ความต่างของวัยระหว่างดาวรุ่งอายุ 18 ปีกับนักชกที่กัดเวทีมามากกว่า 100 ไฟต์
คือตัวเลขที่ทำให้คู่ชกระหว่างเด่นชัย ส.สุจิมาวิทย์ และเพชรดอลล่า ส.จารุวรรณ
ในโปรแกรมมวยวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ เวทีมวยนานาชาติรังสิต
น่าสนใจยิ่งกว่าที่หลายคนคาดไว้เสียอีก เพราะฝั่งหนึ่งเพิ่งแพ้น็อกมาในเดือนกรกฎาคม
ขณะที่อีกฝั่งเพิ่งเก็บชัยชนะน็อกไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน แฟนมวยที่ติดตามผลมวยกับ พักยก
รู้ดีว่านี่คือการโคจรมาพบกันครั้งแรกของมวยครบเครื่องร่างสูงจากสุรินทร์กับมวยบู๊หมัดหนักจากศรีสะเกษ
ซึ่งถูกจัดวางให้เป็นหนึ่งในคู่ที่มันส์ที่สุดของรายการศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ
ฟอร์มล่าสุดของเด่นชัยกับเพชรดอลล่าก่อนเปิดเวทีมวยนานาชาติรังสิตวันอังคารนี้
คู่ชกนี้ถูกวางไว้ในรายการศึกมวยมันส์สนั่นเมือง X ภ.หลักบุญ
ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสองโปรโมเตอร์ที่เน้นนำมวยดาวรุ่งและมวยสายบู๊มาปะทะกันเพื่อความสะใจของแฟนมวย
โดยไฟต์นี้กำหนดชกในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00 น. ที่เวทีมวยนานาชาติรังสิต
จังหวัดปทุมธานี ถ่ายทอดสดทางช่อง True4U (ทรูโฟร์ยู ช่อง 24) และทางแอปพลิเคชัน Pryde
TV ในพิกัดชกราว 117 ปอนด์ ซึ่งเด่นชัยปล่อยตัวอยู่ที่ประมาณ 53
กิโลกรัมและเป็นรุ่นเล็กที่ทั้งคู่ลงตัวที่สุด
ก่อนเข้าสู่รายละเอียดของฟอร์ม
ต้องย้ำว่าทั้งสองคนเพิ่งเจอกับผลการชกคนละขั้วในเดือนที่ผ่านมา เด่นชัยเก็บชัยชนะน็อกมาหมาดๆ
ขณะที่เพชรดอลล่าเพิ่งแพ้น็อกจนต้องกลับไปทบทวนเกมรับของตัวเอง
ความสดและสภาพจิตใจจึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคามวยในคู่นี้ขยับไม่หยุดตั้งแต่มีโปรแกรมการชกออกมา
เด่นชัย
ส.สุจิมาวิทย์ เดินหน้าต่อจากชัยชนะน็อกเพชรอนุชิต ศ.ชัยเจริญ
เด่นชัย ส.สุจิมาวิทย์ นักมวยวัย 18 ปีจากอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
เป็นลูกหม้อของค่ายส.สุจิมาวิทย์ และใช้ค่ายป.พีณภัทรในกรุงเทพมหานครเป็นฐานซ้อม
เขาผ่านเวทีมวยระดับภูมิภาคมาแล้วกว่า 50
ไฟต์ก่อนขยับขึ้นมาสร้างชื่อบนเวทีมาตรฐานอย่างศึกมวยมันส์สนั่นเมืองและศึกเพชรยินดี
จุดเด่นของเขาคือความเป็นมวยครบเครื่องที่เล่นได้ทั้งวงนอกและวงใน แถมด้วยรูปร่างสูง 164
เซนติเมตรซึ่งถือว่าได้เปรียบเพื่อนร่วมรุ่นพอสมควร
ผลงานห้าไฟต์ที่ผ่านมามีทั้งช่วงขึ้นและลงสลับกันไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไฟต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 23
มิถุนายน 2569 เขาเพิ่งเก็บชัยชนะด้วยการชนะน็อกเพชรอนุชิต ศ.ชัยเจริญ ในยกที่ 4 ของวิเคราะห์มวย ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
ซึ่งนับเป็นการปิดท้ายครึ่งปีแรกได้อย่างสวยงามและสร้างความมั่นใจครั้งใหญ่
ก่อนหน้านั้นเขามีทั้งชนะคะแนนและแพ้คละกันไป
โดยการแพ้สองครั้งมีจุดร่วมคือการโดนกดดันให้เสียจังหวะทั้งเกมเตะและเกมหมัดจนตั้งตัวไม่ทัน
ผลการชก 5 ไฟต์ล่าสุดของเด่นชัย ส.สุจิมาวิทย์ มีดังนี้
- ชนะน็อก เพชรอนุชิต ศ.ชัยเจริญ ยกที่ 4 (23 มิถุนายน 2569) ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
- แพ้คะแนน เพชรสหรัฐ ทรายมูลสนุ๊กเกอร์คลับ (21 พฤษภาคม 2569) ศึกเพชรยินดี
- ชนะคะแนน ฉลามขาว สามารถพยัคฆ์อรุณยิม (23 เมษายน 2569) ศึกเพชรยินดี
- แพ้น็อก ยกที่ 4 อาวุธลับ ศูนย์กีฬากุดฉิม (26 กุมภาพันธ์ 2569) ศึกเพชรยินดี
- ชนะคะแนน ฉลามขาว สามารถพยัคฆ์อรุณยิม (20 มกราคม 2569)
ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
เพชรดอลล่า
ส.จารุวรรณ มวยบู๊ร้อยไฟต์ที่เพิ่งแพ้น็อกเขตตะวันในเดือนกรกฎาคม
เพชรดอลล่า ส.จารุวรรณ นักมวยวัย 22 ปีจากจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดค่ายส.จารุวรรณ
จังหวัดศรีสะเกษ เป็นมวยบู๊เต็มตัวที่ผ่านการชกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ไฟต์ รูปร่างกะทัดรัดสูง 160
เซนติเมตร แต่ชดเชยด้วยพละกำลังมหาศาลและความกล้าที่เดินหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
อาวุธประจำตัวคือเตะขาเจาะยางกับหมัดที่หนักหน่วงจนหลายต่อหลายครั้งลงเอยด้วยชัยชนะน็อกตั้งแต่ยกต้น
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มล่าสุดของเขามีจุดที่ต้องตั้งคำถาม เพราะในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
เพชรดอลล่าเพิ่งแพ้น็อกเขตตะวัน มกช.สุพรรณบุรี ในยกที่ 3 ของศึกเพชรยินดี
ซึ่งห่างจากไฟต์นี้เพียงเดือนเดียว
การแพ้น็อกครั้งนั้นอาจกระทบทั้งสภาพจิตใจและความมั่นใจในเกมป้องกันตัว
แม้ก่อนหน้านั้นเขาจะชนะน็อกมดคันไฟ ราชานนท์ ยกที่ 3 มาหมาดๆ ก็ตาม
ส่วนสถิติที่นอกเหนือจากนี้มีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก แต่ที่แน่ๆ
คือความอันตรายของหมัดและเตะขาของเขายังอยู่ครบทุกเม็ด
ผลการชกล่าสุดของเพชรดอลล่า ส.จารุวรรณ เท่าที่มีข้อมูล มีดังนี้
- แพ้น็อก ยกที่ 3 เขตตะวัน มกช.สุพรรณบุรี (9 กรกฎาคม 2569) ศึกเพชรยินดี
- ชนะน็อก ยกที่ 3 มดคันไฟ ราชานนท์ (16 มิถุนายน 2569) ศึกมวยมันส์สนั่นเมือง
- ชนะน็อก ยกที่ 2 เพชรวรา ส.คงกระพันธ์ (1 มกราคม 2566) ศึกมวยไทย 7 สี
- ชนะคะแนน แสนร่ำรวย ส.วิเศษกิจ (20 พฤศจิกายน 2565)
ศึกช้างมวยไทยเกียรติเพชร
เด่นชัย
ส.สุจิมาวิทย์ มวยครบเครื่องร่างสูงที่เล่นได้ทั้งวงนอกและวงใน
ถ้าจะสรุปตัวตนของเด่นชัยในหนึ่งประโยค
คงหนีไม่พ้นคำว่ามวยครบเครื่องที่อาวุธครบมือและมีเกมในแบบฉบับของตัวเองชัดเจน
แฟนมวยหลายคนรู้จักเขาดีทั้งในชื่อป๊อกเด้ง แสนรัก หรือแม้แต่ก๋วยบางคอแหลม
ซึ่งล้วนสะท้อนตัวตนของมวยบู๊ที่มีระเบียบ ไม่ใช่แค่นักชกที่เดินหน้าลุยเพียงอย่างเดียว
เขารู้จักถอยคุมระยะ รู้จักเลือกจังหวะ และปรับเปลี่ยนเกมตามคู่ชกได้ตลอดเวลา
ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากสำหรับนักมวยอายุเพียง 18 ปี แถมยังมีชั่วโมงบินบนเวทีมาแล้วกว่า 50
ไฟต์จากการไล่ชกทั้งเวทีภูมิภาคและเวทีรายการใหญ่ในกรุงเทพฯ
เข่าในกับการล็อกรัดคืออาวุธทำเงินที่เพชรดอลล่าต้องระวัง
อาวุธที่เด่นชัยใช้ทำเงินมากที่สุดคือเกมวงใน โดยเฉพาะเข่าในที่เหนียวแน่นและดุดัน
เขามีเทคนิคการล็อกคอและดึงเข่าเพื่อควบคุมคู่ต่อสู้ให้เข้ามาอยู่ในระยะที่ตัวเองถนัด แล้วค่อยๆ
ตีเข่าใส่เป้าหมายอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แทงเข่าแบบสุ่มเสี่ยง
ซึ่งการชกแบบนี้ต้องอาศัยทั้งความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวและความเก๋าในการอ่านเหลี่ยมของคู่ต่อสู้ในระยะประชิด
ประเด็นสำคัญคือ เพชรดอลล่าเป็นมวยบู๊ที่เล่นงานระยะไกลด้วยหมัดและเตะขา
เมื่อใดก็ตามที่เกมถูกดึงเข้าสู่การกอด-คลินช์ เขาจะเสียเปรียบอย่างชัดเจน
เพราะการปล้ำไม่ใช่เกมที่เขาถนัด ยิ่งเพชรดอลล่าต้องเดินเบียดเข้าหาตลอดเวลา
ยิ่งเปิดโอกาสให้เด่นชัยใช้การรัดคอและดึงเข่าลงโทษได้ง่าย
นี่คือจุดที่เรามองว่าเด่นชัยจะเก็บคะแนนได้มากที่สุดในช่วงยกกลางถึงยกท้าย
จุดเปราะเรื่องการป้องกันตัวที่ทำให้เด่นชัยเคยโดนอาวุธลับน็อกยก
4
จุดที่ต้องยอมรับคือเด่นชัยไม่ใช่มวยที่ป้องกันตัวได้สมบูรณ์แบบตลอดทั้งไฟต์
ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอในการป้องกันตัวทำให้เขามีสถิติแพ้น็อกปรากฏในประวัติการชก
เช่นการแพ้น็อกอาวุธลับ ศูนย์กีฬากุดฉิมในยกที่ 4 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นบทเรียนว่า
หากเขาเผลอปล่อยการ์ดหรือเดินแลกหมัดตรงกับเพชรดอลล่า
หมัดหนักของอีกฝ่ายอาจสร้างความเสียหายก้อนโตให้เขาได้ทุกเมื่อ
โดยเฉพาะในยกแรกที่เพชรดอลล่าชอบออกสตาร์ตรุนแรง
เพชรดอลล่า
ส.จารุวรรณ มวยบู๊หมัดหนักที่เดินหน้าแล้วไม่คิดถอย
เพชรดอลล่า คือมวยสายบู๊แบบดั้งเดิมที่เชื่อในพลังโจมตีมากกว่าการนับคะแนน ด้วยวัย 22
ปีและประสบการณ์กว่า 100 ไฟต์ เขามีความเก๋าในการอ่านเกมพอตัว
แต่สัญชาตญาณหลักของเขาคือการเดินเบียดกดดันจนกว่าคู่ต่อสู้จะยอมเปิดช่องให้เขาหวดอาวุธหนักเข้าใส่
อาวุธที่สร้างชื่อคือเตะตัดล่างเจาะยางที่ใช้ได้ทั้งทำลายฐานและทำคะแนน
รวมถึงหมัดที่หนักพอจะทำให้คู่ต่อสู้เสียอาการได้ทุกเมื่อ
แถมยังมีศอกตีแทรกในจังหวะชุลมุนซึ่งเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่หลายคนมักมองข้าม
ข้อได้เปรียบสูงสุดของเพชรดอลล่าคือความอันตรายในยกต้น
เพราะเขามักออกสตาร์ตรวดเร็วและรุนแรง ถ้าเด่นชัยยังวางจังหวะคุมระยะไม่ได้
เพชรดอลล่ามีโอกาสจบเกมได้เลยด้วยหมัดฮุคหรือเตะก้านคอ แต่ในทางกลับกัน
การบู๊ตลอดเวลาทำให้เขามักเปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้โต้กลับได้เสมอ
โดยเฉพาะอาวุธเข่าและการดักเตะจากมวยที่สูงกว่า
ซึ่งเป็นจุดที่เด่นชัยน่าจะฉวยใช้ได้ดีที่สุดในไฟต์นี้
อาวุธที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในคู่นี้ มีดังนี้
- เข่าลอยและเข่าในของเด่นชัย ใช้ได้ทั้งการบุกและโต้กลับทันทีที่เพชรดอลล่าเดินเข้าหา
- เตะตัดล่างเจาะยางของเพชรดอลล่า
อาวุธทำลายฐานที่อาจทำให้เด่นชัยขยับตัวช้าลงในยกท้าย - หมัดฮุคและหมัดตรงของเพชรดอลล่า ความเสี่ยงหลักที่เด่นชัยต้องไม่เดินแลกด้วย
- การล็อกคอและดึงเข่าของเด่นชัย ที่จะตัดกำลังเกมเดินหน้าของมวยบู๊รายนี้
- ศอกตัดในจังหวะกอดปล้ำ จุดพลิกเกมที่ทั้งคู่ต้องเผื่อใจไว้เสมอ
การพบกันครั้งแรกของเด่นชัยกับเพชรดอลล่าที่ต้องวัดกันที่แทคติก
จากประวัติการชกที่ผ่านมา เด่นชัย ส.สุจิมาวิทย์ กับเพชรดอลล่า ส.จารุวรรณ
ไม่เคยโคจรมาพบกันบนเวทีมาตรฐานมาก่อน
นี่จึงเป็นไฟต์แรกที่ทั้งคู่ต้องอ่านเกมของกันและกันจากเทปและข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด
ซึ่งยิ่งทำให้การชิงจังหวะในยกแรกสำคัญเป็นพิเศษ
เพราะใครวางเกมได้ก่อนย่อมได้เปรียบในการชี้ทิศทางของทั้งไฟต์
และด้วยความที่ต่างคนต่างเล่นในสไตล์ที่ตรงข้ามกัน
การวัดกันครั้งนี้จึงไม่ได้ตัดสินที่พละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินที่ชั้นเชิงแบบ
มวยฝีมือ ผสมกับความอดทนในการรอจังหวะ
หัวใจของแทคติกในไฟต์นี้อยู่ที่การชิงระยะ เด่นชัยจะได้เปรียบเรื่องส่วนสูงและช่วงชก
เขาน่าจะใช้ลูกเตะยาวและหมัดแย็บเพื่อสกัดการเดินของเพชรดอลล่า หากเด่นชัยคุมระยะห่างได้
เพชรดอลล่าจะเข้าถึงตัวได้ยากและต้องเปลืองแรงในการฝ่าเข้าไป
ในขณะที่เพชรดอลล่าต้องอาศัยการโยกหลบและการปัดป้องเพื่อเบิกทาง
แล้วรีบพาเกมเข้าสู่ระยะหมัดให้เร็วที่สุด
เพื่อให้หมัดหนักของเขาทำงานก่อนที่เด่นชัยจะตั้งเกมเข่าได้ นี่คือสมการที่ทั้งสองฝ่ายรู้ดี
แต่จะทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิสูจน์บนเวที
วิเคราะห์เชิงลึกทำไมโอกาสชนะของเด่นชัยจึงสูงกว่าเพชรดอลล่าในไฟต์นี้

เมื่อรวมปัจจัยด้านสรีระ ฟอร์ม และสไตล์การชกเข้าด้วยกัน
การวิเคราะห์มวยของเรามองว่าเด่นชัยมีโอกาสเป็นฝ่ายชนะสูงกว่าอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุผลที่ต่อเนื่องกันหลายข้อ เริ่มจากความได้เปรียบทางสรีระที่เห็นได้ชัด
ต่อด้วยทิศทางของโมเมนตัมที่กำลังไหลเข้าหาเขา
ขณะที่เพชรดอลล่ามีจุดขายที่อันตรายแต่แฝงความเสี่ยงสูง
เพราะสไตล์การบู๊ของเขาถูกออกแบบมาเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
| ด้านที่วัด | เด่นชัย ส.สุจิมาวิทย์ | เพชรดอลล่า ส.จารุวรรณ |
|---|---|---|
| อายุ | 18 ปี | 22 ปี |
| ส่วนสูง | 164 เซนติเมตร | 160 เซนติเมตร |
| ประสบการณ์บนเวที | มากกว่า 50 ไฟต์ | มากกว่า 100 ไฟต์ |
| สไตล์การชก | มวยครบเครื่อง เหนียวแน่นในเกมเข่า | มวยบู๊ หมัดหนัก เตะขาเจาะยาง |
| ฟอร์มล่าสุด (เท่าที่มีข้อมูล) | ชนะ 3 แพ้ 2 จบด้วยน็อก | ชนะ 3 แพ้ 1 จบด้วยแพ้น็อก |
| จุดที่ได้เปรียบ | ส่วนสูง ช่วงชก เกมวงใน | พลังหมัด ประสบการณ์ ความดุดัน |
| คาดการณ์ผลของเรา | ชนะคะแนน | แพ้คะแนนหรือโดนน็อก |
ตัวเลขฟอร์มบอกชัดว่าเด่นชัยกำลังมาถูกจังหวะ
ผลงานชนะน็อกไฟต์ล่าสุดสร้างความมั่นใจให้เขาอย่างมาก
ขณะที่เพชรดอลล่าแบกความกดดันจากการแพ้น็อกมาเต็มไหล่
เพชรดอลล่าเป็นมวยเก๋าที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน
ขณะที่เด่นชัยเป็นมวยสดที่พละกำลังเต็มร้อยและมีอัตราการฟื้นตัวระหว่างยกรวดเร็วกว่า
การชกกับมวยที่สูงกว่าและเหนียวในเกมเข่าอย่างเด่นชัยจึงไม่ใช่งานง่ายสำหรับใครก็ตามที่เพิ่งเสียสภาพจิตใจมา
ถ้าวัดกันแบบปอนด์ต่อปอนด์ เพชรดอลล่าอาจมีอาวุธหนักกว่าหน้าตัก
แต่กติกาการชกมวยไทยไม่ได้ให้คะแนนกับความหนักของอาวุธเพียงอย่างเดียว
มันให้คะแนนกับการคุมเกม การทำคะแนน และการเอาตัวรอดจากอันตราย
ซึ่งเด่นชัยเป็นฝ่ายที่ครอบคลุมทุกข้อมากกว่า
แฟนมวยที่ต้องการเปรียบเทียบมุมมองของเรากับคู่อื่นในรายการเดียวกันสามารถติดตามบทความเพิ่มเติมได้ที่
วิเคราะห์มวย ของเรา
เกมวงในคือทางแยกที่ตัดสินชะตากำไรขาดทุนของไฟต์นี้
ถ้าต้องชี้จุดตัดสินเพียงจุดเดียวของไฟต์นี้ เราจะชี้ไปที่เกมวงในหรือการชกในระยะประชิด
เด่นชัยเป็นมวยที่เหนียวแน่นในการปล้ำและตีเข่า
เขาจะพยายามดึงเพชรดอลล่าเข้าสู่การกอด-คลินช์ให้บ่อยที่สุด เพราะทุกครั้งที่เกมเข้าสู่วงใน
อานุภาพของหมัดและเตะขาของเพชรดอลล่าจะลดลงเกือบหมด
เหลือเพียงการชิงตำแหน่งและเข่าที่เด่นชัยเป็นฝ่ายถนัดกว่า
กลยุทธ์แบบนี้คือการยัดเยียดเกมที่เพชรดอลล่าไม่ต้องการ และหากเป็นไปตามแผน เด่นชัยจะค่อยๆ
กินนิ่มด้วยการทำคะแนนจากเข่าและอาวุธสั้นในทุกยก
ในทางกลับกัน
หากเพชรดอลล่าหลบเลี่ยงการปล้ำได้และยิงเตะขาเจาะยางได้ต่อเนื่องตลอดสามยกแรก
เด่นชัยจะเริ่มขาสั่นและถอยคุมระยะยากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเห็นอาการออกให้ชัดในยกท้าย
สถานการณ์แบบนั้นเพชรดอลล่ามีโอกาสสูงที่จะเก็บชัยน็อกหรืออย่างน้อยก็เบียดชนะคะแนนกลับบ้านได้
ดังนั้นสรุปง่ายๆ ว่าไฟต์นี้จะออกหัวหรือก้อยที่การชิงตำแหน่งในระยะประชิด
ซึ่งเรามองว่าเด่นชัยได้เปรียบทั้งเรื่องร่างกายและเทคนิคในจุดนี้ เราจึงให้
เด่นชัยชนะด้วยการตัดสินคะแนนเมื่อครบกำหนดยก
มุมเดิมพันและทรรศนะของเราในคู่เด่นชัยปะทะเพชรดอลล่า
สำหรับมุมมองการวางเดิมพัน
ทรรศนะมวยของเรามองว่าคู่นี้ไม่ใช่คู่ที่ราคาต่อขาดจนน่าเล่นแบบมวยต่อเต็ม
แต่เป็นคู่ที่ต้องเล่นอย่างมีแผน เพราะความอันตรายของเพชรดอลล่าอยู่ที่หมัดเดียวพลิกเกมได้เสมอ
โดยเฉพาะในยกต้นที่เขาชอบออกอาวุธหนัก หากราคาเปิดมาให้เด่นชัยเป็นฝ่ายต่อ
ก็ต้องยอมรับว่าราคานั้นสมเหตุสมผลกับสิ่งที่เราวิเคราะห์ไว้ข้างต้น
แต่ถ้าราคาไหลมาถึงจุดที่เด่นชัยกลายเป็นมวยรองเมื่อใด
นั่นคือจังหวะที่มูลค่าการเดิมพันสูงที่สุดในคู่นี้
กลยุทธ์ที่เราแนะนำคือการรอจังหวะมากกว่าการทุ่มเต็มที่ตั้งแต่เปิดบิล
เน้นเล่นฝั่งเด่นชัยในจังหวะที่น้ำแดงหรือน้ำดำให้ค่าตอบแทนคุ้มค่า
ขณะที่สายแทงยกสามารถโฟกัสที่ยกกลางถึงยกท้ายซึ่งเป็นช่วงที่เพชรดอลล่ามักหมดแรงหลังเดินบู๊หนักในยกต้น
ส่วนใครที่เชียร์ฝั่งรองอย่างเพชรดอลล่า
ควรเล่นเป็นราคาสดเมื่อเห็นสัญญาณความผิดปกติจากเด่นชัย เช่นการโดนเตะขาซ้ำจนเริ่มขยับช้าลง
มากกว่าการแทงล่วงหน้า ที่สำคัญคือ
ไม่ควรเดินหน้าแลกกับหมัดหนักของเพชรดอลล่าเด็ดขาด
ไม่ว่าจะมองเห็นทีเด็ดมากแค่ไหนก็ตาม
ทีเด็ดและลำดับความมั่นใจของเราในคู่นี้ มีดังนี้
- เด่นชัยชนะคะแนน คือทีเด็ดที่มีน้ำหนักมากที่สุด เพราะเกมเข่าในและชั้นเชิงวงนอกจะค่อยๆ
ทิ้งห่างในยกกลางถึงยกท้าย - เด่นชัยชนะในยกที่ 3-4 เป็นตัวเลือกแทงยกรองลงมา
เพราะเป็นจังหวะที่เพชรดอลล่าเริ่มเสียความเร็วจากการเดินบู๊ไม่หยุด - กรณีที่ราคาเปิดมาให้เด่นชัยต่อแบบต่อห้าหกหรือยันเสมอ
ยังถือว่ารับได้และคุ้มค่าที่จะเล่นฝั่งต่อ - หลีกเลี่ยงการแทงเพชรดอลล่าน็อกยกต้น แม้หมัดเขาจะหนัก
แต่เด่นชัยเป็นมวยที่คุมระยะได้ดีและไม่ค่อยเปิดช่องให้โดนหมัดจังๆ บ่อยครั้ง
สำหรับแฟนมวยที่ต้องการร่วมลุ้นมันส์กับคู่มวยในคืนนี้พร้อมรับสิทธิพิเศษ สามารถ ลงทะเบียนรับโบนัส
ได้ก่อนเสียงระฆังยกแรกจะดังขึ้น เพื่อเตรียมแผนเดิมพันล่วงหน้าให้พร้อมที่สุดในคืนวันอังคารนี้