดล่าง: อาวุธที่ใช้ทำลายฐานของคู่ต่อสู้
จ้าวกาหลงอาจใช้เตะตัดล่างสกัดการบุกของเหลี่ยมเพชรก่อนที่เขาจะเข้าปล้ำถึงตัว

สงครามเข่าที่ต้องวัดกันที่ความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ
เมื่อมวยเข่าเจอกับมวยเข่า เกมจะเน้นไปที่การปล้ำตีเข่าในระยะประชิดเป็นหลัก
ใครที่ล็อกคอคู่ต่อสู้ได้ก่อนและแทงเข้าเป้าอย่างแม่นยำจะทำคะแนนนำ ในจุดนี้จ้าวกาหลงที่มีส่วนสูง
165
เซนติเมตรและช่วงแขนยาวกว่าจะสามารถรวบคอเหลี่ยมเพชรได้ถนัดกว่าและแทงเข่าได้จากระยะที่ปลอดภัย
ขณะที่เหลี่ยมเพชรที่รูปร่างสั้นกว่าจะต้องเบียดเข้าหาให้ถึงตัว
ซึ่งเสี่ยงที่จะโดนอาวุธของจ้าวกาหลงก่อนถึงระยะที่เขาจะตอบโต้ได้ การบริหารพละกำลัง
ในช่วง 3 ยกแรกจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทั้งคู่ต้องให้ความสำคัญ
นอกจากนี้การชกของทั้งคู่ยังมีแนวโน้มที่จะตัดสินกันในยกท้ายเนื่องจากทั้งคู่เพิ่งแพ้น็อกในยก 5
มาเหมือนกัน
ดังนั้นใครที่บริหารพละกำลังได้ดีกว่าและไม่เปิดช่องโหว่ในช่วงที่หมดแรงจะเป็นฝ่ายมีโอกาสคว้าชัยมากกว่า
โดยทีมงานวิเคราะห์มวยของเรามองว่าจ้าวกาหลงมีโอกาสสูงกว่าเล็กน้อยในการชนะคะแนน
หรืออาจชนะน็อกในช่วงปลายเกม หากเหลี่ยมเพชรไม่สามารถรับมือกับเข่าของเขาได้
สำหรับเหลี่ยมเพชร
โอกาสของเขาอยู่ที่การใช้ความสดเดินหน้าบดขยี้จ้าวกาหลงให้เสียจังหวะตั้งแต่ยกแรกและยกสอง
หากเขาสามารถทำให้จ้าวกาหลงเสียสมดุลและกดดันจนหมดแรงก่อนยกที่สี่
ก็มีโอกาสสูงที่จะเก็บชัยชนะน็อกได้เช่นกัน
ทีเด็ดมวยและคำแนะนำการเดิมพันก่อนวางบิลในคู่นี้
สำหรับแฟนมวยที่กำลังมองหาทีเด็ดมวยคู่นี้ เราขอแนะนำให้พิจารณาจากปัจจัยต่างๆ
ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความได้เปรียบทางรูปร่าง ประสบการณ์ และฟอร์มล่าสุดของทั้งคู่
ก่อนตัดสินใจวางเดิมพันควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน
ที่สำคัญคือเลือกเว็บเดิมพันที่ได้มาตรฐานและมีระบบการเงินที่มั่นคงเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง
ราคามวยที่ควรจับตาและการวางเดิมพันในยกต่อยก
การที่ราคาเปิดออกมาให้จ้าวกาหลงเป็นมวยต่อนั้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเซียนมวยที่มีต่อรูปร่างและสถิติการชกที่มากกว่า
แต่ฟอร์มการแพ้น็อกยก 5
ของทั้งคู่ก็ทำให้สายมวยบางส่วนหันมาสนใจเหลี่ยมเพชรในฐานะตัวรองที่มีราคาคุ้มค่า
โดยการแทงบิลรองที่หากพลิกชนะขึ้นมาจะได้กำไรในอัตราที่สูงกว่าการแทงมวยต่อ
น้ำอาจเป็นสีแดงฝั่งรองซึ่งน่าสนใจไม่น้อย
ทีเด็ดมวยคู่นี้ที่เรามองว่ามีความน่าสนใจ มีดังนี้
- แทงจ้าวกาหลงชนะคะแนน — หากเกมยืดเยื้อไปจนครบ 5 ยก
จ้าวกาหลงมีโอกาสสูงที่จะเอาชนะคะแนนได้ด้วยความเก๋าและรูปร่างที่เหนือกว่า
ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด - แทงเหลี่ยมเพชรชนะน็อกในยก 3-4 —
ถ้าคุณเชื่อว่าเหลี่ยมเพชรจะใช้ความสดจัดการได้ก่อนหมดแรง นี่คือทางเลือกที่ราคาดี
แต่แลกกับความเสี่ยงสูงเพราะหากเกมยาวเกินยก 4 โอกาสของเขาจะลดลง - แทงยกต่อยรวมมากกว่า 2.5 ยก —
เนื่องจากทั้งคู่มีสไตล์มวยเข่าที่เน้นการบดและคลินช์ เกมน่าจะยืดเยื้อเกิน 3 ยก การแทง over
ในตลาดนี้จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับนักเดิมพันสายอนุรักษ์นิยม
หากคุณต้องการเดิมพันในคู่นี้ เราขอแนะนำให้ ลงทะเบียนรับโบนัส
เพื่อรับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นต่างๆ ก่อนวางเดิมพันจริง
เพราะการมีทุนสำรองจะช่วยให้คุณบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพคล่องขณะแทง
มุมที่ราคาอาจพลาดไปเมื่อมองฟอร์มของเหลี่ยมเพชร
แม้จ้าวกาหลงจะถูกยกให้เป็นฝ่ายต่อ
แต่แฟนมวยไม่ควรมองข้ามศักยภาพของเหลี่ยมเพชรที่แม้จะแพ้น็อกสองไฟต์ติด
แต่คู่ต่อสู้ที่เขาแพ้นั้นก็เป็นมวยที่มีอาวุธหนักในระดับเดียวกัน
ดังนั้นหากเหลี่ยมเพชรสามารถปรับเกมรับและหาวิธีหลบหลีกการปล้ำตีเข่าของจ้าวกาหลงได้สำเร็จ
ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะเป็นฝ่ายพลิกเกมและเก็บชัยชนะได้อย่างพลิกความคาดหมาย
เหลี่ยมเพชรเป็นมวยเดินที่แม้จะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างแต่ก็มีหัวใจเด็ดที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
นอกจากนี้การที่จ้าวกาหลงแพ้น็อกในยก 5
มาเช่นกันก็เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาไม่ได้มีปลายแกร่งจนเกินไป
หากเหลี่ยมเพชรสามารถกดดันได้ตั้งแต่ยกแรกและไม่ปล่อยให้เกมยืดเยื้อ
เขาจะมีโอกาสเก็บชัยชนะได้ไม่น้อยกว่าจ้าวกาหลงเลย
ดังนั้นสายแทงรองที่มองหาจังหวะราคาไหลดีๆ
อาจได้ลุ้นในคู่นี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าราคาไหลลงมาให้เหลี่ยมเพชรเป็นต่อน้อยลงหรือกลายเป็นราคาเสมอ
อย่าลืมว่าการแทงสวนกระแสบางครั้งก็ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า